มีการค้นพบว่า Clubhouse แอปโซเชียลน้องใหม่ที่กำลังมาแรงนั้น มีการส่งข้อมูลกลับไปยังเชิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในประเทศจีน ทำให้ผู้ใช้หลายคนเริ่มสงสัยเรื่องประเด็นความเป็นส่วนตัวขึ้นมา

Clubhouse นั้นเปิดตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว สิ่งที่ทำให้เป็นกระแสขึ้นมาก็คือการที่คนดัง กูรูจากวงการต่างๆหันมาใช้งานมากขึ้น ด้วยจุดขายที่เราสามารถสื่อสารด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว การใช้งานต้องเข้ามาฟังสด ณ เวลานั้นเพราะจะไม่มีการบันทึกเสียงให้ฟังย้อนหลังได้ ซึ่งการใช้งานจะจำกัดบน iPhone เฉพาะคนเชิญถึงจะใช้งานได้ ซึ่งทางพัฒนาบอกว่าเพื่อเป็นการควบคุมการใช้งานเนื่องจาก ทางนักพัฒนาเองก็มีทรัพยากรที่จำกัดโดยเฉพาะเรื่องของเซิร์ฟเวอร์ หากคนเข้ามาใช้งานเยอะเกินไป ระบบอาจจะล่มได้

Clubhouse ใช้บริการเซิร์ฟเวอร์จากจีน

หลังจากที่ Clubhouse นั้นกลายเป็นกระแสไวรัลในจีน ที่คนจีนหันมาโหลดแอปเพื่อใช้พูดคุยเรื่องการเมือง จนกระทั่งรัฐบาลจีนจึงต้องออกมาบล็อกไม่ให้ใช้งานได้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดก็มีนักวิจัยออกมาตั้งคำถามถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวของแอปนี้

ทาง Stanford Internet Observatory (SIO) ได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้แล้วพบว่า ระบบหลังบ้านของแอป Clubhouse นั้นใช้บริการของ Agora สตาร์ตอัพที่จากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แต่มีสำนักงานใหญ่ตั้งใน Silicon Valley ซึ่งธุรกิจหลักคือ การขายแพลตฟอร์มภาพและวิดีโอแบบ real-time ให้กับบริษัทผู้พัฒนาซอฟท์แวร์รายอื่นๆ

ทางทีมงานของ SIO ได้เปิดเผยว่าพบความเชื่อมโยงระหว่างแอป Clubhouse และ Agora โดยใช้เซิร์ฟเวอร์จีน และสงสัยว่าทำไมรัฐบาลจีนถึงเพิ่งมาแบนแอปนี้ เพราะการส่งข้อมูลอย่าง Clubhouse ID number ของผู้ใช้และ chatroom ID นั้นไม่มีการเข้ารหัส แต่ถูกส่งในรูปแบบของข้อความเปล่า (plaintext) และทาง Agora อาจจะเข้าถึงเสียงต้นฉบับของผู้ใช้ ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจจะนำข้อมูลเหล่านี้มารวมกัน เชื่อมโยงเพื่อระบุ ID และโปรไฟล์ผู้ใช้ได้

แถลงการณ์ Clubhouse

ทาง Clubhouse ก็ออกมาแถลงการณ์ตอบโต้เรื่องนี้ ด้วยการบอกว่าให้ความสำคัญกับเรื่องของการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัว  ด้วยความช่วยเหลือจาก SIO  ทำให้เรารู้ว่าต้องเพิ่มการปกป้องข้อมูลให้แน่นหนาขึ้น โดยภายใน 72 ชั่วโมงข้างหน้านั้นจะเพิ่มการเข้าหรัสข้อมูล และบล็อกไม่ให้มีการส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ประเทศจีน รวมถึงวางแผนที่จะให้บริษัทด้านความปลอดภัยของข้อมูล เข้ามาตรวจสอบและรับรองการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

ที่มา malwarebytes