การรักษาข้อมูลส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของ Google ซึ่งหนึ่งในภารกิจหลักคือการให้ความรู้กับผู้ใช้ว่า ทาง Google นั้นมีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวอะไรของเราบ้าง รวมถึงเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ทำอะไรผ่าน “Decode Series: Privacy”

สิ่งที่ทาง Google ให้ความสำคัญคือ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้ซึ่งแฝงอยู่ในการออกแบบทุกๆผลิตภัณฑ์ในแนวคิด Safer with Google ที่ครอบคลุม 3 ด้านคือ การออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้, ผู้ใช้สามารถควบคุมการนำข้อมูลไปใช้ได้ และฟีเจอร์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น

รวมถึงความพยายามในการสื่อสารกับผู้ใช้ให้เข้าใจมากขึ้นเพื่อสร้างความโปร่งใสและความมั่นใจในการใช้งานต่างๆโดยที่ผู้ใช้ตระหนักว่ามีการเก็บข้อมูลอะไร นำไปใช้อะไร และสามารถควบคุมได้

ส่วนของ Google Maps ที่หลายคนใช้ค้นหาเส้นทางเป็นประจำ เวลาที่เราค้นหาข้อมูลสถานที่ ระบบจะทำการส่งข้อมูลพิกัดโดยไม่ระบุตัวตนไปยังเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ไม่สามารถติดตามได้ว่าใครกำลังจะไปไหน ในกรณีที่ Google Maps รายงานสภาพการจรวจรก็จะใช้ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนจากมือถือที่อยู่ในบริเวณนั้น เพื่อคาดการณ์ความหนาแน่นของรถยนต์บนท้องถนนขณะนั้น

ถ้าหากเราอยากให้  Google Maps เก็บพิกัดเราตลอดเวลา ก็สามารถเข้าไปเปิดได้ที่ ประวัติตำแหน่ง (Location History) ซึ่งปกติค่าเริ่มต้นจะปิดให้อยู่ ถ้าหาเราอยากจัดการพิกัดก็สามารถเข้าไปได้ที่ ข้อมูลของคุณบนแผนที่ (Your Data in Maps)

Gmail

หลายคนมักจะสงสัยว่าการที่มีอีเมลโฆษณาส่งเข้ามาหาเรา เพราะ Google แอบอ่านอีเมลของเรารึเปล่า ทาง Google ให้คำตอบว่า Gmail นั้นก็คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ พนักงานของ Google เองไม่สามารถเข้าไปอ่านอีเมลของเราได้ นอกจากนั้นบริการอย่าง Gmail, Google Drive และ Google Photos ไม่มีนโยบายเก็บข้อมูลส่วนตัวไปใช้ยิงโฆษณา เนื่องจากรู้ดีว่าเราใช้บริการเหล่านี้เก็บข้อมูลที่สำคัญ

แต่การที่เราได้อีเมลโฆษณานั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เรารับบริการจดหมายข่าวตอนที่ไปสมัครเว็บหรือบริการต่างๆหรือกิจกรรมออนไลน์ ในกรณีที่เราไม่อยากรับอีเมลโฆษณาก็สามารถเข้าไปที่หน้าการ ตั้งค่าโฆษณาได้ เพื่อปิดการแสดงโฆษณาส่วนบุคคลได้ตลอด

Gmail
โฆษณาบนผลการค้นหา

โฆษณาถือเป็นรายได้หลักของ Google เพื่อให้บริการฟรีกับผู้ใช้ทั่วไปได้ ซึ่งจะได้เงินเฉพาะค่าโฆษณาที่มีคนคลิกเข้าไปดูเท่านั้น ซึ่งทาง Google ยืนยันว่าไม่มีการขายข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ให้กับบริษัทอื่นๆ รวมถึงไม่มีการใช้ข้อมูลส่วนตัวที่มีความอ่อนไหวของผู้ใช้เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สุขภาพ ในการยิงโฆษณากลับมาให้เห็น

เวลาที่เราใช้งาน Google Search โฆษณาที่ปรากฎในหน้าผลการค้นหานั้นจะมีการติดป้ายบอกว่าเป็นโฆษณาเพื่อแสดงความโปร่งใสให้ผู้ใช้ได้ทราบ ซึ่งโฆษณาที่ปรากฎขึ้นมานั้นจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรากำลังค้นหาอยู่

หากเราอยากรู้ว่าโฆษณาที่เราเห็นนั้นปรากฎขึ้นมาได้อย่างไรให้กดเข้าไปที่ ทำไมจึงเห็นโฆษณานี้ ในกรณีที่โฆษณาที่ปรากฎขึ้นนั้นไม่ตรงกับความสนใจของเรา ก็สามารถปิดไม่ให้โฆษณานั้นปรากฎขึ้นมาอีกภายหลัง

ส่วนระบบ Auto Complete เวลาที่เราพิมพ์คำค้นหาที่จะมีการแนะนำคำค้นหาเพิ่มเติม ก่อนที่เราจะพิมพ์เสร็จนั้นจะเป็นการรวบรวมข้อมูลจากคำค้นหาที่มีผู้ใช้พิมพ์ค้นหาจำนวนมาก แนะนำให้เราค้นหาได้เร็วขึ้น

แต่ถ้าหากเธอไมต้องการใช้บริการนี้สามารถเข้าไปท่ี “บัญชีของฉัน” (My Account) เพื่อลบข้อความค้นหาเฉพาะนั้น เลือกลบข้อมูลในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งหรือทั้งหมด รวมถึงตั้งให้ลบอัตโนมัติทุกๆ 3 เดือน 18 เดือน หรือ 36 เดือนก็ได้

Google Assistant

ฝั่งของ Google Assistant นั้นจะอยู่ในโหมด Standby ยังไม่มีการทำงานจนกว่าเราจะพูด Ok, Google หรือ Hey Google ระบบจะไม่มีการดักฟังข้อมูลใดๆทั้งสิ้น หากใครที่เป็นกังวลก็สามารถปิดไมโครโฟนและกล้องไปก่อน หากต้องการใช้ค่อยเปิดภายหลัง

ปกติแล้ว Google Assistant นั้นจะไม่ได้มีการบันทึกเสียงของผู้ใช้เก็บเอาไว้ หากใครที่อยากลยคำสั่งที่เราพูดโต้ตอบ ก็สามารถเข้าไปลบได้ที่  “กิจกรรมของฉัน” (My Activity)

Google Assistant