เปิดให้บริการแล้วกับ Google Station บริการฟรีไวไฟความเร็วสูงจาก Google ซึ่ง ไทยถือเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่ได้ใช้งานบริการนี้ ถัดจากเม็กซิโก,อินโดนีเซียและอินเดีย โดยจุดให้บริการนั้นจะอยู่ตามสถานที่ที่มีคนเยอะๆอย่างห้างสรรพสินค้าหรือสถานีขนส่งสาธารณะ

ในช่วงแรกนั้นจะมี 10 จุดทั่วไทย ซึ่งต่างจังหวัดจะใช้งานได้ที่พิจิตรและเชียงคาน จากนั้นก็จะขยายไปยังจุดอื่นๆเพิ่มเติมอีกซึ่งสามารถเข้าไปเช็คจุดให้บริการได้ที่ เว็บ

ซึ่งทาง Google ก็เปิดทางให้ผู้ที่สนใจอยากนำบริการนี้ไปติดตั้งในพื้นที่ของตัวเองก็สามารถติดต่อเข้าไปได้ โดยเบื้องต้นจะพิจารณา 3 ปัจจัยหลักก่อนก็คือ เป็นจุดที่มีคนหนาแน่น เป็นพื้นที่ที่คนใช้เวลาอยู่นานๆ และสัญญาณอินเตอร์คุณภาพไม่ดี/ยังเข้าไม่ถึง

ส่วนความเร็วในการใช้งานนั้นถือว่าเร็วพอสมควร ซึ่งทาง Google จะมีการเก็บข้อมูลการใช้งานตลอด ถ้าหากคนใช้งานเยอะก็จะอัพเกรดโมดูลที่ใช้งานนั้นเพื่อให้ความเร็วในการใช้งานเหมาะสมกับปริมาณผู้ใช้ ถ้าใครยังไม่รู้จักลองไปดูรายละเอียดเบื้องต้นกันก่อน

สงสัยกันมั้ยค่ะว่าทำไมเค้าถึงเลือกไทยเป็นประเทศที่ 4 ทั้งๆที่มีประเทศอื่นๆที่น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า

ทำไมถึงเลือกประเทศไทย

ถ้าเราลองมาดูจำนวนประชากรในแต่ละประเทศที่ว่ามานั้น จะเห็นว่าจำนวนประชากรในประเทศเค้าสูงกว่าไทยเยอะเลยค่ะ ( อินเดีย 1,324 ล้านคน, อินโดนีเซีย 261 ล้านคน, เม็กซิโก 127.5 ล้านคน  และ ไทย 69 ล้านคน) ถ้าเรามาลองมาดูแต่ละประเทศที่เปิดให้บริการ Google Station นั้นจะมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่คือ เป็นประเทศที่การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตไม่สูงมากและจับมือกับ ISP ท้องถิ่นในการให้บริการ

  • อินเดีย

อินเดียถือเป็นประเทศแรกที่ให้บริการ เพราะมองแล้วว่าที่มีประชากรสูงเป็นอันดับสองของโลก แต่อัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตยังต่ำมาก ก็เลยมาเปิดทดลองเป็นที่แรก จุดให้บริการที่อินเดีย ส่วนใหญ่จะติดตั้งในสถานีรถไฟทั่วประเทศซึ่งตอนนี้มีมากกว่า 400 สถานีแล้วนั่นเป็นเพราะว่ารถไฟเป็นการเดินทางหลักของคนในประเทศด้วยราคาที่ไม่แพงมากนัก เพียงแค่เปิดบริการปีแรกนั้นมีผู้ใช้งานถึงเดือนละ 8 ล้านคน เฉลี่ยใช้งานจุดละ 15,000 คนต่อวัน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดถือว่ามีโอกาสโตอีกเยอะเลยค่ะ

  • อินโดนีเซีย

อินโดนีเซียการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตนั้นอยู่ที่ 40% ของคนทั้งประเทศ เนื่องจากภูมิศาสตร์ของประเทศที่เป็นเกาะและภูเขาสูงจึงทำให้การติดตั้งเครือข่ายมีความยากลำบาก รวมถึงมีปัญหาเรื่องของคุณภาพการเชื่อมต่อที่อาจจะยังไม่ดีเท่าไหร่ในบางพื้นที่

ส่วนรูปแบบการให้บริการก็เรียกว่ายกโมเดลจากอินเดียมาเป๊ะๆเลยค่ะโดยเปิดให้บริการที่เมืองจาร์กาตา ก่อนขยายไปเมืองต่างๆทั่วประเทศ

  • เม็กซิโก

ส่วนเม็กซิโกนั้นเป็นประเทศที่ 3 ที่ได้ใช้งาน จากการสำรวจในปี 2013-2016 มีผู้เข้าถึงและใช้งานอินเตอร์เน็ตได้เพียง 20 ล้านคนเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด โดยจุดให้บริการส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้าและสถานีขนส่งสาธารณะ

