จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้วกับงาน Google For Thailand ซึ่งจะเป็นการประกาศพันธกิจของ Google ที่นะจำเทคโนโลยีและเครื่องมือต่างๆมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย สิ่งที่ปีนี้เน้นย้ำคือ การเสริมสร้างทักษะดิจิทัลเพื่อช่วยฟื้นฟูและผลักดันเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ในช่วงวิกฤต COVID-19 แม้จะทำให้การใช้ชีวิตและธุรกิจต่างต้องปรับตัวรับสถานการณืที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ทาง Google มองว่านี่ถือเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะปรับตัวสู่ดิจิทัล เพื่อให้ทุกอย่างสามารถดำเนินต่อได้โดยเฉพาะ SME ที่ถือเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ

แจ็คกี้ หวาง ผู้จัดการ Google ประจำประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ Saphan Digital เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของ Google ที่ต้องการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีกว่า 1.3 ล้านรายที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โควิด-19       ”เราตระหนักดีว่า “นิวนอร์มอล” ที่เกิดจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องหันมาทำธุรกิจแบบออนไลน์เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าต่อไปได้ ดังนั้น พวกเขาจึงควรได้รับการเสริมสร้างความรู้และทักษะดิจิทัลที่เหมาะสมกับธุรกิจของพวกเขา” 

นอกจากนั้นทาง Google ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการใหม่ของ Grow with Google ที่มีชื่อว่า “Saphan Digital” ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และพันธมิตรองค์กรธุรกิจชั้นนำจากอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มุ่งให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการ บุคคลทั่วไป และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ให้เข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลและเรียนรู้ทักษะดิจิทัลจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจับคู่กับผู้ประกอบการและองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อรับประสบการณ์จริงจากการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อทำงานกับองค์กรต่างๆ

อภิชญา เตชะมหพันธ์ หัวหน้าฝ่าย Google Customer Solutions ประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “โครงการ Saphan Digital มีบทบาทหลักด้านการสนับสนุนด้านทักษะดิจิทัลและเครื่องมือจาก Google รวมทั้งการฝึกอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ การธนาคาร อีคอมเมิร์ซ บริการส่งของออนไลน์ การจัดหางานออนไลน์ และคอมมูนิตี้สเปซ โดยการรวบรวมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และเครื่องมือดิจิทัลเข้าด้วยกันในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้กับทุกคน โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ได้ยกระดับทักษะดิจิทัล และใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มที่” 

งาน Google for Thailand ในปีนี้ ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ บทบาท และนโยบายของกระทรวงฯ  โดยได้เน้นย้ำถึงบทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยีในสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีจำนวนมากถึง 90% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในประเทศ รวมทั้ง กระทรวงฯ มีความยินดีที่ได้ร่วมทำงานกับ Google ประเทศไทย ในโครงการ Saphan Digital เพื่อช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเติบโตในยุคดิจิทัล และได้เน้นย้ำว่าโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน 

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในโลกดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “Leave no Thai Behind” Google ได้ประกาศนำ  G Suite for Education เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ หรือ Digital Education Excellent Platform (DEEP) ซึ่งจะทำให้ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาในสถานศึกษาของรัฐบาลทั่วประเทศสามารถเข้าถึงเครื่องมือเพื่อการศึกษาของ Google ได้ฟรี โดย ไมค์ จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย ได้กล่าวว่า “การช่วยให้นักเรียน นักศึกษาได้มีโอกาสในการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์นั้นถือเป็นพันธกิจสำคัญของ Google ในการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน” 

“เราเชื่อว่าการสร้างอนาคตดิจิทัลที่มั่นคงของชาติจะต้องเริ่มต้นจากการสร้างผู้ที่มีความสามารถด้านดิจิทัลตั้งแต่วันนี้และจะต้องเริ่มต้นกันตั้งแต่ในห้องเรียน และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนเครื่องมือเพื่อการศึกษาที่สามารถช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม นอกจากนี้เรายังเปิดต้วโครงการใหม่ที่มีชื่อว่า “Developer Student Club” ที่ Google ได้ร่วมมือกับตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสร้างชุมชนนักพัฒนาโปรแกรมที่แข็งแกร่งในรั้วมหาวิทยาลัยของไทย โดย Developer Student Club จะเป็นกลุ่มชุมชนสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่สนใจเทคโนโลยีต่างๆ ของ Google โครงการนี้จะสนับสนุนให้น้องๆ นักศึกษาได้พบปะและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ผ่านการทำเวิร์คช็อป รวมทั้งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำโปรเจกต์ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาในท้องถิ่น” ไมค์ กล่าวเสริม 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Google ได้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดตัว Academy Bangkok ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะด้านดิจิทัลของ Google ที่แรกในเอเชีย ที่ปัจจุบันได้ปรับให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการนำโปรแกรมต่างๆ ของ Academy Bangkok รวมถึงคอร์สอื่นๆ ของ Google มารวมกันไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ Grow with Google เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Google ได้เปิดตัวหลักสูตร “Be Internet Awesome” เพื่อให้ความรู้แก่เด็กๆ เกี่ยวกับพื้นฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองยุคดิจิทัลที่ดีและการท่องโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย ปัจจุบันมีครูและนักเรียนจำนวนกว่า 500,000 คนในประเทศไทยที่ได้ผ่านการฝึกอบรมจากโปรแกรมนี้ไปแล้ว 

นอกจากนี้ อีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ Google คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการและช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น Google จึงได้พัฒนาประสบการณ์การใช้งานบน Google Maps สำหรับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผู้ใช้ในไทยจะได้พบกับสถานที่ใหม่ๆ เช่น ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยวในทางวัฒนธรรมไทย ตามคำแนะนำของ YouTube ครีเอเตอร์ และอีกหนึ่งฟีเจอร์คือ Plus Codes ที่ช่วยให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือไม่มีที่อยู่ที่ชัดเจนสามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ของตนเองได้อย่างแม่นยำ เพื่อทำให้การเข้าถึงด้านการดูแลสุขภาพหรือการจัดส่งพัสดุสินค้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น