วันนี้ Dailygozmo มีอีกหนึ่งสตาร์ทอัพที่น่าสนใจ นั่นก็คือ N-SQUARED ที่มีจุดเริ่มต้นจากพ่อค้าออนไลน์ที่มียอดสั่งซื้อแค่ 29 ออเดอร์ จนสามารถก้าวมาเป็น e-Distributor ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนสมัยที่การค้าขายยังไม่เฟื่องฟูเท่าปัจจุบัน คุณนัฐพล บุญภินันท์ ถือเป็นอีกคนนึงที่เห็นโอกาส จึงเริ่มหันมาจับตลาดออนไลน์ขายสินค้า ซึ่งสินค้าที่นำมาขายก็คือ Spin Mop ซึ่งในช่วงแรกนั้นยอดขายก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เดือนนึงขายได้ไม่เกิน 29 ออร์เดอร์เท่านั้นเอง แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ มีการงัดกลยุทธ์ต่างๆมาใช้ ไม่ว่าจะการถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ในสตูดิโอให้สวยงามดึงดูดคนซื้อ เป็นร้านแรกๆที่ยิงโฆษณาบน Facebook เพื่อกระตุ้นยอดขาย จนในปี 2016 นั้น Spin Mop ได้ขึ้นแท่นสินค้าขายดีที่สุดแห่งปีของ Lazada

การมาของสินค้าจีน

ช่วงปี 2016 ทาง Alibaba ยักษ์ใหญ่จากจีนเริ่มเข้ามาลงทุนใน Lazada จึงทำให้สินค้าจากจีนเข้ามารุกตลาดไทยมากขึ้น คุณนัฐพลมองเห็นโมเดลธุรกิจจากเว็บ TAOBAO ของจีนที่มีโปรแกรม TAOBAO Partner ที่มีการแต่งตั้งทีมคนจีนไปดูแลแบรนด์ต่างชาติที่ยังไม่มีเว็บไซต์หรือทีมค้าขายออนไลน์ในจีน ซึ่งทีมจะช่วยดูแลและให้บริการต่างๆเพื่อช่วยให้ขายของผ่านออนไลน์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของ N-SQUARED ที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายให้กับแบรนด์ดังๆผ่านช่องทางออนไลน์

N-SQUARED จะทำหน้าที่เป็น E-Distributor  เป็นผู้จัดจำหน่ายและบริหารช่องทางการขายอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรผ่านทางออนไลน์ให้กับแบรนด์ต่างๆในไทยบนหลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น LAZADA, SHOPPEE และ JD.com ซึ่งหมวดหมู่สินค้าที่เชี่ยวชาญก็จะเป็นพวกอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์, เครื่องใช้ในบ้าน

เริ่มตั้งแต่หน้าบ้านที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับ Official Store ของแบรนด์นั้นๆบน Marketplace ออนไลน์ ส่วนหลังบ้านจะช่วยจัดการสต็อกสินค้า, การจัดส่ง, โฆษณาประชาสัมพันธ์ออนไลน์ รวมถึงบริการลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ จนตอนนี้มีแบรนด์ชั้นนำในพอร์ตมากกว่า 60 แบรนด์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงขยายบริการไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ ส่งผลให้ยอดขายในปี 2561 พุ่งขึ้นเป็น 735 ล้านบาท

เทคโนโลยี

แม้หลายคนมองว่าธุรกิจ E-Distributor จะเป็นธุรกิจที่มีอุปสรรคในการเข้ามาทำธุรกิจต่ำ แต่สิ่งที่ทำให้ N-SQUARED ต่างจากรายอื่นๆก็คือ การทำเทคโนโลยีมาใช้เริ่มตั้งแต่

  • ระบบการจัดการคำสั่งซื้อผ่านอีมาร์เก็ตเพลสและโซเชียลมีเดียแบบเรียลไทม์ (Omni-channel ERP system) มีการเชื่อมต่อสต็อกบนทุกแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน สมมุตว่ามีการสั่งซื้อผ่าน Lazada สต็อกของ JD และ SHOPPEE จะหักไปอัตโนมัติทันที เพื่อไม่ให้เสียโอกาสการขาย ลูกค้าสั่งแล้วไม่มีของให้
  • Customer Intelligence Data มีการเก็บข้อมูล Big Data มาใช้ทำความเข้าใจเชิงลึกของผู้บริโภค รู้ว่าลูกค้าหลักอยู่ในพื้นที่ไหน สั่งซื้ออะไรบ่อย จำนวนเท่าไหร่ เพื่อนำมาวางแผนจัดโปรโมชั่น จัดแพคขายคู่ กระตุ้นยอดขายให้มากขึ้น การบริหารสินค้าคงคลังให้เหมาะสมกับช่วงโปรโมชั่นที่มียอดขายสูงขึ้น รวมถึงการทำโฆษณาออนไลน์เน้นสร้างยอดขาย
  • มีการทำรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมลูกค้า รวมถึงวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่งให้กับแบรนด์ต่างๆเพื่อนำไปวางกลยุทธ์การขายได้ดีขึ้น
  • รุกตลาด Social Commerce มากขึ้น เนื่องจากคนไทยหันมาซื้อขายผ่าน Facebook, Instagram และ LINE มาขึ้น ทาง N-SQUARED จึงได้พัฒนาแชทบอท AI มาช่วยขายสินค้าผ่านทางโซเชียล ช่วยคุยกับลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยนำมาทดสอบกับสินค้าแบรนด์ที่ผลิตเองก่อน ส่งผลให้การใช้งานครึ่งปีแรกของปี 2562 นั้น สร้างยอดขายได้สูงถึง 20,000 ออเดอร์ ปัจจุบันตัวแชทบอทนั้นสามารถจัดการออเดอร์ได้ 2,000 ออเดอร์ต่อวัน ซึ่งในอนาคตจะเพิ่มเป็น 5,000 ออเดอร์ต่อวัน
  • Shopentainment มีการทำการไลฟ์สดขายสินค้าเป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งตอนนี้ทำไปแล้วมากกว่า 200 ไลฟ์ มีการเชิญคนที่มีชื่อเสียงทำให้ได้รับความสนใจจากคนดู  ซึ่งของที่อยู่ในไลฟ์นั้นสามารถกดสั่งซื้อได้ทุกชิ้น ช่วยสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี

ทิศทางในอนาคต

N-SQUARED เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้พฤติกรรมผู้ซื้อในเชิงลึก รวมถึงเปิดเป็น Open platform ให้ร้านค้าที่สนใจสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้

ในช่วงไตรมาสที่ 4 นั้นจะมีการขยายตลาดไปยังอินโดนีเซียและเวียดนามโดยร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศนั้นๆ เพราะมีความเข้าใจและเชี่ยวชาญกับคนในพื้นที่มากกว่า

ส่วนของผลิตภัณฑ์นั้นตั้งเป้าปั้นแบรนด์โฮมฮัก (HomeHuk) ให้เป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค รวมถึงเพิ่มสินค้าในพอร์ตกลุ่มอุปกรณืออกกำลังกาย รวมถึงการซื้อกิจการแบรด์ขนาดเล็กใน Instagram