เปิดตัวเป็นที่เรียบแล้วกับ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Dyson ที่ประเทศสิงคโปร์ โชว์นวัตกรรมใหม่ที่มาช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ให้สะดวกสบายและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

งานนี้จัดที่ 72-13 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งผลิตภัณณ์ใหม่นั้นมีพื้นฐานบนแนวคิด การเอาเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันช่วยให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งทางไดสันนั้นให้ความสำคัญเรื่องของการวิจัยและพัฒนาในด้านของฮาร์ดแวร์และซอฟ์ทแวร์เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆทำงานได้ดีขึ้น งานครั้งนี้มีเปิดตัวพร้อมกัน 3 ผลิตภัณฑ์คือ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย, ครื่องกรองอากาศส่วนตัวและโคมไฟถนอมสายตา

Dyson V11 พลังดูดแรงขึ้น จัดการพลังงานดีขึ้น

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้หลายคนรู้จักกับแบรนด์ไดสัน ซึ่งปีนี้มีการเปิดตัว Dyson V11 รุ่นใหม่ที่มีการอัพเกรดประสิทธิภาพขึ้นมาหลายด้านทั้งในเรื่องของฮาร์ดแวร์ของซอฟท์แวร์

ภายในมีการฝังไมโครโฟรเฟซเซอร์ถึง 3 ตัวทำให้เครื่องทำงานได้ฉลาดขึ้น โดยมันจะสามารถตรวจจับสภาพของพื้นว่าเป็นวัสดุประเภทไหน ดูจากความต้านทานของหัวแปลงกับพื้นผิว แล้วปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานได้อัตโนมัติ เช่น พื้นแข็งกับพรมนั้นจะใช้แรงดูดคนละระดับเพื่อให้ทำความสะอาดได้หมดจด พร้อมช่วยคำนวณระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ได้

โหมดการทำงานนั้นจะมีอยู่ 3 โหมดคือ โหมด Eco, Auto (ปรับเปลี่ยนการทำงานอัตโนมัติตามพื้นผิวที่กำลังทำความสะอาด) และ Boost (เพิ่มแรงดูดสำหรับคที่อยากให้งานเสร็จไว) ให้เลือกใช้

ในส่วนของพลังทำความสะอาดนั้นก็มีแรงดูดเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 20% ด้วยการใช้ดิจิทัลมอเตอร์ถึง 3 ตัว นอกจากนั้นยังมีการออกแบบใบพัดใหม่ให้ทำงานได้ดีขึ้น แบตเตอรี่เองก็มีเพิ่มจำนวนเป็น 7 ก้อนช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้นถึง 60 นาที ทางไดสันจะเอาอัลกอรึทึ่มมาช่วยเรียนรู้การทำงานของผู้ใช้ รวมถึงบริหารจัดการพลังงานให้ดีขึ้น ดูว่าเราใช้งานแบบไหน วัสดุบนพื้นผิวที่ดูดเป็นยังไง ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่

มาดูส่วนของระบบกรองอากาศกันบ้าง จุดเด่นของ Dyson V11 นั้นคือจะมีการซีลเครื่องแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งที่ดูดออกไปเล็ดรอดออกมา ตัวระบบกรองนั้นสามารถดักจับอนุภาคได้เล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% เลยทีเดียว ซึ่งไซโคลนทั้งหมด 14 ตัวช่วยให้ดักจับอนุภาคขนาดเล็กอย่าง เกสรดอกไม้หรือแบคทีเรียเข้าไปในถึงฝุ่นได้ด้วย

ด้านบนของตัวเครื่องนั้นจะเพิ่มจอ LCD สำหรับแสดงสถานะการทำงาน โหมดการทำงานและแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ แถมแจ้งเตือนได้เมื่อตัวกรองสกปรกหรือมีฝุ่นติดขัดอยู่จะได้แก้ไขก่อนใช้งาน

Dyson Pure Cool Me

จากผลสำรวจพบว่าเราใช้ชีวิตอยู่ภายในอาคารมากถึง 90% ของเวลาแต่ละวัน ซึ่งเราไม่รู้ตัวว่าหายใจฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ รวมถึงอนุภาคขนาดเล็กที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพโดยที่เราไม่รู้ตัว ทาง Dyson เลยพัฒนาพัดลมกรองอากาศส่วนตัว Dyson Pure Cool Me ขึ้นมา

อุปกรณ์ตัวนี้จะแตกต่างจากพัดลมไร้ใบพัดรุ่นที่ผ่านมา ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่าโดยตรงช่องปล่อยลมออกมานั้นจะมีลักษณะเป็นรูปโดม มาพร้อมเทคโนโลยี Core Flow ที่ใช้วิธีปล่อยอากาศไปยังจุดที่ต้องการด้วยการได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องบิน Harrier Jump Jet ช่วยควบคุมอากาศให้มารวมตรงกลางทำให้กลายเป็นลมที่มีแรงดันสูงขึ้น ช่วยควบคุมกระแสลมไปยังทิศทางที่ต้องการได้ง่ายขึ้น เราสามารถปรับการหมุนซ้ายขวาได้ 90 องศา

