เรียกว่าสร้างความประหลาดใจให้กับหลายคนเมื่อเห็นการเปิดตัว  Google Pixel 5 ในปีนี้ ที่ไม่เน้นสเปกให้แรงเท่ากับรุ่นเรือธงของแบรนด์อื่น แต่หันมาให้ความสำคัญกับการใช้งานในราคาที่จับต้องได้แทน

Pixel 5 มาพร้อมชิปประมวลผล Snapdragon 765G ซึ่งไม่ใช่รุ่นท็อปอย่าง Snapdragon 865 หรือ 865 Plus ภายในมาพร้อมโมเด็ม X52 รองรับการเชื่อมต่อ 5G แต่การที่ Google เลือกใช้ชิประดับกลางส่งผลให้สเปคอาจจะสู้เรือธงของแบรนด์อย่าง Samsung หรือ OnePlus ไม่ได้ แต่ในเรื่องของราคานั้นต้องบอกว่าสบายกระเป๋ามากขึ้น

ส่วนสิ่งที่ Pixel 5 ต่างจาก Pixel 4A คือ มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำ IPX8, reverse wireless charging, กระจกหน้าจอเป็น Gorilla Glass 6 และถอดช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ออกไป

Pixel 5 มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 สัดส่วนอยู่ที่  19.5:9 รีเฟรชเรตให้มา 90Hz กล้องหน้าเป็นแบบเจาะรูฝังใต้จออยู่ตรงมุมซ้ายบนของจอ ไม่มีรอยแหว่งมากววนใจเพราะมีการย้ายเซ็นเซอร์ต่างๆไปไว้ที่ขอบจอจนหมด ส่วน RAM ให้มา 8GB, ความจุ 128GB, แบตเตอรี่ 4080mAh, รองรับพอร์ต USB-C 18W ฟากของ 5G รองรับทั้งย่านความถี่ sub-6GHz และ mmWave 5G เรียกว่าใช้งานได้กับเครือข่ายส่วนใหญ่ทั่วโลก

มาดูเรื่องของกล้องกันบ้าง Pixel 5 มาพร้อมกล้องหลังเลนส์คู่ กล้องหลักเป็นเลนส์มุมกว้าง 77 องศาความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล มี OIS และ EIS ในตัว ส่วนกล้องตัวที่สองเป็นกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดมา 6 ล้านพิกเซลรองรับโหมด portrait และ Night Sight

สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญคือเรื่องของซอฟต์แวร์ใหม่ ที่เน้นเรื่องของ AI ไม่ว่าจะเป็นโหมดใหม่ “Portrait Light” ที่ช่วยให้เราปรับแสงในโหมด portrait mode,  โหมด Cinematic Pan สำหรับในการแพนภาพ รวมถึงโหมดกันสั่นใหม่ 3 โหมดช่วยให้ถ่ายวิดีโอได้นิ่งขึ้น ที่หลายคนน่าจะชอบคือโหมด “Extreme Battery Saver” ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ให้เราใช้งานได้นานสุดถึง 48 ชั่วโมง

Pixel 5 จะวางจำหน่าย 8 ประเทศก่อนในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว  โดยราคาเครื่องเปล่าเริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์หรือประมาณ 22,000 บาท

ที่มา The Verge