ซัมซุงเปิดเวที CES 2020 โชว์วิสัยทัศน์เทคโนโลยีในอีก 10 ข้างหน้า ภายใต้แนวคิด Age of Experience เน้นนำเทคโนโลยี 5G AI IoT และหุ่นยนต์มาใช้สร้างประสบการณ์ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้เป็นรายบุคคล พร้อมเปิดกว้างการร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ๆ เพื่อผลักดันเทคโนโลยีใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้และสังคม

Personalised Experience

ด้วยเทรนด์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไป เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตและอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการขายตัวของเมืองใหญ่ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องมีการกลับมาคิดเรื่องการใช้งานพื้นที่ที่มีจำกัด สิ่งที่คนให้ความสำคัญมากขึ้นคือ ประสบการณ์การใช้งานมากกว่าการซื้อเพราะผลิตภัณฑ์นั้นคืออะไร

นวัตกรรมต่างๆของซัมซุงจึงมุ่งเน้นไปที่ การสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีผ่านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์  มีการออกแบบคอนเทท์และบริการให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ จนไปถึงการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก เมื่อนำทุกอย่างมารวมกันจะ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้แบบเป็นรายบุคคลได้

หุ่นยนต์จะกลายเป็นเพื่อน คอยช่วยเหลือและตอบสนองแต่ละบุคคลในบ้าน ในงานมีการเปิดตัว Ballie หุ่นยนต์ลูบอลขนาดจิ๋ว มาคอยดูแลคนในบ้าน รองรับการสั่งงานด้วยเสียง เดินตามอัตโนมัติ เรียนรู้ความเป็นคุณผ่านพฤติกรรมต่างๆ คอยเป็นเพื่อนและตอบสนองความต้องการของคุณ สามารถสั่งงานอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆในบ้านแบบไม่ต้องสั่ง เป็นกล้องเคลื่อนที่ ถ่ายภาพครอบครัวเวลาสำคัญๆ

ในส่วนของการดูแลสุขภาพรายบุคคล มีแอป Samsung  Health ที่อยู่บนอุปกรณ์สวมใส่และสมาร์ทโฟน คอยเก็บข้อมูลสุขภาพตลอดเวลา แจ้งเตือนเมื่อพบอาการผิดปกติก่อนจะลุกลามใหญ่โตได้

มาปีนี้มีการเปิดตัวโครงการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยโรคหัวใจใช้งานบนอุปกรณ์สวมใส่และมือถือในชื่อแพลตฟอร์มว่า HeartWise ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูตัวเองได้ง่ายๆที่บ้าน เรียกว่านำเทคโนโลยีไปยังผู้คนที่ต้องการใช้ ในสถานที่และเวลาที่ต้องการ  ทางซัมซุงบอกว่า AI เป็นหัวใจสำคัญของ personal healthcare ที่จะช่วยรักษาชีวิตผู้คน ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่าง AI ในตัวอุปกรณ์, ซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ผสมการทำงานกับ Cloud

Smart Home ตอบสนองการใช้ชีวิต

ข้ามมาดูในส่วนของ Smart Home มีการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เพิ่มความฉลาดด้วยเซ็นเซอร์, เอไอและ หุ่นยนต์ ทำให้บ้านกลายเป็น Living Organism คอยเรียนรู้ตัวเราจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ตอบสนองความต้องการของแต่ละคนได้ผ่านเทคโนโลยีที่เข้าใจง่าย ใช้งานง่าย แถมยังเชื่อมต่อโลกภายนอกได้ด้วย

หนึ่งในอุปกรณ์ที่น่าสนใจก็คือ GEMS (Gait Enhancing & Motivating System) ที่นำชุด Exosceleton มาใช้งานร่วมกับแว่นตา VR ได้อย่างน่าสนใจ เอามาเปลี่ยนพื้นที่ในบ้านให้กลายเป็นสถานที่ออกกำลังกาย ใส่แล้วจะเห็นโคชฟิตเนสส่วนตัวให้เราทำตามได้สบาย แถมออกกำลังเสร็จจะ ส่งข้อมูลไปยัง watch/มือถือ ให้คำแนะนำเพิ่มเติมได้อีก

ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆในครัวจะมีการนำ Bixby มาเป็นผู้ช่วย ตู้เย็นมีจอแสดงอุณหภูมิและของที่อยู่ในตู้ แนะนำเมนูอาหารได้ หรือจะเอาไว้แสดงเพลย์ลิตส์เพลง  สามารถใช้ Bixby Vision ระบุไวน์ที่แมตช์กับอาหาร แนะนำอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ กลายเป็น Partner ช่วยทำอาหารแบบสมบูรณ์

