เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับ iPad Pro 2021 อัปเกรดสเปกให้แรงขึ้นด้วยชิป M1 พร้อมเปลี่ยนมาใช้จอ Mini-LED และรองรับ  5G

เปลี่ยนผ่านสู่ชิป M1

iPad Pro รุ่นใหม่มาพร้อมชิป Apple M1 มาพร้อม CPU แบบ 8 คอร์ ทำงานเร็วขึ้นจากชิป A12Z Bionic ถึง 50%  ส่วน GPU แบบ 8-core ทำงานเร็วขึ้นสูงสุดถึง 40%  ฟากของ Neural Engine แบบ 16 คอร์ ,โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพขั้นสูง (ISP), สถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบรวมที่มีแบนด์วิดธ์สูงพร้อมหน่วยความจำสูงสุด 16GB, พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เร็วขึ้น 2 เท่า ไปจนถึงความจุสูงสุด 2TB

การประหยัดพลังงานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมของชิป M1 ช่วยให้ iPad Pro ทำงานได้อย่างน่าทึ่งและมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานตลอดวัน  เนื่องจากชิป M1 ใช้สถาปัตยกรรมพื้นฐานแบบเดียวกับชิปตระกูล A Series ทำให้ใช้งานแอปของ iPhone และ iPad ได้สบายๆ

จอภาพ Liquid Retina XDR ขนาด 12.9 นิ้วทำให้ iPad Pro มีช่วงไดนามิกที่สูงมาก
ในรู่นจอ 12.9 นิ้วมีการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอ Liquid Retina XDR ด้วยเทคโนโลยีแบบเดียวกับจอ  Pro Display XDR นั่นก็คือ mini-LED ที่ใช้หลอด LED ขนาดเล็กกว่า 10,000 ดวงทั่วทั้งด้านหลังของจอภาพเ ทำให้มีความสว่างแบบเต็มหน้าจอสูงถึง 1,000 นิต, ความสว่างสูงสุด 1,600 นิต และอัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1
ทำให้การแสดงผลภาพทำได้อย่างแม่นยำด้วยการแสดงไฮไลท์ที่สว่างที่สุดและรายละเอียดที่ครบถ้วนที่สุดแม้กระทั่งในรูปภาพที่มืดที่สุด สามารถดูและแก้ไขคอนเทนต์ระดับ HDR ที่สมจริงบนจอภาพขนาดใหญ่ซึ่งสามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ได้แล้ว
นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ที่สามารถพบได้ใน iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว ไม่ว่าจะเป็น ProMotion รีเฟรชเรท 120 Hz, การแสดงผลแบบ True Tone® และการรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3 โดยทั้งหมดนี้จะมอบประสบการณ์การรับชมระดับโรงภาพยนตร์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในแบบที่ไม่มีใครเทียบเท่าสำหรับคอนเทนต์ระดับ HDR และ Dolby Vision
Thunderbolts มาอยู่บน iPad Pro 
พอร์ตการเชื่อมต่อให้ Thunderbolt  และ USB 4 ทำให้พอร์ต USB-C บน iPad Pro เป็นพอร์ตที่เร็วและอเนกประสงค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPad โดยมีแบนด์วิดท์สำหรับการเชื่อมต่อแบบมีสายมากกว่า iPad Pro รุ่นก่อนถึง 4 เท่า พร้อมความเร็วสูงสุด 40Gbps Thunderbolt รองรับ Ethernet 10Gbps และเป็นการเปิดประตูสู่ระบบนิเวศขนาดใหญ่ของอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพสูงอย่างตัวจัดเก็บข้อมูลภายนอกที่เร็วขึ้นหรือจอภาพภายนอกที่มีความละเอียดสูงขึ้นซึ่งรวมถึง Pro Display XDR® แบบเต็มความละเอียด 6K และทั้งหมดนี้เชื่อมต่อได้โดยใช้สายและแท่นวางประสิทธิภาพสูง ด้วยการรองรับอุปกรณ์ต่อพ่วงที่มากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ iPad Pro จึงรับมือกับเวิร์กโฟลว์งานสร้างสรรค์ได้ราบรื่นกว่าที่เคยแล้ว
รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย 5G
เมื่อมี 5G บน iPad Pro ผู้ใช้ก็สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นในระหว่างเดินทางด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นและความเร็วในการดาวน์โหลดและอัปโหลดที่เร็วขึ้นอีกระดับ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสตรีมวิดีโอคุณภาพสูง การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ หรือ FaceTime® แบบความละเอียดสูง นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสร้างสรรค์ผลงานและทำงานแบบมีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุดด้วยการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับฮอตสปอต Wi-Fi สาธารณะบ่อยๆ อีกต่อไป iPad Pro รองรับย่านความถี่ 5G มากที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน จึงสามารถใช้งาน 5G ได้ครอบคลุมทั่วโลกมากที่สุด โดยรุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกานั้นรองรับความยาวคลื่นระดับมิลลิเมตร ซึ่งเป็น 5G ในความถี่ที่สูงกว่า ทำให้ iPad Pro สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 4Gbps iPad Pro ยังรองรับ eSIM ได้ด้วย จึงทำให้ค้นหาเครือข่ายได้ง่ายและสามารถสมัครใช้บริการ 5G ได้ทันที2
คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” มอบประสบการณ์การใช้งานวิดีโอคอลในรูปแบบใหม่ที่ดึงดูดและน่าสนใจยิ่งขึ้น
ระบบกล้อง TrueDepth® บน iPad Pro มาพร้อมกล้องหน้าอัลตร้าไวด์ความละเอียด 12MP แบบใหม่หมดซึ่งออกแบบมาสำหรับ iPad โดยเฉพาะ เพื่อรองรับคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับการใช้งานวิดีโอคอล คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ใช้ประโยชน์จากกล้องหน้าใหม่ที่มีมุมมองภาพกว้างกว่าเดิมมากและความสามารถในการเรียนรู้ของระบบของชิป M1 เพื่อจดจำและจัดให้ผู้ใช้อยู่ตรงกลางเฟรม โดยกล้องจะแพนตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้โดยอัตโนมัติเพื่อให้ผู้ใช้อยู่ตรงกลางเฟรมเสมอ และถ้ามีคนอื่นมาเข้าร่วมเฟรมด้วย กล้องก็สามารถตรวจจับได้และจะซูมออกอย่างลื่นไหลเพื่อจัดให้ทุกคนอยู่ในมุมมองเดียวกันและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนา ดังนั้น ไม่ว่าจะแชร์ไวท์บอร์ดกับเพื่อนร่วมงานหรือนัดรวมตัวกับญาติๆ ทางออนไลน์ ผู้ใช้ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานวิดีโอคอลที่ดึงดูดและน่าสนใจยิ่งกว่าที่เคย

