ครั้งแรกที่ซีได้สัมผัสมือถือ”แอนดรอยด์” Ascend P6 จาก Huawei ก็ให้รู้สึกทึ่งจนต้องร้องว้าว!!! ด้วยความที่มันบางจนรู้สึกได้สมกับคำอ้างของทางบริษัทที่ว่า “บางที่สุดในโลก” แถมยังถือกระชับมือ แม้จอจะใหญ่ถึง 4.7 นิ้ว

สื่อไอทีทั่วโลกต่างก็จับตา หัวเว่ยอย่างตาเป็นมัน เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ขายมือถือได้มากที่สุดในจีน ออกสมาร์ทโฟนมาแข่งกับแบรนด์อินเตอร์ แน่นอนว่าต้องสร้างแรงกระเพื่อมลูกใหญ่ให้วงการมือถือ แหล่งข่าวบางแห่งถึงกับออกปากอย่างมั่นใจว่า Huawei อาจก้าวขึ้นไปเป็นแบรนด์ของมือถือ Top 3 ของตลาด

ด้วยการชูจุดเด่นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เยี่ยมยอด ในราคาสบายกระเป๋าผู้บริโภค ว่าแล้วซีคงต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้กันหน่อยแล้ว

แกะกล่องส่องดูมือถือ P6  

เปิดกล่องมาจะเห็นตัวเครื่อง P6 อยู่ด้านบนค่ะ ด้านล่างจะเป็นกล่องแยก 3 กล่องสำหรับใส่

1. หูฟัง

2. สายชาร์จ micro usb + อแดปเตอร์

3. เคสซิลิโคน + คู่มือ

P6 มือถือ Android ที่”บางที่สุดในโลก”

Huawei Ascend P6 เป็นมือถือสมาร์ทโฟนที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 Jelly Bean โดยตัวเครื่องมีความ”บางที่สุดในโลก”แค่ 6.18 มม. (iPhone 5 หนา 7.6 มม. Galaxy s4 หนา 7.9 มม.) ในขณะที่น้ำหนักตัวเครื่องเบามากแค่ 120 กรัมเท่านั้น

ดีไซน์ดูแข็งแรงด้วยขอบของตัวเครื่องที่เป็นโลหะแบบเดียวกับไอโฟน ในขณะที่หน้าจอ LCD เทคโนโลยี IPS ขนาดใหญ่ 4.7 นิ้ว ทำให้เห็นภาพคมชัดเต็มตาด้วยความละเอียดสูงถึง 1,280 x 720 พิกเซล (ประมาณ 322 ppi) หรือเทียบเท่าสเป็กของ Retina Display ที่ผู้ใช้ชื่นชอบกัน

ซีก็ชอบมือถือจอชัดๆ อยู่แล้ว นี่ยังบางเบาภายใต้ดีไซน์ทันสมัย จอใหญ่กำลังดี ขนาดตัวเครื่องถือเหมาะมือ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้สำหรับซีจึงไม่มีข้อกังขาแต่อย่างใด

แรงเลิศ-ฉลาดล้ำด้วยโพรเซสเซอร์ 4 แกน+แรม 2 กิ๊ก

P6 แรงจัดด้วย Qualcomm Quad-Core Processor (4 แกน) ความเร็ว 1.5GHz ที่ทำให้การใช้แอพพลิเคชันต่างๆ ตลอดจนอินเตอร์เฟซ Emotion UI โหลดไวไหลลื่น Huawei Ascend P6 ไม่ใช่เก่งแค่ฉลาดคิดเท่านั้น แต่ยังจำได้ดีอีกด้วย

เนื่องจากมาพร้อมกับหน่วยความจำ (RAM) 2GB เรียกว่า ทั้งฉลาดและหัวดี เพราะสเป็กระดับนี้จัดอยู่ในคุณสมบัติมือถือไฮเอ็นด์เท่านั้น สตอเรจในเครื่องแม้จะมีให้ 8GB แต่เพื่อนๆ ก็สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำ microSD ที่มีความจุสูงสุดถึง 32GB  จัดหนักจัดเต็มอย่างนี้ ไม่น่าแปลกใจว่า P6 จะเป็นมือถืออีกรุ่นหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ แหม…ก็พี่แกทั้งแรงทั้งหล่อขนาดนี้

กล้องชัดแจ่มแหล่มทั้งหน้าหลัง

มาทำความรู้จักกับ P6 กันต่อนะคะ ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้ ซีว่าต้องถูกใจใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน นั่นก็คือ กล้อง ที่ไม่กระมิดกระเมี้ยนเรื่องของความละเอียด โดยเฉพาะกล้องหน้าที่มือถือสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ 1-2 ล้านพิกเซล แต่สำหรับ P6 แล้ว แค่นี้คงน้อยเกินไปสำหรับผู้ใช้มือถือที่ชื่นชอบการใช้กล้องหน้าแทนกระจก หรือวิดีโอแชทกับคนพิเศษ เพราะกล้องหน้าของมือถือรุ่นนี้มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล โอ้วแม่เจ้า ถ่ายภาพชัดแจ่ม หรือวิดีโอไฮเดฟ 720p ได้เลยนะเนี่ย