นอกจากนั้นการเลือกเม็กซิโกนั้นจะ มีเป้าหมายรองก็คือ การเปิดตลาดใหม่ละตินอเมริกาซึ่งมีประชากรอยู่กว่า 631 ล้านคนโดยใช้เป็นเม็กซิโกหัวหอกนั่นเองโดยอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของภูมิภาคนี้อยู่ที่ราวๆ 66% (ข้อมูลจาก internetworldstats ปี 2017)

  • ไทย

หลายคนอาจจะมองว่าไทยมีความพร้อมอยู่แล้วทั้งเรื่องของโครงข่ายอินเตอร์เน็ต รวมถึงจำนวนผู้ใช้งานที่เยอะติดอันดับโลกอยู่แล้ว ทาง Google จะมามาเปิดให้บริการไวไฟฟรีทำไม แต่ถ้าเราลองมาลงรายละเอียดเชิงลึกแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนคิด

จากข้อมูลปี 2017 แม้ไทยเองจะมีผู้ใช้มือถืออยู่ 90 ล้านเบอร์ แต่จำนวนผู้ใช้กว่า 80% หรือ 70 ล้านกว่าเบอร์นั้นเป็นผู้ใช้บริการในระบบ Pre-Paid หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าระบบเติมเงิน ส่วนคนที่ใช้งานแบบจ่ายรายเดือนมีแค่ 20% เท่านั้นเอง นั่นหมายความว่าการใช้งาน 3G/4G บนมือถือยังกระจุกตัวแค่คนบางกลุ่มเท่านั้นโดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมือง

สาเหตุหลักที่คนใช้ระบบเติมเงินก็เพื่อความง่ายในการควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน การเล่นอินเตอร์เน็ตบนมือถือเหมือนการเพิ่มรายจ่ายแต่ละเดือนให้มากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มีภาระค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว อยากประหยัดเงินเอาไปใช้กับเรื่องที่สำคัญกับปากท้องกว่า  ซึ่งคนกลุ่มนี้ใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือน้อยมากๆหรือบางคนก็ไม่ได้ใช้เลย

นอกจากนั้นในบางพื้นที่ของประเทศไทยแม้อินเตอร์เน็ตจะเข้าถึงแล้วแต่ก็มีปัญหาคุณภาพสัญญาณอ่อน เชื่อมต่อช้า สัญญาณหายทำให้เป็นอุปสรรคในการใช้งาน 

การให้บริการไวไฟฟรีจะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้คนกลุ่มใหญ่ของประเทศได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น เข้าถึงคลังความรู้มหาศาลเอาไปปรับใช้กับตัวเองและการประกอบอาชีพ ใครเปิดร้านอยู่แล้วก็ใช้อินเตอร์เน็ตในการหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยโตขึ้นไปด้วย

การนำบริการ Google Station เข้ามาเพื่อให้คนกลุ่มนี้ ได้เกิดการลองใช้แล้วเห็นว่าเกิดประโยชน์ คนกลุ่มนี้ก็จะยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี ทำให้เกิดการใช้งานมากขึ้นมากขึ้นนั่นเอง

สิ่งต่างจากประเทศอื่นก็คือไทยจะเน้นจุดที่มีคนพลุกพล่านอย่างห้างสรรพสินค้า ตลาดหรือถนนคนเดินที่มีคนสัญจรจำนวนมากๆก่อน เพราะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งานเป็นอันดับแรกเพราะติดตั้งแล้วไม่มีคนใช้ก็ถือว่าเปล่าประโยชน์ค่ะ

Google ให้บริการฟรีแล้วได้อะไร?

แน่นอนว่าธุรกิจของกูเกิลนั้นอยู่ได้ด้วยจำนวนผู้ใช้งานบริการต่างๆ การเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตก็หมายถึงการสร้างโอกาสให้คนใหม่ๆมาใช้งานบริการต่างๆ นอกจากนั้นข้อมมูลการใช้งาน พฤติกรรมและรุปแบบการใช้งานต่างๆก็จะถูกนำไปวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อ เช่น เอามาปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น เอาไปใช้ด้านการตลาดยิงโฆษณาที่คนน่าจะสนใจ เป็นต้น

แม้ Google Station นั้นจะเปิดให้ใช้งานฟรีแต่ก็เป็นการใช้งานฟรีแบบมีเงื่อนไข นั่นก็คือต้องแลกกับการดูโฆษณาซึ่งในไทยได้จับมือกับค่าย Uniliver เป็นผู้ให้บริการส่วนนี้ ซึ่งรายได้ก็จะเอากลับมาบริหารจัดการดูแลระบบนั่นเอง แต่ถ้าคนใช้เยอะๆไม่แน่อาจจะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

สุดท้ายก็ต้องมารอดูกันว่า Google Station นั้นจะได้รับการตอบรับแค่ไหน จะช่วยผลักดันการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของคนไทยตามที่ตั้งเป้าไว้ได้รึไม่ค่ะ