SIGGRAPH ASIA 2016

จบไปแล้วกับงาน SIGGRAPH ASIA 2016 ที่จัดขึ้นที่มาเก๊า ที่ถือเป็นงานใหญ่ของคนในวงการด้านอินเตอร์แอคทีฟและคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ปีนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างไปติดตามกันค่ะ

SIGGRAPH ASIA 2016

SIGGRAPH ถือเป็นงานที่เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 1974 โดยการรวมตัวของกลุ่มคนที่มีความสนใจเรื่องคอมพิวเตอร์กราฟฟิค จากนั้นก็ได้ขยายตัวกลายเป็นงานใหญ่ที่เป็นที่รวมตัวของเหล่านักวิจัย, นักพัฒนา, ศิลปิน, รวมถึงนักธุรกิจจากทั่วโลกที่สนใจในด้านนี้ จากเดิมที่เน้นเรื่องคอมพิวเตอร์กราฟฟิค เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาก็ได้ต่อยอดไปยังแขนงอื่นๆเพิ่มเติม เช่น Visualization, อินเตอร์แอคทีฟมีเดีย เกมและเทคโนโนโลยีเกิดใหม่ต่างๆ

SIGGRAPH ASIA ถือเป็นงานย่อยที่แยกออกมา ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 9 แล้ว  ปีนี้มาในธีม Key to The Future ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นแนวโน้มว่าในอนาคตแวดวงนี้จะเป็นยังไง ตัวงานก็จะแบ่งเป็นโซนต่างๆ ดังนี้

open

Main Hall

Hall หลักจะเป็นห้องประชุมใหญ่สำหรับนั่งฟัง Key Note ที่เชิญคนดังในแวดวงมาขึ้นเวที มีทั้งจากคนจาก Google และ Facebook ที่รับผิดชอบด้าน VR, ทีมงาน Pixar เป็นต้น นอกจากนั้นในช่วงเย็นๆก็จะใช้ฮอลล์นี้จัดแสดงฉายงาน Animation และ CG ที่น่าสนใจจากทั่วโลก

hjk

Exhibition Zone

โซนนี้จะมีบริษัทต่างๆมาร่วมจัดบู้ตแสดงเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ซึ่งมีมาจากหลายประเทศทั้งญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ เป็นต้น บางบริษัทก็นำผลิตภัณฑ์ใหม่มาเปิดตัวในงานนี้ด้วย ซึ่งก็มีหลายๆอย่างน่าสนใจ ลองไปดูกัน

3d

เริ่มตั้งแต่เครื่องสแกนสามมิติมีทั้งแบบมือถือสำหรับสแกนวัตถุขนาดเล็ก รวมถึงแบบ Full Body Scan ที่สามารถสแกนร่างกายคนเราได้ในเวลา 90 วินาทีเท่านั้นก็ได้โมเดลสามมิติ ที่สามารถนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ หรือจะนำไปใช้ในเกมหรือนิเมชั่นก็ได้เช่นกัน ซึ่งนี่จะช่วยประหยัดเวลาในการขึ้นโมเดลได้มาก ที่สำคัญเครื่งนี้ยังมีราคาไม่แพงมากเพราเค้าใช้ Kinect จำนวน 6 ตัวเป็นเครื่องมือหลัก

นอกจากนั้นก็ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องมาโชว์ เช่น เครื่องพิมพ์สามมิติ รวมถึง Search Engine จากไต้หวันสำหรับค้นหาโมเดลสามมิติฟรีจากอินเตอร์เน็ตซึ่งเราสามารถนำมาใช้ต่อยอดในงานของเราได้ เช่น เกมหรืออนิเมชั่น

map

ต่อมาก็คือ เทคโนโลยี Mapping ซึ่งก็มีอยู่สองสามบู้ต ที่ใช้โปรเจคเตอร์มาฉายภาพลงบนวัตถุเพื่อใส่กราฟฟิคต่างๆ หรือ ช่วยในการระบายสีพื้นผิวของสิ่งนั้นโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาลงสีจริงๆ

holo

บู้ตต่อมาการใช้จอและกระจกมาสร้างหลอกตาเพื่อสร้างภาพโฮโลกราฟฟิคให้เหมือนลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งเราสามารถใช้ตาเปล่ามองเห็นได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใส่แว่น

