เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วกับงาน CES 2021 ที่ปีนี้จัดผ่านออนไลน์เท่านั้น ทางฝั่งผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้อย่าง LG ในปีนี้มาพร้อมแนวคิด Life is On ที่เอานวัตกรรมมาช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ในสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้คนหันมาอยู่กับบ้านมากขึ้น ส่งผลให้บ้านกลายเป็นทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ที่เรียนหนังสือ ที่ให้ความบันเทิงจนไปถึงการช้อปปิ้งออนไลน์  ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆในบ้านนอกจากเพิ่มความสะดวกสบายแล้ว ยังต้องสร้างความปลอดภัยและความบันเทิงด้วย ลองไปดุว่าผลิตภัณฑ์เด่นๆจาก Key Note ของ LG ปีนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare 

เครื่องฟอกอากาสกลายเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ซึ่งทาง LG นั้นก็มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกความต้องการใช้งานตั้งแต่แบบพกพาส่วนตัว, ใช้ในบ้านจนไปถึงสถานที่ทำงานขนาดใหญ่  ภายในมาพร้อมไส้กรองคุณภาพสูง มีการใช้เซ็นเซอร์อัจฉริยะควบคุมการหมุดของใบพัด

LG Cord Zero เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย มาพร้อมไส้กรอง 5 ชั้นทำความสะอาดเชื้อโรคได้ถึง 99.99%

ตู้เย็น InstaView ตู้เย็นแบบสองประตูปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดีไซน์แบบ Side by Side วัสดุสแตนเลสสตีลหรูหราสวยงาม ตัวหน้าต่างด้านขวามือเพิ่มขนาด 23% เพื่อให้เห็นของที่อยู่ด้านในได้ชัดเจนขึ้น เวลาที่ไม่ได้ใช้งานจอใสจะเปลี่ยนเป็นจอทึบเพื่อช่วยรักษาความเย็น ซึ่งเราสามารถเคาะที่ฝาตู้เพื่อให้จอใสได้

ในส่วนของที่ทำแข็งนั้นเลือกทำน้ำแข็งได้ 3 แบบคือแบบสี่เหลี่ยม, แบบบดและก้อนกลม ส่วนหัวจ่ายน้ำดื่มมีการเพิ่ม UV Nano สำหรับฉายแสงทำความสะอาดได้ทั้งหัวจ่ายและน้ำที่ไหลออกมา

เครื่องซักผ้า Wash Tower เครื่องซักผ้าพร้อมอบผ้าในตัวมาในดีไซน์ทรงสูง ด้านล่างเป็นเครื่องซักส่วนด้านบนเป็นตู้อบช่วยให้ประหยัดพื้นที่มากขึ้น โดยมีแผงควบคุมอยู่ตรงกลางเครื่อง ถังซักมาพร้อมเทคโนโลยี Turbo Wash 360 องศาทำความสะอาดผ้าได้อย่างหมดจดในเวลาแค่ 29 นาทีเท่านั้น

ภายในมาพร้อม AI สามารถตรวจจับเนื้อผ้าและปริมาณผ้าที่ซักเพื่อปรับโหมดการซักให้เหมาะสม นอกจากนั้นมันยังเรียนรู้และจดจำโหมดการซักที่เราใช้บ่อยๆได้ด้วย

LG OLED EVO

มาดูฝั่งของทีวีกันบ้าง รุ่นเรือธงในปีนี้ก็คือ LG OLED EVO ที่มีทั้งความละเอียด 4K และ 8K ให้เลือกซื้อ ด้วยประสิทธิภาพของชิป อัลฟา9 เจน 4 ที่ทรงพลังจึงทำให้ทีวีรุ่นนี้มีภาพคมชัด สีสันสมจริง พร้อมด้วย Deep Learning สามารถ up-scaling คอนเทนท์ต่างๆให้เป็น 8K ได้ รวมถึงการใช้ AI แยกบุคคลกับฉากหลัง

ฟากของเสียงก็มี Sound Pro ที่ทำให้ลำโพงของทีวีสามารถให้เสียงสามมิติเทียบเท่ากับ 5.1 Ch  มีการปรับโฉม webOS ใหม่สามารถแนะนำคอนเทนท์ตามที่ผู้ใช้ชื่นชอบได้ Magic Remote ปรับดีไซน์ให้จับถนัดมือมากขึ้น เพิ่มปุ่มผู้ช่วยเสมือนจริงอย่าง Google Assistant ช่วยให้สั่งงานด้วยเสียงง่ายขึ้น รวมถึงเพิ่ม NFC แตะส่งคอนเทนท์จากมือถือไปเล่นบนทีวีหรือส่งคอนเทนท์จากทีวีไปเลยบนมือถือได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนั้นยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่โดนใจนักเล่นเกมอย่าง Game Optimizer สามารถปรับแต่งให้เข้ากับการเล่นเกมได้ รองรับ Nvidia G-Sync ซึ่งตอนนี้รองรับมากกว่า 2,000 เกมแล้ว นอกจากนั้นยังมี  Cloud gaming built-in สนับสนุนการทำงานของ Google Stadia และ Nvidia GeForce Now  ใครที่ชอบแคสเกมก็มีแอป Twitch มาให้เสร็จสรรพ

LG QNED TV

ทีวี Mini LED ของ LG ที่มาพร้อมจอใหญ่ ให้สีสันสวยงาม จอสว่าง สีดำดำสนิท ด้วยการใช้หลอด LED ขนาดเล็กกว่า 30,000 ดวงมาแสดงผล มีให้เลือกทั้งความละเอียด 4K และ 8K ขนาดตั้งแต่ 45-86 นิ้ว

LG ThinQ ต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มไลฟสไตล์

เดิมที LG ThinQ เป็นแพลตฟอร์ม IoT ซึ่งจะมีให้ใช้งานในผลิตภัณฑ์ต่างๆของ LG แต่มาในปีนี้ได้มรการปรับกลยุทธ์ใหม่ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิด สนับสนุนการทำงานทั้งเรื่องของ IoT, Big Data และ AI เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน ซึ่งทาง LG เปิดกว้างให้ผู้ผลิตอุปกรณ์, แอปพลิเคชันจนไปถึงบริการต่างๆเข้ามร่วมพัฒนาต่อยอดให้ใช้ได้ โดยมีแอปบนสมาร์ตโฟนเป็นศูนย์กลางในการควบคุม

หนึ่งในความร่วมมือคือการจับมือกับผู้ผลิตอาหารชื่อดังอย่างเนสท์เล่ เมื่อเราเปิดแอปส่องที่บรรจุภัณฑ์ แอปจะสื่อสารกับเตาอบตั้งเวลาอุ่นอาหารที่เหมาะสมให้ทันที เรียกว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจมากๆ