เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับ Pixel 3 และ Pixel 3 XL เรียกว่าตัวจริงแทบไม่ต่างจากข้อมูลหลุดก่อนหน้านี้ ดีไซน์เดิม กล้องหลังเลน์เดียวพร้อมสารพัดความสามารถของ AI

Google Pixel 3

เผยโฉมแล้วกับสมาร์ทโฟนเรือธงของ Google พร้อมกัน 2 รุ่นคือ Pixel 3 และ Pixel 3 XL ดีไซน์โดยรวมยังคล้ายรุ่นเก่า แน่นอนว่าจุดขายนอกจากความเป็น Pure Android แล้ว ก็ยังมีเรื่องของกล้องถ่ายรูปที่ดีเป็นอันดับต้นๆของตลาด เสริมประสิทธิภาพด้วยอาวุธลับอย่าง AI เรื่องของสเปคนั้นเหมือนกับข่าวลือเป๊ะๆ Pixel 3 มาพร้อมหน้าจอ FHD+ 5.5 นิ้ว ส่วน Pixel 3 XL มีหน้าจอ QHD 6.3 นิ้ว สัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 18:9 มีรอยแหว่งด้านบน ส่วนความจุเครื่องจะมีให้เลือก 2 ขนาดคือ 64GB และ 128GB

กล้อง

กล้องหลังของทั้งสองรุ่นนี้ยังคงใช้เลนส์ตัวเดียว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เสริมด้วยฟีเจอร์ต่างๆที่ช่วยให้ถ่ายรูปได้ดีขึ้น

  • ฟีเจอร์ Top Shot ใช้ AI ในการช่วยให้ได้รูปที่สมบูรณ์แบบ โดยเลือกรูปที่ดีที่สุดมาให้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือถ่ายด้วยโหมด HDR+ มันก็จะแนะนำว่ารูปที่ถ่ายมารูปไหนดีที่สุด รวมถึงเวลากดชัตเตอร์ AI ก็จะคอยเลือกภาพคนยิ้ม เปิดตามองมาที่กล้อง แทนรูปที่มีคนหลับตา
  • ซูมภาพได้ดีขึ้น เวลาเราซูมภาพเพื่อถ่ายรูป มักจะแตกเป็นแกรน ไม่คอมชัดสักเท่าไหร่ ด้วยฟีเจอร์ Super Res Zoom ที่ผสมผสานด้วยเทคนิก computational photography ซึ่งปกติเราใช้ถ่ายดวงดาว ทำให้ได้ภาพที่คมชัดขึ้นเวลาซูม
  • ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดีขึ้น แม้แสงสว่างรอบข้างจะมืดมิดแต่ Pixel 3 ก็ยังสามารถถ่ายได้ออกมาสว่างได้เป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้แฟลชด้วยโหมด Night Sight เก็บภาพได้สว่าง รายละเอียดครบ
  • ไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่ เวลาถ่ายภาพเซลฟี่หมู่ ไม้เซลฟี่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เพราะกล้องหน้าคู่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์มุมกว้าง 97 องศา ช่วยให้เฟรมมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 184%
  • โหมด Photobooth ใช้ AI มาช่วยจดจำว่าเรากำลังยิ้มหรือทำหน้าตลกๆอยู่รึเปล่า เพื่อให้รู้ว่าพร้อมสำหรับเซลฟี่รึยัง นอกจากนั้นยังถ่ายรูปให้อัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปกดชัตเตอร์ เรียกว่าน่าจะถูกใจตากล้องแนวแคนดิต
  • โหมด Portrait Mode ช่วยปรับความเบลอของฉากหลัง เปลี่ยนจุดโฟกัสของภาพหลังถ่ายได้ รวมถึงใช้ Google Photos มาช่วยแยกวัตถุออกจากฉากหลัง เปลี่ยนฉากหลังให้เป็นสีขาวดำ ช่วยทำให้สิ่งที่อยู่ในภาพเด่นขึ้น
  • โหมด Playground เราาสามารถเพิ่ม AR เข้าไปให้รูปหรือวิดีโอมีสีสันมากขึ้น ด้วยสติกเกอร์และแคปชั่นต่างๆ แถมเค้ายังจับมือกับ Marvel Studios ใส่สติกเกอร์ซุเปอร์ฮีโร่มาให้ด้วย
  • ถ่ายวิดีโอได้ลื่นขึ้นด้วยโหมด Motion Auto Focus ช่วยจับโฟกัสวัตถุเคลื่อนที่ให้อัตโนมัติ นอกจากนั้นกล้องหน้ายังใส่ระบบกันสั่นมาให้ด้วย

แน่นนอนว่า Pixel 3 เด่นเรื่องถ่ายรูปแล้วก็ยังสามารถใช้งาน Google Photos อัพโหลดรูปความละเอียดดังเดิมได้ไม่จำกัด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้งานได้ถึงปี 2022 เลยค่ะ

