สำหรับเพื่อนๆ ยุคใหม่ทุกคนคงไม่มีใครไม่รู้จัก Netflix แน่นอนถูกต้องมั้ยคะ แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ เพื่อนๆ เคยรู้มั้ยว่าใครเป็นคนก่อตั้ง Netflix ขึ้นมา วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกัน

Reed Hastings-Netflix

1997 จุดเริ่มต้น Netflix

Reed Hastings เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 1960 จบจากโรงเรียน Buckingham Browne & Nichols School Cambridge และเรียนต่อด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย และจบปริญญาเอกในปี 1988

หลังเรียนจบ Reed ก็ได้ทำงานปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้กับบริษัท Adaptive Corporation และได้เรียนรู้ถึงการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้เกิดความน่าสนใจ ที่นี่เค้าได้เรียนรู้ถึงพลังของการโฟกัสทำสิ่งที่ต้องการทีละอย่าง ไม่จับปลาสองมือ และให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ทีละตัว จนในปี 1991 เค้าก็ลาออก เพื่อมาเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

Reed Hastings

บริษัทแรกของเค้าคือ Pure Software เป็นบริษัทที่สร้างผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ต่างๆ ให้กับบริษัทอื่นๆ ซึ่งมันโตเร็วมาก จนเป็นสิ่งที่บอกได้ว่า เค้ามีความสามารถและมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริษัทมากแค่ไหน แต่เพราะขนาดที่โตไวเกินไป เค้าในตอนนั้นยังไม่พร้อมสำหรับตำแหน่ง CEO จึงทำให้ในปี 1997 Reed ได้ขายบริษัทของเค้าทิ้งไป และเริ่มต้นตำนานบทใหม่ต่อทันที

Netflix

วันที่ 20 สิงหาคม ปี 1997 Reed กับ Marc Randolph จับมือกันก่อตั้ง Netflix ขึ้นมา เป็นธุรกิจให้เช่าพวก VDO สื่อบันเทิงต่างๆ และต่อมาเมื่อธุรกิจเติบโตก็ได้เพิ่มบริการจัดส่งเช่า VDO และ DVD แบบไปรษณีย์ในละแวกใกล้ๆ แทน

เอาใจใส่ลูกค้า หัวใจสำคัญที่ทำให้ Netflix ประสบความสำเร็จ

เมื่อดำเนินธุรกิจไปสักระยะ เค้าพยายามมองหาจุดอ่อนของตัวเองตลอดเวลา และลองเช่า DVD ร้านตัวเองมาดู เพื่อศึกษาระบบทุกอย่าง ในที่สุดเค้าก็ได้พบว่าการเก็บค่าปรับคืนวิดีโอล่าช้าของธุรกิจเค้ามันแพงเกินไป เค้าเช่ามาและคืนช้าแค่ 7 วันแต่กลับโดนปรับถึง 40 ดอลลาร์ (พันกว่าบาท) จึงทำให้เกิดระบบใหม่ขึ้นมา เป็นการสมัครสมาชิกแบบรายเดือนแทน เปิดโอกาสให้สมาชิกรับ DVD ไปชมได้แบบไม่มีจำกัด ตรงนี้แหละที่ทำให้ Netflix เติบโตขึ้นมาก จนเค้าได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้บริหารที่มีความสร้างสรรค์และมีนวัตกรรมสุดๆ

netflix

ซึ่งเค้ายังไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านั้น แต่ยังออกกลยุทธ์ใหม่ๆ มาตลอด ระหว่างนั้นก็ได้เกิดคู่แข่งและพาร์ทเนอร์ขึ้นมากมาย ทั้ง Wall-Mart และ Blockbuster ซึ่งสุดท้ายแน่นอนว่า Netflix ได้ปรับกลยุทธ์ ให้สมาชิกสมัครรายเดือนแค่เดือนละ 1 ดอลลาร์ เพื่อตัดราคาให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาตีตลาดด้วย จนเอาชนะคู่แข่งต่างๆ ไปได้ และพัฒนาธุรกิจของตัวเองจาก Offline สู่ Online ให้เราได้รับชมกันแบบทุกวันนี้