จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 แล้วกับงาน Global Shopping Festival ที่หลายคนรอซื้อสินค้าราคาโดนใจจากทั่วโลก ในปีนี้ทางอาลีบาบาได้นำระบบนิเวศน์มาผสานและช่วยสนับสนุนผู้ขาย รวมถึงขยายเวลา เปิดให้ผู้ซื้อสามารถช้อปปิ้งได้ก่อนวันที่ 11.11

ทางคริส ต่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด อาลีบาบา กรุ๊ป ได้แถลงข่าวถึงมหกรรม 11.11 Global Shopping Festival ที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนแบรนด์ทั้งจากในจีนและจากต่างประเทศ  คาดว่าในปีนี้จะมีคนเข้าร่วมมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกทำให้อาลีบาบาตั้งเป้าให้งานปีนี้มีความยิ่งใหญ่มากที่สุดในโอกาศครบรอบ 12 ปี

ผลักดัน Digital life

เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันมาซื้อของผ่านออนไลน์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจีนเองก็ถือว่าควบคุมการระบาดและฟื้นฟูได้เร็ว ทางอาลีบาบาตั้งเป้าให้งานในปีนี้เป็นปัจจัยในการช่วยเร่งให้เกิด Digital life ทั้งฝ่ายของคนซื้อและร้านค้าให้ปรับตัวสู่ดิจิทัล

ความยิ่งใหญ่ในปีนี้จะมีแบรนด์สินค้าต่างๆเข้าร่วมมากขึ้นทั้งหมด 250,000 แบรนด์ มีผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เลือกซื้อมากกว่า 2 ล้านรายการ ในจำนวนนี้เป็นแบรนด์ใหม่จากต่างประเทศ 2,600 แบรนด์ อีกไฮไลต์เด็ดคือ การเพิ่มแบรนด์เนมอย่าง Prada, Cartier, มองต์บลังค์, เพียเจต์, บาลองเซียก้า, โคลเอ้ให้เลือกช้อปได้ด้วย

ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มแค่ TMall , Tmall Global , Taobao ที่ร่วมมหกรรมนี้เท่านั้นแค่แพลตฟอร์มอื่นๆของอาลีบาบาเองก็มาร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็น Kaola แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเพื่อคนในอีก 89 ประเทศเข้าร่วมได้, Alipay ที่ตอนนี้ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มจ่ายเงินแต่กลายร่างให้รองรับไลฟไตล์ด้านอื่นๆของผู้ใช้ เช่นสั่งของจาก Taobao/TMall เรียกรถ สั่งอาหาร, Fliggy แพลตฟอร์มท่องเที่ยวก็มาร่วมสร้างประสบการช้อปปิ้งในมหกรรมนี้ด้วย เรียกว่ารวมระบบนิเวศน์เอาไว้ครบในงานเดียวเพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ

เปลี่ยนจาก Single เป็น Double

วันที่ 11 พฤศจิกายนของจีนนั้นถือเป็นวันคนโสดหรือ Single Day โดยงานแต่ละปีก็จะมีการเล่นกับตัวเลขต่างๆ ซึ่งปีนี้จะเน้นการเปลี่ยนจาก Single เป็น Double ใน 3 ด้านหลักๆ คือ

  • Double Platform เพิ่มแพลตฟอร์มอื่นๆของอาลีบาบาที่ร่วมมหกรรมช้อปปิ้งมากขึ้น
  • Double Windows เพิ่มระยะเวลาในการช้อปปิ้ง โดยจะแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 1-3 พศจิกายน ส่วนช่วงที่สองคือวันที่ 11 พฤศจิกานยนนั่นเอง เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับแบรนด์และผู้ขายในการนำเสนอสินค้าและเรื่องราวของตน และเพิ่มความสนุกให้กับนักช้อปทั่วโลก
  • Double Fun เพิ่มความสนุกให้กับผู้ใช้ ด้วยการเพิ่มงานกาล่าโดยแบ่งเป็นงาน Tmall 11.11 Livestreaming Grand Ceremony ในวันที่ 31 ตุลาคม และงาน Tmall 11.11 Countdown Gala ในวันที่ 10 พฤศจิกายน

