เปิดตัวตามคาดกับไอโฟนสองรุ่นใหม่จอ OLED ส่วนชื่อมาตามข่าวลือเป๊ะๆนั่นก็คือ iPhone Xs และ iPhone Xs Max หน้าจอดีขึ้น กล้อง AI ถ่ายสวยขึ้น

เริ่มจากรุ่นแรกคือ จอ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้วในขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงเมื่อเทียบกับ iPhone 8 ตัวเครื่องมีทั้งหมด 3 สีคือ สีเงิน, สี Space Gray และสีทอง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเรื่องแรกก็คือ เพิ่มคุณสมบัติกันน้ำให้ดีขึ้นเป็น iP68 หน้าจอรองรับ HDR10 ซึ่งให้ค่า ไดนามิกกว้างขึ้น 60%

รุ่นที่สองที่เปิดตัวก็คือ รุ่นจอ 6.5 นิ้ว ขนาดเท่ารุ่น Plus แต่มีขนาดหน้าจอเพิ่มขึ้น ส่วนชื่อรุ่นตามข่าวลือคือ iPhone Xs Max ซึ่งเค้าบอกว่าจะให้ประสบการณ์การใช้งานแบบเต็ม Max นั่นเอง ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 2688×1242 มีความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 458 ppi

ส่วนการทำงานอื่นๆก็มีการปรับเสียงสเตอริโอ ให้เสียงกว้างขึ้น , Face ID ปรับการทำงานให้ดีขึ้น ใช้เซ็นเซอร์ต่างๆร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มจำนวนจุดตรวจสอบบนใบหน้ามากขึ้น, ปรับการทำงานของอัลกอรึทึ่มให้ทำงานเร็วขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น ส่วน 3D Touch ยังอยู่เหมือนเดิม

ชิปหลักเป็น A12 Bionic เป็นตัวแรกที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ถึง 6.9 ล้านตัว  ซีพียูเป็นแบบ 6 คอร์ ทำงานเร็วขึ้น 30% ส่วน GPU เป็นแบบ 4 คอร์ทำงานด้านกราฟฟิกเร็วขึ้น 50%

ชิป NPU แบบ 8 คอร์ทำงานด้าน AI และ machine learning โดยเฉพาะ รับคำสั่งได้ 5 trillion คำสั่งต่อวินาที ตัวเครื่องมีความจุสูงสุด 512GB

กล้อง

กล้องไอโฟนถือเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แถมภาพที่ถ่ายเคยขึ้นปกนิตยสาร TIME มาแล้ว

กล้องหลังเลนส์คู่ 12+12 ล้านพิกเซล แบ่งเป็นเลนส์มุมกว้างและเลนส์เทเล มาพร้อมกันสั่น Dual OIS ใช้เซ็นเซอร์ตัวใหม่ ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านเท่าเดิมแต่เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลักๆก็คือใช้ AI มาช่วยในการถ่ายภาพ โดยใน 1 รูปนั้นจะประมวลผลถึง 1 Trillion คำสั่ง โดยจะดูเรื่องค่าต่างๆ เช่น White Balance, การตรวจจับฉากหลัง จากนั้นก็รวมรูปเข้าด้วยกันเพื่อให้ออกมาดีที่สุด

นอกจากนั้นก็มีฟีเจอร์ใหม่ Smart HDR ที่ทำงานฉลาดขึ้น พร้อม Zero Shutter Lag กดปุ๊บได้ภาพที่ต้องการ เพื่อให้ไม่พลาดวินาทีที่สำคัญ, รวมภาพเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้สีสันและรายละเอียดคมชัดที่สุด

ส่วใครที่ชอบถ่ายโหมดบุคคล ชอบถ่าย Bokeh หน้าชัดหลังเบลอ ตอนนี้ปรับการทำงานให้ดีขึ้น เลือกรูรับแสงปรับระดับความเบลอด้านหลังได้ทั้งก่อนหรือหลังถ่าย เริ่มตั้งแต่ f1.4 ถึง f16

ส่วนแบตเตอรี่ทำงานได้นานขึ้น 30 นาทีเมื่อเทียบกับ iPhone X ส่วน iPhone Xs Max ทำงานได้นานขึ้น 1.30 ชั่วโมงเมื่อเทียบกับ iPhone 8 Plus

Dual Sim

ใครที่มีหลายเบอร์แต่ไม่อยากพกหลายเครื่อง ตอนนี้มาพร้อมเทคโนโลยีสองซิมแบบปกติซึ่งจะวางขายในจีน นอกจากนั้นก็ยังมีรุ่นที่รองรับสองซิมแบบ eSIM ซึ่งตอนนี้ก็มีเครือข่ายที่รองรับมากขึ้น

ราคาขายนั้น iPhone Xs เริ่มต้นที่ 999 ดอลล่าร์ ส่วน iPhone Xs Max เริ่มต้นที่ 1099 ดอลล่าร์ สามารถสั่งจองได้ตั้งแต่ 14 กันยายน วางขายจริง 28 กันยายนนี้