อีกเรื่องที่ Google ให้ความสำคัญคือความปลอดภัยในการใช้งาน ด้วยความก้าวหน้าของ AI จึงทำให้การดูแลผู้ใช้ทำได้ดียิ่งขึ้น ทาง Google ได้เอา AI มาช่วยบล็อกการทำงานของมัลแวร์, การฟิชชิ่ง, ข้อความสแปม รวมถึงการจู่โจมด้านไซเบอร์วิธีอื่นๆ

นอกจากนั้นยังลดการเก็บข้อมูลผู้ใช้ให้น้อยที่สุด ก่อนหน้ามีการเพิ่มฟีเจอร์ Auto-Delete ลบข้อมูลทิ้งอัตโนมัติโดยเปิดการทำงานเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ใหม่ทุกคน ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ๆเหล่านี้มีพื้นฐานมาจาก 3 เรื่อง คือ ปกป้องความปลอดภัยเป็นค่าเริ่มต้น, ออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลได้

Password Manager

ผลสำรวจพบว่าคน 2 ใน 3 มีการใช้รหัสผ่านชุดเดียวกันกับบริการต่างๆ ทำให้สี่ยงต่อการใช้งาน ดังนั้นทาง Google มีการอัปเดตความสามารถเพิ่มขึ้นของ Password Manager เช่น สามารถ Import รหัสผ่านเข้ามาได้จากแอปช่วยจำรหัสผ่านอื่นๆ, ผสานการทำงานกับ Chrome และ แอนดรอยด์,  มีการแจ้งเตือนหากรหัสผ่านที่เซฟไว้มีการหลุดจากแอปหรือผู้ให้บริการ Third-Party และเพิ่มเครื่องมือในการช่วยเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ในเสี้ยววินาทีสำหรับบัญชีที่รหัสผ่านหลุดรอดออกไป

Privacy

ทาง Google ยืนยันว่าทุกบริการถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ไม่มีการขายข้อมูลเพื่อใช้ยิงโฆษณา ในบริการอย่าง Google Drive, Photos และ Gmail ไม่มีการเก็บข้อมูลและยิงโฆษณา รวมถึงไม่มีการใช้ข้อมูลอ่อนไหวอย่างรสนิยมทางเพศ ศาสนา เชื้อชาติ สุขภาพมาใช้ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของโฆษณา

นอกจากนั้นยังมี  Privacy Sandbox เปิดให้นักพัฒนา นักโฆษณา ผู้สร้างสรรค์คอนเทนท์ เข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาโซลูชันการโฆษณาที่ไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ หนึ่งในนั้นก็คือ Diffential Privacy การรวมข้อมูลผู้ใช้จำนวนมากโดยที่ไม่มีการระบุตัวตนเป็นรายบุคคลได้

บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ก็มมี Private Compute Core เป็น open-source ที่ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เพื่อไม่ให้มีการแชร์ข้อมูลกับ Google หรือแอปอื่นๆ

ผู้ใช้สามารถควบคุมได้

ในบัญชี Google นั้นก็มีการตั้งค่าให้ผู้ใช้ควบคุมการให้ข้อมูลได้

  • Google Serach นั้นเพิ่มการตั้งค่าให้เราลบการค้นหาล่าสุดในช่วง 15 นาทีที่ผ่านมาได้
  • Google Maps สามารถปิด Map History ได้เพื่อไม่หม้คนอื่นรู้ว่าเราไปไหนมาบ้าง
  • Locked Folder สำหรับช่วยเก็บรูปที่ไม่อยากให้ใครเห็น