ทุกวันนี้การแชร์ภาพผ่าน Social Network ต่างๆ กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายทุกกลุ่ม ทุกสาขา วิชาชีพ ล้วนแต่ส่งภาพผ่าน Smart Phone กันทั้งสิ้น ถ่ายปั๊ป ปรับแต่ง แชร์ ไล้ เม้นท์ จบ ฟินกันทั้งผู้ส่งและผู้รับ  แต่ก็มีบางกลุ่มที่ใช้ภาพถ่ายจริงๆ คอยส่งผ่านไปหาคนที่เราต้องการสื่อถึงสิ่งที่เราเจอมา หรือประสบพบเจอในสถานที่ต่างๆ พร้อมกัน

Fuji-InStax-Share-SP-1

ส่วนวิธีการนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากแถมขั้นตอนก็เหมือนกับการ ถ่ายแล้วแชร์ ง่ายๆ เบๆ แต่วิธีการเหล่านี้ต้องมีอุปกรณ์เสริมช่วยนิดหน่อย เรากำลังจะพูดถึงเจ้าปริ้นเตอร์ตัวน้อยจากค่าย Fuji ในรุ่นรหัส Instax Share SP-1 รุ่นนี้ทำออกมาตอนที่ทาง Fuji ครบรอบการเปิดบริษัท 80 ปี จริงๆ แล้วเจ้า Instax Share SP-1 หลักการทำงานไมได้ต่างไปจากตัวรุ่นพี่คือ Fuji Instax ที่ทำออกมาหลายๆรุ่น ซักเท่าไรจะแตกต่างกันแค่เพียงว่ามันทำหน้าที่ปริ้นอย่างเดียว ถ่ายไม่ได้ แต่ว่ามันมีข้อดีตรงที่ว่า มันสามารถรับข้อมูลผ่านระบบ Wifi จาก Smartphone ได้นี้อะซิ เจ๊งเป็นบ้า นั่นหมายถึงหากคุณถ่ายรูปผ่าน Smartphone ไม่ว่าจะรุ่นใดขอแค่มี Wifi คุณก็จะปริ้นรูปออกมาได้ทันที และที่สำคัญนะ มันใช้คู่กับ App ในการปรับแต่งรูปได้อีกด้วย มีทั้งระบบ Android และ IOS  รูปร่างหน้าตาการทำงานเป็นอย่างไรแชร์กันออกมาได้ดังนี้

Instax Share SP-1 หน้าตาเจ้าเครื่องนี้ดูดีไม่น้อยขาวนวล ออกมุขหน่อยๆ  เครื่องหนาพอควรเพราะต้องใส่ฟิล์มปริ้นเข้าไปด้านในเครื่องด้วย สามารถบรรจุฟิล์มได้ครั้ง 1 ม้วน ม้วนละ 10 ภาพ การใช้งานต้องอาศัยไฟฟ้าในการใช้ คือผ่าน Adapter และ Battery 2 ก้อนแบบ CR-2 1

Fuji-InStax-Share-SP-1-2

ด้านในกล่องจะประกอบไปด้วยเครื่องปริ้น Instax 1 ตัว ,  คู่มือ 2 ฉบับ , ถ่านแบตเตอรี่ CR-2 1 จำนวน 2 ก้อน , ใบรับประกันตัวเครื่อง  ส่วนตัวกล่องที่ใส่มานั้นผลิตจากกระดาษแข็งรีไซเคิลได้ รอบด้านก็จะมีรูปของตัวเครื่อง และรูปโฆษณาการแชร์ภาพผ่าน App Instax Share

Fuji-InStax-Share-SP-1-3

ลองมาดูหน้าตาแบบจริงจังของพระเอกเรากันดีกว่า InStax Share SP-1 ขนาดของตัวเครื่องออกขาวอวบ ป้อมๆ ท่วมๆ หน่อย  ด้านบนตัวเครื่องมีลายปั๊มและตัวพิมพ์บอกค่ายผลิตและตัวชื่อรุ่น  ด้านหน้าเป็นช่องทางออกของฟิล์ม และปุ่มเปิดปิด

Fuji-InStax-Share-SP-1-4

ส่วนด้านบนเป็นแถบไฟสีเขียวบอกสถานะการปริ้น ด้านบนสุดจะมีแถบจุดเรียงกันทั้งซ้ายและขวา  สามจุดซ้ายมือใกล้รูปแบตเตอรี่บอกสถานะค่าคงเหลือของแบต ด้านขวามีอยู่ทั้งหมด 10 จุด บอกสถานะคงเหลือของฟิล์มหลังจากถ่ายไปแล้ว