ราคาและวันวางจำหน่าย

iPad Pro ใหม่จะเปิดให้สั่งซื้อโดยเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 เมษายน เป็นต้นไปทาง apple.com/th และจะวางจำหน่ายในแอป Apple Store ใน 31 ประเทศและภูมิภาครวมถึงสหรัฐอเมริกา iPad Pro จะวางจำหน่ายใน Apple Store ช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม

  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้วและ 12.9 นิ้วใหม่จะวางจำหน่ายในสีเงินและสีเทาสเปซเกรย์ iPad Pro มีวางจำหน่ายในรุ่นความจุ 128GB, 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB3 ซึ่งช่วยให้ลูกค้าระดับโปรมีพื้นที่มากขึ้นสำหรับแอปและคอนเทนต์
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้วมีราคาเริ่มต้นที่ 27,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 32,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular และ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้วมีราคาเริ่มต้นที่ 37,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 42,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular ที่ apple.com/th
  • ราคาส่งเสริมการศึกษาสามารถใช้ได้กับนักศึกษาที่กำลังศึกษาหรือเพิ่งเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยและผู้ปกครอง รวมถึงอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และผู้สอนแบบโฮมสคูลในทุกระดับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้วใหม่ราคาเริ่มต้นที่ 26,200 บาท และ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 34,500 บาท Apple Pencil รุ่นที่ 2 มีวางจำหน่ายในราคา 4,190 บาท และ Smart Keyboard Folio สำหรับ iPad Pro ใหม่มีวางจำหน่ายในราคา 5,300 บาท สำหรับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้วและ 6,100 บาท สำหรับ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้วสำหรับนักศึกษา Magic Keyboard สำหรับ iPad Pro จะวางจำหน่ายสำหรับนักเรียนในราคา 9,300 บาท สำหรับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้วและ 11,000 บาท สำหรับ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/th-edu/shop