วงการแพทย์มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ไม่ใช่เพียงแค่ด้านของการอำนวยความสะดวกแก่คนไข้ หรือ เจ้าหน้าที่ เท่านั้น แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการรักษาที่ดีที่สุด ในยุคที่เทคโนโลยีเข้าถึง 

หากเราตั้งคำถามว่าหุ่นยนต์เพื่อการผ่าตัดในโรงพยาบาลจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ นี้คงเป็นสิ่งที่หลายคนจับตามองว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แล้วความแม่นยำของการรักษาเป็นไปตามกลไกที่ถูกต้องหรือไม่ 

เดิมทีเรามักเห็นหุ่นยนต์ในแง่การให้บริการอย่างอื่นมากกว่า เช่น หุ่นยนต์ต้อนรับคอยให้ข้อมูลคำปรึกษา หุ่นยนต์ส่งยาที่โรงพยาบาลกรุงเทพใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อคนไข้ที่มีความเสี่ยง หรือ หุ่นยนต์เดินเอกสาร เป็นต้น  

รพ.กรุงเทพชี้ การจะมีหุ่นยนต์ผ่าตัดต้องเตรียมบุคลากร

นพ. นิวัติ อินทรวิเชียร รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลมีการคุยกันล่วงหน้าว่า เราจะนำเทคโนโลยีทางด้านหุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัด หรือหุ่นยนต์ช่วยในการบริหารจัดการการทำงานของแพทย์ พยาบาล เภสัช หรือ กลุ่มอื่นๆ ในวิชาชีพ จะใช้ประโยชน์ได้ในแง่มุมไหนบ้าง โดยทางทีมการทำงานได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้นแล้วว่า จะต้องใช้อะไรบ้าง ต้องการให้มีหุ่นยนต์ชนิดไหน และต้องการเตรียมบุคลากรกลุ่มไหนบ้าง 

เพราะหากต้องมีหุ่นยนต์ผ่าตัดแพทย์ที่ทำศัลยกรรมผ่าตัด เราต้องเตรียมพยาบาลที่ช่วยในการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการส่งเครื่องมือหรือว่าช่วยในการดูแลก็ต้องเตรียม รวมถึงนักเทคนิคต่างๆ ที่ช่วยในการคำนวน หรือช่วยในการดูแลอุปกรณ์ต่างๆ โดยสร้างระบบและกำหนดเป้าหมายว่าในแต่ละปีต้องทำอะไร มีปีไหนบ้างที่จะต้องได้เครื่องมือต่างๆ เหล่านี้มา

“ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีทางโรงพยาบาลกรุงเทพมีหุ่นยนต์ผ่าตัดแล้ว แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนั้น ความก้าวหน้า ระบบสัญญาณ อาณัติสัญญาณต่างๆ และความละเอียดในเรื่องของการใช้ภาพ มันยังไม่ทันสมัย” นพ. นิวัติ กล่าว

ภาพจากโรงพยาบาลกรุงเทพ

การใช้ Robot ในโรงพยาบาลทำได้ไม่ทุกเคส

พญ. สมจินตนา  เอี่ยมสรรพางค์  ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า การใช้หุ่นยนต์ประโยชน์หลักๆ ก็ คือ ในลักษณะของบุคลากรส่วนอื่นที่ต้องสัมผัสคนไข้ เนื่องด้วยในการดูแลผู้ป่วยเราไม่ได้มีแค่เรื่องของแพทย์ที่คอยซักประวัติเท่านั้น แต่ยังมีบุคลากรส่วนอื่นๆ ที่ต้องเข้ามาดูแลเพิ่มเติม ดังนั้นเรื่องของโรคระบาดการป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นเรื่องสำคัญจึงต้องหลีกเลี่ยงให้เกิดการสัมผัสกับผู้ป่วยน้อยที่สุดเลยจำเป็นที่จะต้องใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วย

“แต่ในส่วนของแพทย์ แพทย์อาจจะมีการใช้ร่วมด้วยส่วนหนึ่ง แต่ในบางเรื่องเราอาจจะใช้หุ่นยนต์แทนไม่ได้ เพราะว่าต้องตรวจร่างกายผู้ป่วย เช่น การอ้าปากดูคอ ฟังปอด เป็นตัน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการดูแล ดังนั้นแพทย์อาจจะต้องดูแลด้วยตัวเองไม่ได้ใช้หุ่นยนต์ส่ะทีเดียว แต่หลังจากกระบวนการเบื้องต้นที่ต้องดูแลผู้ป่วยส่วนนี้แล้ว ก็จะเริ่มมีการใช้หุ่นยนต์มากขึ้นค่ะ”

ภาพจากโรงพยาบาลกรุงเทพ

สรุป 

ข้อจำกัดในการใช้หุ่นยนต์เพื่อการผ่าตัดหรือเพื่อการรักษาอาจจะยังมีอยู่เยอะมาก อาจไม่ได้เป็นการนำเข้ามาใช้แบบ 100% เลยส่ะทีเดียว แต่ไม่แน่อนาคตอาจจะมีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย แต่ตอนนี้สิ่งที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในวงการแพทย์อย่างเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ก็มีอยู่มากแล้วเช่นกัน 

ภาพประกอบจาก Photo by Franck V. on Unsplash