พลังของ AI

มาดูเรื่องของ AI บน Pixel 3 กันบ้าง มาคราวนี้ก็มีฟีเจอร์ใหม่ช่วยให้เราจัดการชีวิตเราได้ง่ายและสะดวกขึ้น เริ่มตั้งแต่ Google Lens ที่ฝังมาในกล้องเลยค่ะ ยกขึ้นมาส่องหาข้อมูล แปลภาษา ส่องหาเสื้อผ้าว่าเป็นแบรนด์อะไรและอีกสารพัด นอกจากนั้นก็ยังส่อง URL หรือ QR code ตามที่ต่างๆแล้วเปิดหน้าเว็บให้ทันที หรือเวลาที่ส่องเบอร์โทรก็จะแนะนำสิ่งที่เราจะทำต่อ เช่น เพิ่มในรายชื่อติดต่อมั้ย

อย่างในแอปอื่นๆก็ใส่ AI มาให้ด้วย เช่น Gmail มีฟีเจอร์ Smart Compose ช่วยเดาประโยคต่อไปที่คาดว่าเราจะพิมพ์ ช่วยให้เขียนอีเมลได้ไวขึ้น หรือคีย์บอร์ด Gboard ก็จะแนะนำภาพ GIF หรือ สติกเกอร์ ช่วยให้เราแชทได้สนุกขึ้น ซึ่งทั้งสองฟีเจอร์นี้จะใช้งานได้กับภาษษอังกฤษก่อน

ในส่วนของ Google Assistant ช่วยสั่งงานด้วยเสียงได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะค้นหาข้อมูล สั่งงานมือถือ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งปีนี้จะมีอีก 2 ฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเข้ามา

ฟีเจอร์แรกจะใช้งานได้ในอเมริกา นำ AI มาช่วยสกรีนสายโทรเข้า ป้องกันพวกโทรมารบกวน เวลาที่สายพวกนี้โทรเข้ามา เราสามารถทำได้สองอย่างคือกดไม่รับ ซึ่ง AI จะเรียนรู้แล้วว่ามันคือสายสแปม หรือเราจะกดรับให้ AI คุยแทนเราไปเลยก็ได้ ซึ่งการประมวลผลนั้นจะทำในเครื่องเลยจึงทำงานได้อย่างรวดเร็วและประหยัดแบตเตอรี่

ฟีเจอร์ที่สองก็ยังใช้งานได้ในอเมริกาก่อน นั่นก็คือ สามารถเข้าถึงการทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆของ Google Assistant ที่มีเทคโนโลยี Duplex หนุนหลังอยู่ เช่น สั่งให้เอไอโทรออกจองร้านอาหารแทนเรา

Digital Wellbeing

ใน Pixel 3 จะมี Digital Wellbeing ชุดเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้ารักษาสมดุลย์ในการใช้มือถือ โดยจะมีแดชบอร์ดให้เพื่อให้เราเข้าใจการใช้งาน ว่าหมดเวลาไปกับมือถือเท่าไหร่ตั้งจำกัดการใช้งานแต่ละแอปได้ รวมถึงโหมดใหม่ Wind Down เปลี่ยนสีหน้าจอเป็น grayscale ตอนกลางคืนจะได้ไม่รบกวนตอนนอน

ชาร์จไวขึ้น

Pixel 3 มาพร้อมอแดปเตอร์  18 วัตต์ รองรับการชาร์จไว ชาร์จมือถือแค่ 15 นาที สามารถใช้มือถือได้ 7 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังเอาเอไอ มาช่วยจัดสรรการใช้แบตเตอรี่ กับแอปที่สำคัญๆก่อนเพื่อที่เราจะได้มีแบตไว้ใช้ได้ตลอดทั้งวัน

มาคราวนี้ก็ยังมีอุปกรณ์เสริมใหม่อย่าง Pixel Stand แท่นชาร์จไร้สาย แต่ต้องซื้อแยกนะ ไม่ได้แถมมาให้ จุดเด่นของมันก็คือเวลาที่วางชาร์จก็จะเปลี่ยนมือถือเป็นจออัจฉริยะ แสดงข้อมูล, เล่นเพลงและสั่งงาน Google Assistant คล้ายๆกับ Google Home ด้านหน้ามาพร้อมลำโพงคู่จูนเสียงโดยโปรดิวเซอร์ที่เคยได้รางวัล GRAMMY มาแล้ว แถมใครซื้อเครื่องก่อน 31 ธันวาคมปีนี้จะได้ YouTube Music Premium ไปใช้ฟรี 6 เดือน

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆก็มี คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่น IP68, มีชิปความปลอดภัยที่ออกแบบโดย Google เองชื่อว่า Titan M ซึ่งมาช่วยให้ใช้งานได้อุ่นใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะช่วยป้องกันข้อมูลส่วนตัว, disk encryption, app data ส่วนระบบปฏฺบัติการก็ต้องเป็น  Android 9 Pie

ตัวเครื่องมีสีให้เลือกคือ Just Black, Clearly White และสีใหม่ Not Pink สนนราคาขายเริ่ม Pixel 3 เริ่มต้นที่ 799 เหรียญส่วน Pixel 3 XL เริ่มต้นที่ 899 เหรียญ

VIA GB