Fuji-InStax-Share-SP-1-5

Fuji-InStax-Share-SP-1-6

ด้านข้างมีปุ่มสวิทซ์ Reprint  ทำหน้าที่สั่งปริ้นใหม่อีกรอบ  เลยไปหน่อยเป็นช่องเสียบไฟ Adapter ขนาด 5V. และช่องใส่ถ่านแบบ CR-2 1 จำนวน 2 ก้อน

Fuji-InStax-Share-SP-1-7

ทางด้านหลังตัวเครื่องเป็นข้อมูลระบุเลขรหัสผลิตภัณฑ์ตัวเครื่อง

Fuji-InStax-Share-SP-1-8

ด้านใต้ถือเป็นหัวใจสำคัญของตัวปริ้นมันเอาไว้ใส่ฟิล์ม จะมีสติ๊กเกอร์ข้อความเตือนเอาไว้ว่า ทุกครั้งก่อนเปิดฝาใส่ฟิล์มให้ตรวจเช็คดูก่อนว่ามีฟิล์มค้างเหลือไหม โปรดเช็คได้จากแถบไฟทางด้านหน้า หรืออ่านคู่มือประกอบก่อนการใช้งาน

Fuji-InStax-Share-SP-1-9

ฟิล์มที่เราใส่เข้าไปจะมีจำนวนอยู่ทั้งหมด 10 ใบต่อ 1 กล่อง โดยเป็นฟิล์มของ Fuji รุ่น Instax Mini ซึ่งออกแบบมาหลายรุ่น ทั้งลายการ์ตูน ลายซองจดหมาย หรือขอบขาวธรรมดาซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่น

การใช้งาน

หลังจากที่ใส่ถ่าน ใส่ฟิล์มเรียบร้อย เครื่องก็พร้อมที่จะทำงานโดยตัวแรกที่เห็นคือ

Fuji-InStax-Share-SP-1-10

เครื่องปริ้นจะคายแถบสีดำกันฟิล์มออกมา 1 แผ่นแสดงถึงฟิล์มพร้อมใช้งาน

Fuji-InStax-Share-SP-1-11

กลับมาที่โทรศัพทำการ Download Free App Instax Share ผ่านทาง Google Playstore ของ Android และ Appstore ของ IOS

Fuji-InStax-Share-SP-1-12

หลังจากการติดตั้งแอฟเรียบร้อยแล้วเราจำเป็นต้องเข้า Print Setting เพื่อเชื่อมต่อ Wifi กับ Smartphone ในขั้นแรกจะให้ใส่รหัสด้วย        ซึ่งรหัสเดิมจากโรงงานคือ 1111 ให้ใส่ไปก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนรหัสทีหลัง แค่นี้การเชื่อมต่อของทั้งคู่ก็เสร็จเรียบร้อย

Fuji-InStax-Share-SP-1-13

คราวนี้ลองมาดูฟังก์ชั่นในตัวแอฟกันว่ามีอะไรกันบ้าง  ในแอฟนี้จะปรากฏช่องการใช้งานทั้งหมด 6 ช่อง

Fuji-InStax-Share-SP-1-15

โดยในช่องที่เป็น 1 Take a picture เป็นโหมดการถ่ายภาพทันทีผ่านทางแอฟได้เลย

2. Choose frome the gallery เป็นการเลือกภาพถ่ายจากในตัวเครื่องที่เคยถ่ายไปแล้ว

Fuji-InStax-Share-SP-1-16

3.  Reprint  เป็นตัวเลือกการปริ้นภาพที่เคยสั่งปริ้นไปแล้ว

Fuji-InStax-Share-SP-1-17

4.  Real time template เป็นโหมดการระบุพิกัด GPS สถานที่ที่ถ่ายภาพ ณ.ขณะนั้นพร้อมแสดงอุณภูมิบนภาพที่จะสั่งปริ้น

Fuji-InStax-Share-SP-1-18

5. Choose form SNS  โหมดนี้สามารถเลือกภาพถ่ายจาก Facebook และ instagram ได้

Fuji-InStax-Share-SP-1-19

6.  Setting เป็นตัวติดตั้งการเชื่อมต่อ Wifi ของ Smartphone ไปยังเครื่องปริ้น แถมสามารถตั้งออโต้ให้คุณภาพการปริ้นภาพออกมาดีที่สุดได้อีกด้วย

การปริ้นภาพนั้นหลังจากที่เราทำการเลือกภาพได้แล้ว ใน App Instax Share สามารถเลือกกรอบหรือการพิมพ์ข้อความสั่นๆ ลงบนแผ่นฟิล์มได้ด้วย