ทีวีเราจะเห็นรูปแบบใหม่ ดีไซน์แบบโมดูล นำมาต่อกันปรับเปลี่ยนรูปทรงและขนาดได้ตามที่แต่ละคนต้องการ  นำทิวทัศน์ทั่วโลกมาแสดงถึงบ้าน รวมถึงใช้เป็นหน้าต่างเชื่อมต่อและสื่อสารกับคนทั่วโลก 

Smart City

เทคโนโลยีไม่ได้เปลี่ยนการใช้ชีวิตเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่กำลังเปลี่ยนแปลงเมืองที่เราอาศัยอยู่ให้ฉลาดขึ้น มีการคาดการว่าในปี 2020 คนที่อาศัยในเมืองจะเพิ่มอีก 70% การออกแบบอาคารจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่  เน้น Smart Building หันมาเน้นเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น มีการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการรั่วไหลหรือความผิดปกติต่างๆจะได้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแพลตฟอร์มและการเก็บดาต้าเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเมืองอัจฉริยะ อุปกรณ์ IoT จะเข้ามาสร้างความสะดวกสบาย จัดการลิฟท์ ระบบไฟฟ้า ที่จอดรถ

ในส่วนของการเดินทางนั้นทางซัมซุงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอย่าง 5G, Edge Computing และ AI มาทำงานร่วมกันเพื่อให้เดินทางได้มีประสิทธิภาพส่งผลให้รถยนต์สามารถสื่อสารกับรถคันอื่น ไฟสัญญาณจราจร รวมถึงมือถือ ทำให้คนขับรถรู้สภาพการจราจร, อุบัติเหตุเกิดตรงจุดไหนบ้าง ตรงไหนมีปิดซ่อมถนน ได้แบบ Realtime ทำให้วางแผนการเดินทางได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อ 5G ทำให้ ระหว่างเดินทาง เราสามารถเพลิดเพลินไปกับการดูหนังฟังเพลง ความละเอียดสูงได้อีก

Better Place For All

เป้าหมายใหญ่ที่สิ่งที่ทางซัมซุงตั้งเป้าเอาไว้ คือการนำเทคโนโลยีมาทำให้โลกใบนี้เป็นสถานที่ที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน โดยให้ความสำคัญ 3 ด้านคือ

  • Security และ Privacy

ทางซัมซุงให้ควาามสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับแรก เพราะนี่คือสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน โดยมีกุญแจสำคัญคือ Samsung KNOX ระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ นำไปใส่ใน มือถือ ทีวี รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ

มี Samsung Pass ในการป้องกันและเก็บรักษา identity ของแต่ละบุคคล นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้ ควบคุมข้อมูลของตัวเองได้  รวมถึงความโปร่งใสในการตรวจสอบและไม่มีการแชร์ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้กับบัคคลภายนอก

  • Technology for Good

นวัจกรรมใหม่ๆของซัมซุงจะมีพื้นฐานมาจากสิ่งที่ทำแล้วช่วยให้สังคมดีขึ้น ในงานก็มีการโชว์ตัวอย่าง การนำแว่นตา VR มาช่วยให้คนมีปัญหาด้านสายตา ให้สามารถมองเห็นได้ การนำ GEMS ช่วยให้คนแก่และผู้พิการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ช่วยรักษาการทรงตัว ป้องกันการหกล้ม

จนไปถึง IGNIS และ IGNIS Vission ช่วยนักดับเพลิง ช่วยตรวจจับภาพและเสียงในสถานที่เกิดไฟไหม้ เอาไว้ช่วยชีวิตคนที่อาจจะถูกละเลยไป ซึ่งตอนนี้ใช้จริงแล้วที่เกาหลีและเวียดนาม

  • Citizenship

มีการเปิด Samsung Innovation Campus สอนทักษะด้านเทคโนโลยีที่จำเป็นให้เด็ก ครอบคลุมเรื่อง AI, IoT และ cloud ปีที่แล้วสอนไปมากกว่า 20,000 คนใน 13 ประเทศ คาดว่าปีหน้าจำนวนจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งคนรุ่นใหม่เหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อทำให้โลกเป็นสถานที่ที่น่าอยู่ขึ้นอย่างแท้จริง