จับกลุ่มคนรุ่นใหม่

เพิ่มสินค้าใหม่ เช่น Street Fashion, Technology, สินค้าเกี่ยวกับรถยนต์และบ้านเพื่อจับตลาดคนรุ่นใหม่ รวมถึงเรื่องของ Live Streaming โดยจะมีการจัดช่วงไลฟ์สดบนเถาเป่า ไลฟ์ ซึ่ง 60% เป็นการจัดโดยผู้ขาย และมีเซเลบบริตี้และศิลปิน 300 คนเข้ารวมการจัดช่วงไลฟ์สดตลอดงานครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นทีมอลล์ โกลบอลจะมีการถ่ายทอดสดผ่านไลฟ์สตรีมจากโกดังเก็บสินค้า เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่โปร่งใส ปลอดภัย และไร้รอยต่อให้กับลูกค้า

Global Reach

นายอัลวิน หลิว ประธานกรรมการ ทีมอลล์ เอ็กซ์พอร์ต แอนด์ อิมพอร์ต กล่าวเสริมเกี่ยวกับเรื่องการค้าข้ามพรมแดนที่กำลังเติบโต และการค้าขายผ่านออนไลน์ที่มีโอกาสมากขึ้น เนื่องจากทัศนคติของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดปรากฏการณ์ในตลาดคือ

  • พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มีจำนวนมากขึ้น และมีการซื้อผ่านออนไลน์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโรคระบาดจะสิ้นสุดลง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภค
    • ตัวอย่างหนึ่งคือยอดขายรวมทุกของทีมอลล์ โกลบอล ที่ไม่รวมคำสั่งซื้อที่ไม่มีการชำระเงิน มีการเติบโตขึ้นมากว่า 40% ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
    • นอกจากนี้ชาวจีนยังมีการซื้อสินค้านำเข้าผ่านทางทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากโรคระบาดทำให้ไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้
    • เทรนด์การบริโภคสินค้าประเภทใหม่ๆ โรคระบาดได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมการบริโภค และทำให้เกิดเทรนด์การบริโภคใหม่ๆ โดยมีความต้องการของใช้จำเป็น ของใช้ในบ้าน และสินค้าสุขภาพ เพิ่มขึ้นอย่างมากและต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์โรคระบาดในประเทศจีนจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
  • ไฮไลท์งาน 11.11
    • เพิ่มสินค้าใหม่ โดยจะมีสินค้านำเข้ามากกว่า 1.2 ล้านรายการ เปิดตัวในงานนี้ และมีแบรนด์จากต่างประเทศ 2,600 แบรนด์เข้าร่วมงาน 11.11 เป็นครั้งแรก ตัวอย่างเช่น The Bravados ซึ่งแผนกจัดทำสินค้าและบริหารแบรนด์ของทาง Universal Music Group เพิ่งเปิดตัวร้านค้าบนทีมอลล์ โกลบอล ซึ่งนำเสนอสินค้าจากศิลปินระดับโลก เช่น Tupac, Guns N’ Roses, The Rolling Stones, Bob Marley และ Taylor Swift
    • การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์อย่างแข็งแกร่งจากไช่หนียว เพื่อการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน
  • โอกาสใหม่ๆ ในตลาด
    • จีนถือเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีแบรนด์ต่างประเทศและผู้ขายให้ความสนใจชนชั้นกลางที่เกิดขึ้นใหม่ในจีนอย่างมาก และตลาดจีนกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นดิจิทัลซึ่งมีมูลค่า 3 ล้านล้านหยวน ในปีที่ผ่านมาก จีนมีการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด 1.5 ล้านล้านหยวน หรือมากกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในทางกลับกันการซื้อสินค้าแบบออนไลน์ในจีนกลับมีเพียง 6% ดังนั้นโอกาสในการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจึงมีอีกอย่างมหาศาล
    • ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายนปีนี้ ทีมอลล์ โกลบอล และเคาล่า ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับจำหน่ายสินค้านำเข้า ภายใต้อาลีบาบา กรุ๊ป มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันถึง 63% ในตลาดซื้อขายสินค้าข้ามพรมแดนของประเทศจีน

