LINE เผยความสำเร็วในปีที่ผ่านมาด้วย วิสัยทัศน์ “Life on LINE” พร้อมตั้งเป้าพัฒนาแพลตฟอร์ม ให้ตอบโจทย์ New Normal Lifestyle ของผู้ใช้ทุกกลุ่ม

หลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว LINE ได้หัวเรือใหม่อย่างดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา มารับหน้าประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ Life on LINE มุ่นเน้นพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ของผู้ใช้ทั้งผู้ใช้ทั่วไป, การทำงานและองค์กรธุรกิจต่างๆ

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาภายใต้ผู้บริหารใหม่ ยอดผู้ใช้ LINE ในไทยนั้นเติบโตขึ้น 2 ล้าน มียอดผู้ใช้งานเป็นประจำเดือนละ 46 ล้านคน สิ่งที่ทำให้ LINE ประสบความสำเร็จคือการพัฒนาบริการต่างๆด้วยการเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินชีวิตของคนไทย (Life Infrastructure) เรียกว่าครอบคลุมทุกด้านของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร, บันเทิง, ข้อมูลข่าวสาร, การทำงานและไลฟ์สไตล์

ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นั้นแม้จะเป็นวิกฤติของหลายๆบริษัท แต่แพลตฟอร์มของ LINE นั้นกลับมีการใช้งานมากขึ้นในแทบทุกๆบริการ เรียกว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์  New Normal Lifestyle อย่างเห็นได้ชัด

LINE Call

เนื่องจากสถานการณ์ล็อกดาวน์ LINE จึงเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและทำงานส่งผลให้ LINE Call มีการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้นเกิน 200% เมื่อเทียบเดือนม.ค. และ มี.ค. 2563 ส่วนการใช้งาน Voice call และ VDO call ก็มีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทาง LINE จึงได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ฟังก์ชันเพิ่มเติมทั้งในส่วน LINE Call และ LINE on Desktop อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนไทยบนแพลตฟอร์ม LINE ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Watch Together ให้แชร์หน้าจอหรือดูวิดีโอ Youtube พร้อมกันใน LINE Group Call ได้ และเพิ่มจำนวนคนรองรับ LINE Call ได้มากสุดถึง 500 คน

LINE Official Account

ในส่วนของ LINE Official Account กลายเป็นช่องทางให้กับธุรกิจต่างๆสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ในด้านของจำนวนผู้ใช้ LINE OA เพิ่มจาก 3 ล้านเป็น 4 ล้านบัญชี ณ เดือนพฤษภาคม 2563

โดยเฉพาะฟีเจอร์  MyShop ที่แบรนด์ต่างๆหันมาใช้งานมากขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 180% (ณ เดือนเม.ย. เติบโตจากต้นปีคือเดือน ม.ค. 2563) ปัจจุบันมีจำนวนร้านค้าบน LINE Official Accoint ที่ใช้เครื่องมือ MyShop นี้อยู่เป็นหลักบัญชีแล้ว

LINE MAN

แพลตฟอร์มส่งอาหาร LINE MAN นั้นเป็นบริการที่เติบโตสูงสุดถึง 300 % เทียบกับการใช้งานในสถานการณ์ปกติ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้นถึง 300 % เทียบกับการใช้งานในสถานการณ์ปกติ

กลยุทธ์ของ LINE

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา นั้นบอกว่ากลยุทธ์สำคัญของ LINE จะเน้น 4 ด้าน คือ

1.ทัศนคติ (Mindset) ทัศคติที่เปิดกว้าง ไม่ปิดกั้นความคิดของตัวเอง ที่ LINE เรามีวัฒนธรรมองค์กรข้อหนึ่ง ในการมองปัญหาให้เป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้เสมอ เหมือนกับการพัฒนาบริการของ LINE ที่พัฒนามาจากปัญหาที่ผู้บริโภคประสบอยู่ LINE เรียนรู้จากปัญหาเหล่านี้ เพื่อนำเสนอทางแก้ปัญหาที่ช่วยให้ชีวิตของเขาดีขึ้น ง่ายขึ้น

2.ความรวดเร็ว (Agility) เพราะยุคนี้เป็นยุคแห่งเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แบรนด์ องค์กร หรือคนในยุคนี้ จึงต้องมีการปรับตัว รับมือกับการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้เปลี่ยนไปทุกวัน การพัฒนาบริการของเราต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้เร็ว ให้ทันเช่นกัน เพื่อเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบสนองทุกความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าทุกระดับ ปิดการขาย จนสามารถเพิ่มยอดผู้ใช้ LINE OA ถึง 4 ล้านแอคเคาท์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

3.เข้าใจและเข้าถึงผู้ใช้ (Humanization) เป็นแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญของ LINE ที่เราคำนึงถึงมาโดยตลอด เราศึกษาและทำความเข้าใจในพฤติกรรมผู้ใช้งาน สังคม และวัฒนธรรม และนำมาปรับใช้กับในแต่ละประเทศที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสร้างสรรค์ประโยชน์ ออกแบบบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และให้บริการอย่างดีที่สุด

4.ยกระดับชีวิตของผู้ใช้ (Elevation) บริการของ LINE ช่วยยกระดับชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้นรอบด้านตั้งแต่บริการพื้นฐานของ LINE ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการสื่อสาร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และเป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายที่ขาดไม่ได้สำหรับ แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE คือ Innovation (นวัตกรรม) ทุกบริการและฟีเจอร์ที่คิดค้นและพัฒนาต่อยอดขึ้นมาด้วยเป้าหมายการเป็นแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับ New Normal Lifestyle ของผู้ใช้ นั้นหมายถึง ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะสามารถยกระดับและตอบโจทย์ทุกวิถีชีวิตและความต้องการทั้งของผู้ใช้งานและธุรกิจได้อย่างเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพที่แท้จริง