ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มะยงชิด หรือประเภทอื่นแล้วอยากมีผลไม้สดทานได้ตลอดทั้งปี ตอนนี้สวนผลไม้ไทยเริ่มนำโมเดล Subscription แบบจ่ายรายเดือน พร้อมส่งผลไม้สดจากสวนให้ทานได้ตลอดทั้งปี เรียกว่าวิน-วิน เจ้าของสวนขายผลไม้ได้ราคา ผู้ซื้อได้ผลไม้สดตามที่เลือก

ตอนนี้เกษตรกรหลายรายเริ่มใช้ช่องทางออนไลน์ ขายตรงกับลูกค้า เปิดให้สั่งซื้อตรงจากสวนได้ แต่ปัญหาก็คือ ลูกค้าจะจะเข้ามาซื้อเฉพาะผลไม้ที่ชอบ เวลาที่อยากกินเท่านั้น นั่นจึงทำให้หลายสวนเริ่มปรับตัวหาช่องทางการขายใหม่ๆมาใช้ หนึ่งในนั้นก็คือ ระบบ Subscription

หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับบริการออนไลน์แบบ  Subscription ไม่ว่าจะเป็น Netflix , Disney+ ที่จ่ายรายเดือนแล้วใช้งานได้แบบจุกๆ แต่รู้มั้ยว่าหลายๆธุรกิจเริ่มจับกระแสนี้มาใช้กับธุรกิจของตัวเอง หนึ่งในนั้นก็คือ สวนผลไม้ โดยเฉพาะสวนดังๆหรือผลไม้ยอดนิยมพันธุ์ที่รสชาติดีก็มักจะมีคนไปจับจองล่วงหน้าถึงหน้าสวน ซึ่งแต่ละสวนต่างก็คิดค้นกลยุทธ์แตกต่างกันไป ราคาแตกต่างไปตามชนิดและพันธุ์ผลไม้ มีทั้งแบบเช่าทั้งต้น หรือเช่าแบบกิ่ง ลองไปดูว่ามีสวนอะไรที่น่าสนใจบ้าง

The Jungle farm เพชรบุรี

สวนจากเพชรบุรีที่เปิดให้ผู้สนใจ สมัครสมาชิกรายปี 5,500 บาทเพื่อรับมะยงชิดไปทานตลอดทั้งปี โดยเปิดรับแค่ 100 ต้นจากทั้งหมดในสวน 480 ต้น พอต้นออกผลแล้วผู้ซื้อเข้ามาเก็บเองหรือจ้างแรงงานมาช่วยเก็บให้ เจ้าของสวนการันตีผลผลิตขั้นต่ำ 80 กิโลกรัม คิดแล้วก็ตกกิโลกรัมละ 68-69 บาทเท่านั้น เรียกว่าราคานี้ถูกกว่าไปซื้อเองในตลาดทั่วไปหรือซูเปอร์อีกค่ะ แถมถ้าต้นไม่ออกผล เขาก็จะคืนเงินให้ เป้าหมายของโครงการนี้ก็คือ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนทำโครงการอื่นๆ

ภาพจาก The Jungle farm

พลับหวานพันธุ์ฟูยู  สวนสองแสน เชียงใหม่

สวนสองแสนนั้นจะเป็นสถานีวิจัยดอยปุย ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะเปิดให้จองต้นพลับหวานพันธุ์ฟูยูเป็นเวลา 1 ฤดูกาล ช่วงเดือนตุลาคมในราคาต้นละ 1,500 บาท  โดยเราสามารถเข้าไปรดน้ำให้ปุ๋ยได้ ถ้าไม่สะดวกก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้ เมื่อพลับออกผลในเดือนสิงหาคมปีถัดไปก็เข้ามาเก็บเองสดๆจากต้นได้เลย หรือจะให้เจ้าหน้าที่เก็บและส่งพัสดุไปให้ก็ได้

FarmDay สวนทุเรียน  ตราด

เน้นขายทุเรียนพันธ์ดี รสชาติอร่อยในราคาสมเหตุสมผล ด้วยการเปิดให้เช่ากิ่งทุเรียนในราคาปีละ 6,250 บาทต่อกิ่ง หรือจ่ายเดือนละ 580 บาท โดยปีนี้เปิดรับแค่ 300 กิ่งเท่านั้น ซึ่งเขาจะการันดีผลผลิตขั้นต่ำ 25 กิโลกรัมตกกิโลละ 300 บาท  หากทุเรียนที่ได้มีปัญหาก็สามารถเคลมหรือเปลี่ยนผลใหม่ได้จากเจ้าของสวน

เป้าหมายของโครงการนี้คือ ต้องการให้คนไทยมีทุเรียนรสชาติดีทาน เพราะทุเรียนอร่อยนั้นจะตัดออกขายช่วงใกล้สุก ทำให้ออกขายได้ช้ากว่าทุเรียนทั่วไปที่เน้นปริมาณและน้ำหนัก พอทุเรียนออกช้าช่วงกลางฤดูกาลก็ทำให้ราคาตกเพราะของเริ่มล้นตลาด

ข้อดีนอกจากเกษตรกรขายทุเรียนได้ราคาดีแล้ว ยังได้เงินล่วงหน้ามาซื้อปุ๋ย ไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบเสียดอกเบี้ยแพงๆ

ภาพจาก Facebook : FarmDay

เรียกว่าหลายๆสวนผลไม้เริ่มจับเทรนด์นี้มากขึ้น ซึ่งก็ถือว่าได้ประโยชน์หลายต่อ ฝั่งผู้ซื้อได้ผลไม้สดๆที่ชอบทานตลอดทั้งปี ในราคาที่คุ้มค่า ฝั่งเจ้าของสวนก็เหมือนกับประกันราคาสินค้าล่วงหน้า ไม่โดนกดราคาเหมือนการขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ได้เงินก้อนไปซื้อปุ๋ย หรือเอาไปทดลองพันธ์ใหม่ๆที่รสชาติดีขึ้น

แน่นอนว่ารูปแบบนี้ก็มีความเสี่ยง เพราะอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ เช่น โรคระบาดที่เกิดกับพืช หรือภัยธรรมชาติทำให้สวนอาจจะผลิตผลไม้ไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้ ใครจะสมัครก็ต้องคิดคำนวณและรับความเสี่ยงตรงจุดนี้ให้ได้นะ

ที่มา BrandCase