รัฐบาลญี่ปุ่นได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว หลังจากที่ทุ่มงบประมาณกว่า 21.5 ล้านเยนเพื่อเชิญผู้นำความคิด 10 คนจากทั่วโลกให้มาเที่ยวญี่ปุ่น

ปัจจุบันการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นซบเซาอย่างหนัก หลังจากเจอเหตุภัยพิบัติทำให้มีคนตายกว่า 20,000 คนและอีก 80,000 คนที่ต้องย้ายที่อยู่เนื่องจากการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสี จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลงกว่า 50% ภายในช่วงสามเดือนแรกหลังจากเกิดเหตุอันน่าเศร้า เมื่อมารวมกับค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นก็ทำให้นักท่องเที่ยวที่อยากจะมาก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจ

แผนการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นล้มเลิกแผนการมอบตั๋วเครื่องบินฟรี 10,000 ที่นั่งให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้พวกเค้ากลับไปสื่อสารประสบการณ์การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นผ่านบล็อกและสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแผนนี้เริ่มฟักตัวตั้งแต่ต้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน แต่ขาดการสนับสนุนจากบอร์ดการท่องเที่ยวก็เลยต้องล้มเลิกไป แต่พวกเค้าก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ แต่วางแผนที่จะดึงคนมากกว่านั้นให้มาเที่ยวด้วยการใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์

ด้วยการเชิญบล็อกเกอร์และผู้มีชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดียชาวต่างชาติจำนวน 10 คนให้มาเยี่ยมเยียนประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะไปเที่ยวตามจุดที่น่าสนใจต่างๆแล้ว พวกเค้ายังได้ไปดูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นว่าการฟื้นฟูรุดหน้าไปแค่ไหน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นหวังว่าคนที่เชิญมาเหล่านี้จะนำประสบการณ์ที่ได้ไปเผยแพร่ให้คนอื่นๆรับรู้ ,กระตุ้นและจูงใจให้คนมาเที่ยวกันมากขึ้น

แขกทั้งสิบคนนี้จะเริ่มเข้ามาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม แขกรับเชิญกลุ่มแรกก็มี Roger Ortuno Flamerich บล็อกเกอร์ชาวสเปน, Louisa Liu Chu บล็อกเกอร์ด้านอาหารในอเมริกา และ Khaled Hamza เจ้าของ  ikhanweb เว็บชุมชนออนไลน์คนมุสลิมในอิยิปต์ ส่วนปลายเดือนกุมภาพันธ์ก็จะเป็นคิวของแขกกลุ่มที่สอง ได้แก่ ผู้นำทางความคิดบนทวิตเตอร์ 2 คนที่ยังไม่ประกาศรายชื่อออกมา คนนึงเป็นศาสตราจารย์ที่ Chilean university ส่วนอีกคนนึงเป็นนักเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเด็ก

VIA thenextweb