รุ่นนี้จะสำหรับใช้งานส่วนตัวสำหรับวางไว้บนโต๊ะทำงานหรือวางไว้ในห้องนอน ระบบกรองอากาศนั้นไม่ได้กรองทั้งห้อง แต่กรองอากาศเฉพาะบริเวณที่เราอยู่ ซึ่งระบบกรองของไดสันนั้นจะมาพร้อมฟิลเตอร์ HEPA ดักจับมลพิษอนุภาคขนาดเล็กพิเศษหรือสารก่อภูมิแพ้ ที่มีขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอนได้ถึง 99.95%  นอกจากนั้นยังดูดซับสสารที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันในอาคารได้ เช่น แก๊ส กลิ่นและควันที่เกิดขึ้นในครัวเรือน เช่นสาร VOCs ที่เกิดขึ้นเวลาเราจุดเทียนหอมหรือสีทาภายในที่อาจจะระเหยออกมาซึ่งเราสูดสารพิษเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว

ตัวฟิลเตอร์เองยังทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับเสียงให้ทำงานได้เงียบขึ้น รวมถึงเพิ่มโฟมทำให้ลดเสียงการหมุนของมอเตอร์ได้

อีกฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือ จอ LCD แสดงสถานะการทำงาน ความเร็วลม โหมดการทำงานและระยะการใช้งานของฟิลเตอร์ ซึ่งตัวจอจะมีการฝังเซ็นเซอร์ปรับแสงสว่างให้อัตโนมัติเพื่อให้เข้ากับสภาพแสงภายนอกเวลาใช้งาน โดยเฉพาะเวลาที่เราเข้านอน ถ้าเครื่องตรวจจับว่าไฟมืดลง จอ LCD ก็จะปิดแสงลงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนการนอน แถมผู้ใช้เองยังสามารถตั้งโหมดนอนหลับเพื่อให้เครื่องปิดทำงานอัตโนมัติ โดยตั้งล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 30 นาทีถึง 8 ชั่วโมง

ตัวเครื่องมี 2 สีคือสี White/Silver และสี Gunmetal/Copper มาพร้อมกับรีโมทคอนโทรลมีแม่เหล็กฝังในตัว ติดกับตัวเครื่องได้ ส่วนราคาขายขายในไทยอยู่ที่ 13,900 บาท

Dyson LightCycle โคมไฟถนอมสายตาใช้งานได้นาน 60 ปี

จริงๆแล้วทาง Dyson นั้นมีผลิตภัณฑ์ด้าน Lighting อยู่แล้วแต่ยังไม่เคยนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ซึ่งเค้ามองว่าแสงเป็นอีกปัจจัยนึงที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ ทั้งในเรื่องของสายตาและนาฬิกาชีวิต

ดีไซน์ของตัวโคมไฟค่อนข้างทันสมัยสามารถหมุนปรับระดับได้รอบทิศทาง จุดเด่นของ Dyson LightCycle การติดตามสภาพแสงทั่วโลกแบบ Real-time ด้วยการใช้ข้อมูลจาก GPS เพื่อปรับการทำงานให้เข้ากับสภาพแสงในแต่ละช่วงเวลาของวัน ปรับแสงและอุณหภูมิของแสงให้มีความสมดุลย์ทำให้สายตาไม่เกิดความเมื่อยล้า รวมถึงช่วยลดแสงสีฟ้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงเช้าจะปรับอุณหภูมิและใช้แสง Cool White เพื่อให้ร่างกายกระชับกระเฉงพร้อมทำกิจกรรมต่างๆ พอตกเย็นก็จะเปลี่ยนมาใช้ Warm light เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับร่างกายหลังจากทำงานมาเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน

ตัวโคมจะประกอบด้วยหลอดไฟ warm light และ Cool light อย่างละ 3 ดวง ให้ความสว่างมากกว่า 1,000 LUX พร้อมป้องกันแสงสะท้อนและแสงที่มีความสั่นไหวต่ำ

ที่เด็ดอยู่ที่มีการฝังท่อระบายความร้อน (Heat Pipe) ช่วยระบายความร้อน ซึ่งจริงๆแล้วหลอด LED ก็มีความร้อนน้อยอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มการระบายความร้อนก็ช่วยถนอมการทำงานของหลอดไฟ ทำใช้งานได้นานถึง 60 ปี

ด้านบนของตัวหลอดไฟจะรองรับการสั่งงานด้วยการสัมผัส สั่งให้เพิ่มความสว่าง ปรับอุณหภูมิสี มีเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว เมื่อเราเดินมาใกล้จะเปิดอัตโนมัติ เมื่อเดินออกห่างก็จะปิดการทำงาน ช่วยประหยัดไฟ

การทำงานเชื่อมต่อกับแอป Dyson Link สามารถตั้งเวลาเปิดปิด ปรับให้ไฟค่อยๆสว่างหรือมืดแบบเดียวกับพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกสำหรับตั้งค่าต่างๆ ปรับโหมดการทำงาน เช่นโหมดอ่านหนังสือ แถมยังปรับแสงให้เข้ากับแต่ละช่วงอายุอัตโนมัติ ( ดูจากโปรไฟล์ข้อมูลส่วนตัวที่เราป้อนเข้าไปในแอป) ส่วนขาแก็ดเจ็ตก็มีพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จมือถือและแก็ดเจ็ตต่างๆตรงขาตั้งด้วย

ผลิตภัณฑ์ทั้งสามชิ้นนี้จะค่อยๆทะยอยเข้าวางขายในไทยค่ะ โดยจะเริ่มจากเครื่องดูดฝุ่นไร้สายก่อน ใครสนใจก็มีวางขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป