จากกรณีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน และ หลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยที่พบผู้ติดเชื้อดังกล่าว ล่าสุด องค์การอนามัยแห่งโลก ประกาศให้การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว

หลังจากก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นจำนวนมากก่อนที่จะเริ่มมีอีกหลายประเทศที่พบผู้ติดเชื้อ อย่างประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน เนื่องด้วยประชาชนชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก และประเทศไทยเองก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีชาวจีนเดินทางมามากที่สุด

 

วันที่ 31 มกราคม 2563 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนหลังเปิดประชุมฉุกเฉิน โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก นายทีโดรส ฮัดฮานอม กีบรีเยซุส ได้แถลงในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า เหตุผลในการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศไม่ใช่สถานการณ์การระบาดในจีน แต่เป็นอุบัติการณ์ของโรคที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่และพบการติดเชื้อจากคนสู่คนเพิ่มขึ้นนอกจีน

โดยอัปเดตยอดผู้ติดเชื้อล่าสุด ช่วงเล่า 11.52 วันที่ 31 ม.ค. 63 ในจีนพุ่งสูงกว่า 9,000 คน ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 213 คน นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อใน 18 ประเทศทั่วโลกอีกกว่า 100 คนและพบการติดเชื้อจากคนสู่คนใน เยอรมนี , ญี่ปุ่น ,เวียดนามและสหรัฐฯ แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตนอกจีน ขณะที่ฟิลิปปินส์และอินเดียยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายแรก

จากการติดตามยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ https://gisanddata.maps.arcgis.com/ พบว่า อับดับ 1 ที่มียอดผู้ติดเชื้อมากที่สุดยังคงเป็นจีน รองลงมาเป็นประเทศไทย ญี่ปุ่น และฮ่องกง ตามลำดับ