แนวโน้มการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลกในปี 2563 คาดว่าจะสูงถึง 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเพิ่มขึ้น 3.4% จากปี 2562 ตามการคาดการณ์ล่าสุดของการ์ทเนอร์ อิงค์ และคาดว่าในปี 2564 แนวโน้มการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลกจะเพิ่มถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ภาคธุรกิจทบทวนการใช้จ่ายไอทีตามสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจและการเมือง

แม้ว่าความผันผวนทางการเมืองจะส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ด้านบริษัท การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทผู้จัย ได้ระบุว่า ผลจากความไม่แน่นอนของตลาดโลก กลับทำให้ภาคธุรกิจหันมาเพิ่มการลงทุนด้านไอทีเป็นสองเท่าเนื่องจากคาดว่าธุรกิจจะมีรายได้เติบโตมากขึ้น แต่รูปแบบการใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

ซอฟต์แวร์เติบโตเร็ว

ซอฟต์แวร์จะเป็นตลาดหลักที่เติบโตรวดเร็วสุดในปีนี้ในระดับเลขสองหลักที่ 10.5%  สำหรับกลุ่มตลาดซอฟต์แวร์ที่ใช้ในระดับองค์กรเกือบทั้งหมดจะใช้บริการในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) 

อย่างไรก็ตาม คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบคลาวด์ก็ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในอัตราที่โตช้าลง แนวโน้มการใช้จ่ายด้าน SaaS จะเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ก็ยังคงมีอยู่รวมถึงขยายการใช้งานออกไปจนถึงปี 2566

ประเทศไทยค่าใช้จ่ายด้านไอทีสูงกว่า 752 พันลบ.

สำหรับประเทศไทย คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายทางด้านผลิตภัณฑ์และบริการไอทีในปี 2563 จะสูงกว่า 752 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากปี 2562 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 772.6 พันล้านบาท ในปี 2564 โดยซอฟต์แวร์องค์กรจะเป็นเทคโนโลยีที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุด และบริการด้านการสื่อสารของโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์มือถือ ทั้งเสียงและดาต้าเป็นเทคโนโลยีที่จะมีการลงทุนมากที่สุดในประเทศไทย

การใช้จ่ายด้านไอทีองค์กรที่ใช้บริการผ่านระบบคลาวด์จะมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าการบริการไอทีในแบบเดิม (noncloud) ไปถึงปี 2565 องค์กรที่ใช้งบประมาณไอทีส่วนใหญ่กับระบบคลาวด์ แสดงให้เห็นถึงโมเดลการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ที่จะเกิดและหลากหลายมากขึ้น

ภาพประกอบจาก : Pixabay