Fuji-InStax-Share-SP-1-20

รวมถึงโหมดการใส่ Filter ที่มีลูกเล่นมาให้เลือกถึง 3 แบบ คือ

Fuji-InStax-Share-SP-1-21

1 Intelligence 2. Black&White  3. Sepia   อีกทั้งยังย่อและขยายภาพที่เลือกไว้ได้อีกด้วยในโหมดของ Edit the picture สุดท้ายหากปรับแต่งได้ภาพที่เลือกถูกใจที่สุดแล้วก็มาถึงการสั่งปริ้นละ ทำการกดปุ่ม Connect and Print เครื่องจะส่งสัญญานภาพไปยังตัวเครื่องปริ้น โดยจะมีแถบสีเขียวเป็นตัวบอกสถานะการปริ้นภาพอยู่  การปริ้นภาพจะใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที

คุณภาพของฟิล์มและสีของภาพ

รูปภาพที่ออกมจากเครื่อง Instax Share SP-1 นั้นจริงๆ มันก็คือฟิล์มจากกล้องโพลารอยสมัยก่อนนั่นเองเพียงแต่นำมาปรับปรุงใหม่ ย่อขนาด ใส่ลูกเล่นมากขึ้นเพื่อตามยุคตามสมัยให้ทัน แต่ชนิดของตัวฟิล์มและสีดูแล้วไม่ค่อยจะแตกต่างกันซะเท่าไร เนื่องจากยังคงใช้เวลานานอยู่พอควรเพื่อให้สีจากตัวภาพอิ่มตัวที่สุด บางภาพอาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง และตัวสีของภาพก็ดูไม่สดเท่าที่ควร บางภาพออกหมองๆ ซีดๆ ไปบ้าง แต่ก็อาจแก้ไขผ่านแอฟก่อนปริ้นได้โดยการใส่ Filter เพิ่มสีในโหมด Intelligence เข้าไปอีกหน่อยก็พอได้ เพราะด้วยความที่ขนาดของฟิล์มนั้นมีแค่เพียง 640×480 พิคเซล ให้เฉดสีแค่ 256 สีเท่านั้น ฉะนั้นรูปที่ออกมาสีก็จะไม่ค่อยตรงกับรูปบนหน้าจอโทรศัพท์เราเท่าไร

Fuji-InStax-Share-SP-1-22

สรุปการใช้งานข้อดีและข้อเสนอแนะ

เป็นอีก 1 นวัตกรรมที่น่ามีไว้ติดตัว พกง่าย เล็กสะดวก ไม่กินแบตแถมใช้งานได้ง่ายเข้าถึงทุกคน เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ  ออกงานสังสรรค์ กินเลี้ยง ทุกอย่างทำได้หมดเพียงแค่กด กด แล้วก็รอ   ข้อดีข้อสรุปที่ว่าได้มีดังนี้

  1. ไม่ใหญ่มาก พกติดตัวสะดวก
  2. ปริ้นภาพจาก Smartphone ได้เลยทันทีไม่ต้องรอ
  3. ระยะเวลาในปริ้นแต่ละภาพไวมากไม่ถึง 10 วินาที
  4. ระยะเวลาในการทำงานยาวนานพอที่จะต้องการใช้
  5. แชร์ได้หลายเครื่องพร้อมๆ กัน

ข้อเสนอแนะที่ผู้เขียนพบว่ายังคงเป็นปัญหาอยู่คือ

  1. ตัวเครื่องราคายังสูงอยู่มาก
  2. ฟิล์มราคาแพงและจำนวนในการใช้ยังน้อยไป
  3. ราคาแบตเตอรี่ก็สูงกว่าการใช้งานโดยทั่วไปหากเปลี่ยนรูปแบบของถ่านเป็นแบบ AAA , AA ก็จะดีกว่า
  4. คุณภาพของฟิล์มและสียังยังไม่ตอบโจทย์ของผู้ใช้เท่าไร
  5. ตัวเครื่องปริ้นผลิตออกมาแค่สีเดียวเท่านั้นคือ สีขาว น่าจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้

Fuji-InStax-Share-SP-1-23

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามจุดประสงค์และวัตถุประสงค์ของการผลิต Instax Share SP-1 นั่นก็คือความสนุกที่ได้ร่วมแบ่งปัน ความรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องรอภาพนานในขณะที่ยังมีความสุขร่วมกันในหมู่ครอบครัว พี่น้อง เพื่อนฝูงหรือญาติมิตร เพราะสิ่งเหล่านี้ก็คือตัวแทนความทรงจำที่ดีที่มีให้กันและกัน เหมือนคำนิยมที่เค้าชอบพูดกันต่อๆ กันมาว่า ทิ้งไว้แค่ภาพ เหลือไว้แค่ความทรงจำ

via: Youtube , Fuji.com , Pantip

เรียบเรียงโดย NuTty m00yai