Louis Vuitton เอาใจคอแฟชั่นที่ชื่นชอบเทคโนโลยีด้วย ด้วย Tambour Horizon นาฬิกา Wear OS สุดหรู ใส่ชิปใหม่ทำงานดีขึ้น พร้อมปรับแต่งหน้าปัดให้เข้ากับความชื่นชอบของแต่ละคนได้

Louis Vuitton Tambour Horizon

แม้ระบบปฏิบัติการ Wear OS บนนาฬิกาอัจฉริยะนั้นอาจจะยังไม่ได้รับความนิยมเท่ากับ wathchOS ของฝั่ง Apple แต่ต้องบอกว่าฟีเจอร์การทำงานต่างๆนั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยค่ะ แต่ทางผู้ผลิตเองก็พยายามผลักดันนาฬิการุ่นใหม่ๆออกมาให้มีทางเลือกมากขึ้น ถ้าคุณเป็นสายแฟชั่น ที่ชื่นชอบแบรนด์เนมอย่าง Louis Vuitton ขอแนะนำนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ Tambour Horizon ที่เรียกว่าอัพเกรดสเปคและมีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมาเพียบเลยล่ะ

Tambour Horizon รุ่นแรกนั้นเปิดตัวเมื่อปี 2017 เน้นความอัจฉริยะบวกกับความหรูหราด้วยราคาสูงถึงเรือนละ 2,500 ดอลล่าร์หรือประมาณ 78,280 บาท รุ่นที่สองนี้ยังคงใช้ดีไซน์แบบเดิม เน้นที่ความเรียบง่าย

เริ่มจากตัวเรือนเพิ่มความหรูหราด้วยเซรามิกสีขาวที่เด่นสะดุดตา ตัดกับเม็ดมะยมที่เป็นสแตนเลสสตีลมันวาวสำหรับปรับการทำงานและสั่งงาน Wear OS ส่วนด้านหลังตัวเรือนจะเป็นดีไซน์แบบ PVD ด้วยสีดำด้าน  นอกจากนั้นทาง Louis Vuitton ยังเพื่อ “ออฟชั่นแบบสุดพิเศษ” สำหรับตกแต่งหน้าปัดนาฬิกาให้เข้ากับความชื่นชอบของแต่ละคนด้วย ไม่ว่าจะเป็นลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Monogram, Damier หรือ V for Gaston-Louis Vuitton

ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนั้นก็คือสเปคเครื่องภายใน ที่เปลี่ยนมาใช้ Snapdragon Wear 3100 ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกที่ใช้ชิปใหม่นี้ ส่วน RAM ให้มา 1GB พร้อมความจุเก็บข้อมูล 8GB เสริมด้วย NFC รองรับการจ่ายเงินด้วย Google Pay

Louis Vuitton Tambour Horizon

หน้าจอจะเป็นจอ AMOLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 390×390 ปิดทับด้วยกระจกแซฟไฟร์เพิ่มความแข็งแรงทนทาน มีการเพิ่มวงแหวนบอกเวลา 24 ชั่วโมงรอบๆขอบเรือน พร้อมบอกเวลากลางวัน/กลางคืน ส่วนแบตเตอรี่มีความจุ 300mAh ซึ่งทาง Louis Vuitton เคลมว่าแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 5 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งในโหมดนาฬิกา

ส่วนฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ “My Travel” ช่วยสำหรับเรื่องเดินทาง ด้วยการรวมข้อมูลการเดินทางไว้ในที่เดียว เช่น ข้อมูลการจองโรงแรม, การจองตั๋วเครื่องบิน, เวลาเครื่องขึ้นลง โดยข้อมูลสำคัญๆจะแสดงขึ้นมาตลอดการเดินทาง แถมยังมีข้อมูลท่องเที่ยวเมืองต่างๆทั่วโกลถึง 30 ปลายทาง

ที่ขาดไม่ได้ก็คือสายลวดลายต่างๆที่มีให้เลือกเปลี่ยนตามความชอบ ส่วนเรื่องราคาและวันวางจำหน่ายนั้นยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการค่ะ คาดว่าราคาน่าจะใกล้เคียงกับรุ่นแรก