vr

แน่นอนว่าพระเอกในปีนี้คงหนีไปพ้นแว่นตา VR ที่เรียกว่าเดินไปบู้ตไหนก็ต้องเจอ รวมถึงมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ด้วย การนำมาใช้ส่วนใหญ่นั้นจะนำมาใช้ในด้านซิมมูเลชั่นสำหรับจำลองสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจำลองการขับรถ การจำลองการผ่าตัดสำหรับใช้ฝึกสอนนักศึกษาแพทย์ การนำมาใช้กับงานศิลปะต่างๆ เช่น การวาดกราฟิตี้

g

อีกหนึ่งบู้ตที่น่าสนใจก็คือ บริษัท Sigon Tech จากเกาหลีใต้ เค้าได้นำแว่นตา VR มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Motion Capture แบบเดียวกับที่ใช้ในการถ่ายหนังหลายๆเรื่อง มาใช้ทำเกมสยองขวัญ ผู้เล่นจะสวมแว่นตา VR เดินไปรอบห้อง โดยจะมีทีมงานผู้หญิงอีกหนึ่งคนใส่ชุดติดเซนเซอร์รับบทบาทเป็นผีในเกม โดยจะมีกล้องรอบห้องคอยจับการเคลื่อนไหวจากนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นกราฟฟิคผีในเกมที่เหมือนจริงสุดๆ เคลื่อนไหวตามการขยับของทีมงาน

ri

นอกจากนั้นก็มีบู้ตของผู้สนับสนุนงานอย่าง DJI ที่นำโดรนรุ่นต่างๆและ Osmo ไม้กันสั่นมาโชว์ และ Ricoh theta กล้อง 360 องศาพร้อมซอฟท์แวร์

Experience Hall

motion

โซนนี้จะแบ่งเป็นสองส่วนคือ หนึ่ง VR Showcase ที่นำ VR ไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ เช่น การใช้กล้องทำให้ผู้ใช้สองคนสื่อสารกันด้วยแว่นตา VR เหมือนอยู่ตรงหน้า, การพัฒนาเลนส์แว่นสำหรับผู้ที่สายตาสั้น, การทำระบบซิมมูเลชั่นจำลองการผ่าตัดดวงตา, มีการทำ MV ด้วยกล้อง 360 องศาสำหรับดูด้วยแว่นตา VR, การนำกล้อง Kinect มาใช้จับการเคลื่อนไหว เป็นต้น

สอง Emerging Technology Zone ที่เป็นการจัดแสดงเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่ยังไม่มีคนนำไปใช้งานมากนัก เช่น Haptic touch

h

Art Gallery

โซนนี้จะเป็นงานโชว์ศิลปะต่างๆที่นำเทคโนโลยีมาประยุดต์ใช้เพื่อช่วยทำให้งานศิลปะน่าตื่นตายิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะแสงสีเสียงเท่านั้น แต่หลายชิ้นยังใช้กล้องและเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวเพื่อให้คนดูได้มีส่วนร่วมและอินยิ่งขึ้น

sym

Symposium

โซนนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากหาความรู้ใหม่ๆ ส่วนนี้จะคล้ายๆกับการสัมมนาห้องย่อยๆโดยจะมี Speaker มาบรรยายให้ฟังตามหัวข้อที่สนใจ มีทั้งหัวข้องานวิจัย Worlshop คอร์สสั้นๆสำหรับสอนเทคนิคต่างๆ เป็นต้น

poster

Poster

โซนนี้จะเป็นเอกสารงานวิจัยต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้คนที่สนใจมาอ่านได้ ถ้าใครสนใจอยากเอาไปต่อยอดเชิงพานิชย์ก็สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้

สำหรับคนที่สนใจงานนี้จะมาจัดที่ไทยในปีหน้าในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีหน้าที่ไบเทค บางนาค่ะ ใครที่อยากได้ความรู้ใหม่ๆ ความรู้เชิงลึกหรือแรงบันดาลใจใหม่ๆ เรียกว่าห้ามพลาดงานนี้นะ