สำหรับงาน 11.11 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจสสิก้า หลิว ประธานกรรมการร่วม และประธานฝ่ายพาณิชย์ภูมิภาค ของลาซาด้า กรุ๊ป เปิดเผยเกี่ยวกับจำนวนแบรนด์ท้องถิ่นที่เข้าร่วมมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลกของลาซาด้า รวมถึงเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนที่นักช้อปจะได้เห็นในงานนี้

  • จำนวนแบรนด์และผู้ขายมากขึ้น งานในปีนี้เราจะเห็นมุ่งเน้นในระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยมีแบรนด์มากกว่า 70 แบรนด์เข้าร่วมกับลาซาด้าในการจัดแสดงในรูปแบบที่สนุกสนาน และนำเสนอสินค้าที่เป็นซิกเนเจอร์และสินค้าเด่นสำหรับงาน 11.11 โดยเฉพาะ ทั้งนี้มีผู้ขายและแบรนด์มากกว่า 350,00 รายจากทั่วทั้งภูมิภาคเข้าร่วมงาน 11.11 ในปีนี้ ซึ่งรวมถึง ลังโคม, อันเดอร์ อาเมอร์, สว็อทช์ และคาสตรอล นอกจากนี้ลาซาด้ายังมีการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับภูมิภาคคนแรก คืออีมินโฮ นักแสดงและนายแบบชาวชื่อดังชาวเกาหลีใต้
  • เพิ่มคอนเทนต์ช้อปเปอร์เทนเมนต์มากขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ลาซาด้าจะเปิดตัวเกมสำหรับงาน 11.11 โดยเฉพาะสำหรับทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในชื่อ Happy Bounce บนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นเกม LazGames ซึ่งผู้เล่นสามารถได้รับเหรียญและคูปองจากลาซาด้าเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า
  • จัดงาน 11.11 Super Show เป็นประจำทุกปี เช่นเดียวกับงานกาล่า โชว์ ของอาลีบาบา ลาซาด้าก็มีงานที่เป็นซิกเนเจอร์คือ 11.11 Super Show ซึ่งมีเซเลบบริตี้และนักแสดงจากแต่ละประเทศมาร่วมเฉลิมฉลองงาน 11.11 ผ่านซีรี่ย์การแสดง ที่นักช้อปสามารถได้รับคูปองจากการชมการแสดงในส่วนต่างๆ ที่จัดสำหรับแต่ละประเทศ
  • เครือข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงถึงกัน เครือข่ายโลจิสติกส์ของลาซาด้าครอบคลุม 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ 45 ราย คลังสินค้า 15 แห่ง และศูนย์บรรจุและกระจายสินค้ารวมทั้งฮับอีก 400 แห่ง ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดส่งขนาดใหญ่ ลาซาด้าได้เตรียมพนักงานคลังสินค้าและโลจิสติกส์มากกว่า 40,000 คน เพื่อสนับสนุนการจัดส่งที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติราว 20 เท่า จากคำสั่งซื้อทั้งในและระหว่างประเทศ

เจมส์ เจา ผู้จัดการทั่วไป แผนกไช่เหนียวโกลบอล ซัพพลายเชน ของไช่เหนียวเน็ตเวิร์ค กล่าวถึงบทบาทของไช่เหนียวในงาน 11.11 และธุรกิจข้ามชาติของไช่เหนียว

