สถานการณ์ COVID-19 ในไทยตอนนี้ต้องยอมรับว่ากลุ่มคนที่รับบทหนักเป็นอย่างมาก็คงหนีไม่พ้นบุคลากรทางการแพทย์ในภาคส่วนต่างๆ ทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและอื่นๆอีกมากมาย

 

แพทย์แผนไทยเอง.. ก็เป็นส่วนหนึ่งในจำนวนนั้นเช่นเดียวกัน.. ซึ่งเราๆอาจจะไม่เคยทราบว่าหนึ่งใจนักรบชุดขาวที่พวกเราเห็นในหน้าข่าวต่างๆ ในนั้นไม่ได้มีแค่แพทย์แผนปัจจุบัน พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์สมัยใหม่เท่านั้น แพทย์แผนไทยเองก็มีบุคลากรประจำอยู่ในแทบทุกจุดที่ทำการต่อสู้กับ COVID-19 ในประเทศไทย

การแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์แผนโบราณนั้น เป็นการดูแลสุขภาพทั้งสภาวะปกติและสภาวะที่ผิดปกติ โดยใช้ทฤษฎีความสมดุลของธาตุต่าง ๆ ในร่างกายและกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) หลักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้ามาอธิบาย องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากการสะสมประสบการณ์ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมองว่าจิตใจและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมนุษย์มีการทำงานที่สัมพันธ์และเป็นหนึ่งเดียวกัน 

 

นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

 

ทางเราได้รับโอกาสที่แสนพิเศษที่ได้พูดคุยกับคุณหมอปอง หรือนพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล แพทย์ ผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการ บ. Wiztech Health International ซึ่งได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับแพทย์แผนไทยกับการรับมือกับ COVID-19 ไว้ว่า

ในทรรศนะของหมอเอง.. ซึ่งจบแพทย์แผนปัจจุบัน และเรียนเพิ่มเติมทั้งการฝังเข็ม การแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนไทย Homeopathy ไปจนถึงการแพทย์มนุษยปรัชญา.. หมอเห็นว่าวิกฤติ COVID-19 ได้ชี้ให้เห็นว่า COVID-19 เองได้เข้ามาแทรกแซงความเป็นโลกยุคโลกาภิวัฒน์อย่างชัดเจน ได้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อจำเป็นต้อง Lockdown ต้องปิดประเทศ ประเทศที่จะอยู่รอดได้ก็คือประเทศที่สามารถนำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับภูมิปัญญาที่ทำให้สามารถพึ่งตนเองได้.. อย่างในโรงพยาบาลสนามของจีน ที่นอกจากจะมีการใช้ยาสมัยใหม่ เครื่องไม้เครื่องมือ และเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเต็มที่แล้ว.. จีนยังนำเอาการแพทย์แผนปัจจุบันมาผนวกเข้ากับศาสตร์การแพทย์แผนจีน ที่ได้ถูกทำให้ทันสมัยผ่านการวิจัยมาร่วมในการดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก และนั่นเป็นเหตุให้ประเทศจีนสามารถผ่านวิกฤติ COVID ไปได้เป็นอย่างดี..

นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

หากเรามองเห็นว่าเมื่อไทยต้อง Lockdown ตัวเอง และเรายังขาดความพร้อมในหลายด้าน ทั้งทางเทคโนโลยี.. ที่จะผลิตอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ แต่หากว่าเรายังไม่ลืมภูมิปัญญาของไทย และนำมาใช้ผสมผสาน ต่อยอดด้วยงานวิจัย ซึ่งตัวหมอเองก็นำมาใช้เบื้องต้นผ่านการสร้าง Big Date ด้วยการลงทะเบียนแพทย์แผนไทยผ่าน Application Line ทำให้ได้ข้อมูลจากแพทย์แผนไทยทั่วประเทศจำนวนหลายร้อยคน นำมาต่อยอดเป็นมาตรการต่างๆในระดับนโยบายได้ และหากมีการนำเอาเครือข่ายของแพทย์แผนไทยที่เกิดขึ้นแล้วนี้ มาต่อยอดเป็นกระบวนการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมว่า แต่ละจุด.. ยาสมุนไพรใดได้ผลดี เราจะสามารถทำการต่อยอดแพทย์แผนไทยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป และสร้างองค์ความรู้ให้คนไทยพึ่งตนเองทางสุขภาพได้อย่างแน่นอนครับ..

คุณหมอปองกล่าวทิ้งท้าย..

 

ซึ่ง Line ที่คุณหมอได้กล่าวถึงไว้ในบทสัมภาษณ์ก็คือ -TTMmap- เป็นแอคเคานท์สำหรับให้แพทย์แผนไทยลงทะเบียนแสดงตัว ซึ่งจะไปปรากฏบนแผนที่ที่จะแสดงให้เห็นถึงแพทย์แผนไทยในแต่ละพื้นที่.. ว่าแต่ละคนอยู่ส่วนใดของประเทศบ้าง โดยคุณหมอนำเอา Homeo Map มาปรับเพิ่มใหม่ แล้วจึงสร้าง TTMmap ใน Line ขึ้นเพื่อให้แพทย์แผนไทยที่สนใจเข้าไปทำแบบสอบถามอัตโนมัติ.. แชร์สถานที่ที่ทำงานอยู่ลงใน Line รวมถึงสามารถแสดงทรรศนะของตัวเองลงไปได้.. เมื่อผ่านการอนุมัติแล้วระบบจะทำการขึ้นข้อมูลของแพทย์แผนไทยแต่ละท่านบนเว็บไซต์ ที่จะแสดงให้เห็นทั้งชื่อ-นามสกุล เลขที่ใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย รวมทั้งใบอนุญาตต่างๆในศาสตร์ของแพทย์แผนไทยไว้อย่างชัดเจน 

เว็บไซต์แผนที่แผนไทยด่านหน้าสู้ COVID (คลิ้กที่นี่)

ตัวอย่างการลงทะเบียนใน LINE TTMmap

 

แพทย์แผนไทยท่านใดสนใจที่จะร่วมลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็นให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงการทำงานของแพทย์แผนไทยได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเก็บไว้เป็นข้อมูลที่อาจจะต่อยอดได้เป็นอย่างดีในอนาคต.. ก็สามารถแอดไลน์ TTMmap ผ่าน QRCode ด้านล่างนี้ได้ทันทีนะคะ

QRCode TTMmap

 

COVID-19 ไม่ใช่ภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนเดียวค่ะ.. ซึ่งยิ่งถ้าเรารู้จักวิธีการที่จะรับมือกับมันได้อย่างรอบคอบและหลายมิติ โดยที่ไม่ใช่การตั้งรับแบบเดียวแล้วละก็.. เราเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นอย่างมั่นคงแน่นอนค่ะ..