  • เทคโนโลยีล้ำสมัย ในฐานะหน่วยธุรกิจโลจิสติกส์ของอาลีบาบา ที่ผ่านมาไช่เหนียวได้ลงทุนไปกับเทคโนโลยีส่งเสริมโลจิสติกส์และนวัตกรรมรถลำเลียงสินค้ำอัตโนมัติ (AGV) เครื่องยนต์อัตโนมัติเก็บพัสดุและสมาร์ทล็อคเกอร์ เพื่อรองรับรายการสั่งซื้อจำนวนมากระหว่างงาน 11.11 ทั้งนี้เมื่อปีที่ผ่านมา ไช่เหนียวมียอดการจัดส่งสินค้ามากกว่า 1,800 ล้านรายการ
  • ธุรกิจหลัก 3 ประเภท เพื่อรองรับผู้บริโภค ผู้ขาย และพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ ไช่เหนียวได้พัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานซัพพลายเชน เพื่อให้การสนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง 3 ส่วนนี้ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในระหว่างงาน 11.11 และการบริการประจำวัน
    • สำหรับผู้บริโภค ไช่เหนียวมีการทำงานเป็นสองส่วนหลัก คือ ไช่เหนียว โพสต์ ที่ให้บริการจัดส่งสินค้าถึงบ้าน และไช่เหนียว กัวกัว ที่ให้บริการส่งสินค้าแบบมารับเอง
    • สำหรับผู้ขาย ไช่เหนียว แบ่งบริการเป็นภายในประเทศ และบริการซัพพลายเชนทั่วโลก ซึ่งแต่ส่วนก็มีบริการ 3 รูปแบบ โดยภายในประเทศมีบริการ Omni-Channel Supply Chain Solution, C2M logistics และ City Delivery Network ส่วนซัพพลายเชนทั่วโลกมีบริการ Global LogisticsNetwork, Global Supply Chain และ Global Freight Network
  • การจัดส่งที่ว่องไวและรวดเร็วขึ้น ด้วยสมาร์ทเทคโนโลยี ไช่เหนียวคาดว่าจะจัดส่งสินค้ากว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดได้เร็วขึ้น 60% ลูกค้าในเมืองหลักๆ ของยุโรป อาทิ มาดริด ปารีส เบอร์ลิน และวอร์ซอ จะได้รับสินค้าภายใน 3 วัน
  • สินค้านำเข้าไปยังจีน
  • แบรนด์กว่า 26,000 แบรนด์ จาก 84 ประเทศและภูมิภาค ถูกส่งออกไปยังประเทศจีนโดยเครือข่ายซัพพลายเชนระดับโลกของไช่เหนียว
  • คลังสินค้าต่างประเทศของไช่เหนียวมีการขยายเพิ่มเติมไปยัง 12 ประเทศใน 4 ทวีป สินค้าจากประเทศต่างๆ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย สเปน จึงสามารถขนส่งไปยังประเทศจีนได้โดยตรง
  • ไช่เหนียวมีคลังสินค้าหลายรูปแบบมากกว่า 100 แห่ง ใน 18 เมืองทั่วประเทศจีน ลูกค้าจะได้รับพัสดุจากต่างประเทศภายในครึ่งวัน ซึ่งรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 10%
  • สินค้านำเข้าที่สต็อกไว้ในคลังสินค้าของไช่เหนียวมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากตามความต้องการของผู้บริโภคในจีน สินค้าในหมวดความงาม สุขภาพ และสินค้าเด็ก เพิ่มขึ้น 1 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • สินค้าที่ส่งออกจากประเทศจีน
  • ไช่เหนียวใช้เที่ยวบินชาร์เตอร์กว่า 700 เที่ยว ในการส่งออกสินค้า 90% จากจีนไปยังจุดหมายโดยตรง
  • นี่คือโอกาสของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศของจีนที่ต้องการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ ในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนพัสดุจากงาน 11.11 ที่ส่งข้ามแดนมากขึ้นถึง 20 เท่าต่อวัน
  • บริการสำหรับผู้บริโภคภายในประเทศ
  • ไช่เหนียวได้ติดตั้งเครื่องรับพัสดุด้วยตนเองใน 150 เมืองทั่วประเทศจีน และศูนย์จัดส่งพัสดุของไช่เหนียวจะเปิดให้บริการถึงช่วงดึก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากกว่าปกติตลอดช่วงงาน 11.11