ส่วนกล้องหลังยิ่งแจ่มกว่าด้วยความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.0 ถ่ายมาโครได้ใกล้สุด 4 ซม. ด้วยความที่กล้องแจ่มทั้งหน้า และหลังทำให้ P6 รองรับเทคโนโลยีรู้จำใบหน้า (Facial Recognition) ได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ถ่ายภาพแบบพานอรามา (panorama) ได้อย่างดี ซึ่งแน่นอนว่า Emotion UI ของ P6 พร้อมให้คุณได้ใช้ฟังก์ชันเหล่านี้อยู่แล้ว

แบตฯ ชาร์จไว ใช้นานกว่า

Huawei Ascend P6 นอกจากจะได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์หล่อเลิศ ซีพียูฉลาดล้ำ แถมยังรู้ใจด้วยกล้องชัดแจ่มทั้งหน้าหลังแล้ว มันยังอึดอีกด้วย จากข้อมูลเบื้องต้น หัวเว่ยอ้างว่า แบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ขนาด 2,000 mAh ที่มากับเครื่องสามารถให้คุณใช้งานได้นานกว่ามือถือไซส์เดียวกันนี้ถึง 30% โดยความดีความชอบในข้อนี้ตัองยกให้ 2 เทคโนโลยีการบริหารจัดการกับแบตเตอรี่ของบริษัทอย่าง Automated Discontinuous Reception (ADRX) และ Quick Power Control (QPC) ผลจากเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้มันมีการใช้พลังงานแบตฯ ของเครื่องที่ประหยัด และได้ประโยชน์สูงสุด แต่ Huawei ไม่ได้บอกว่า มันใช้ได้นานเท่าไร เพียงแค่ระบุว่า ใช้เวลาในการชาร์จไม่ถึง 4 ชั่วโมงก็เต็มแล้ว 😀

Emotion UI ใช้ง่ายเทียบชั้น iOS

หลังจากทำความรู้จักกับดีไซน์ ตลอดจนตับไตไส้พุงของ P6 กันอย่างละเอียดแล้ว ซีว่า เรามาดูเรื่องของซอฟต์แวร์อินเตอร์เฟซกันบ้างดีกว่า เอ่อ…คงไม่เจาะไปที่ Android 4.2.2 หรอกนะคะ แต่จะว่ากันที่ Emotion UI ส่วนติดต่อผู้ใช้งานมือถือที่สวยงามเรียบง่ายสบายตาสุดๆ ประกอบกับสัมผัสที่ลื่นไหลทำให้ใช้งานได้ทันที โดยเฉพาะสาวกโอเอสหุ่นกระป๋องสีเขียว

อย่างไรก็ตาม Emotion UI ของ Huawei Ascend P6 ยังได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ในการใช้ iPhone สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย และคุ้นเคยได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยเฉพาะการไม่แยกหน้าโฮมกับหน้าแอพเป็นคนละส่วนกันแบบอินเตอร์เฟซมือถือ Android ทั่วไป ซึ่งการออกแบบการใช้งานลักษณะนี้จะเหมือนกับ iOS บน iPhone

แอพฯ ยูทิลิตี้ และเกมส์ 

สำหรับ P6 เน้นความเรียบหรู และการใช้งานง่ายจริงๆ ค่ะ โดยไม่พยายามยัดเยียดแอพที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ แต่จะเลือกแอพใช้งานทั่วไปที่สำคัญๆ ไว้อย่างเช่น File manager (แอพจัดการไฟล์ในเครื่อง) backup และแอพที่ใช้ชิงค์ P6 กับบริการคลาวด์สตอเรจของ Huawei รวมถึงวิดเจ็ทพื้นฐานพวกเครื่องคิดเลข กล้อง นาฬิกา อีเมล์ บราวเซอร์ ฯลฯ เพราะหากผู้ใช้ต้องการแอพใช้งานอื่นๆ ก็สามารถโหลดได้จาก Google Play Store อยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ทางบริษัทไม่ลืมที่แอบเอาใจคอเกมส์ และโชว์ประสิทธิภาพของโพรเซสเซอร์ Quad core ด้วยการพรีโหลดเกมอย่าง Riptide GP แข่งสกีน้ำเวอร์ชัน 3D ที่ใช้แบรนด์ Huawei ที่ซีรับรองว่า คุณต้องชอบเล่นอย่างแน่นอน

ความในใจ…ที่อยากบอก

ก่อนจบรีวิวเจ้า Huawei Ascend P6 ซีก็ยังมีบางประเด็นที่อยากจะเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติมด้วยค่ะ โดยทั่วไปมือถือจะมาพร้อมกับช่องเสียบหูฟัง ซึ่งตอนหมุน P6 ดูโดยรอบก็ไม่พบ แต่สะดุดกับปุ่มโลหะเล็กๆ ที่ชวนให้ซีพยายามดึงมันออกมา (เพราะมันกดไม่ลงน่ะสิ :P) ปรากฎว่า มันถอดออกมาได้ ซึ่งจากรูปร่างของมันทำให้ได้คำตอบว่า แท้จริง มันคือ หมุดเหล็กที่มีปลายเป็นเข็มเล็กๆ ใช้สำหรับเปิดช่องใส่ SIM และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ microSD

ที่อยู่ด้านข้างของตัวเครื่องนั่นเอง แถมยังทำหน้าที่เป็นจุกกันฝุ่น (Pluggy) ให้กับช่องเสียบหูฟังอีกด้วย ว่าแล้วช่องหูฟังหายไปไหน ประเด็นคือ ไอเดียนี้ก็ทำให้สะดวกดี แต่ตอนที่ถอดมันออกมา เพื่อเสียบหูฟังนี่สิคะ แล้วเราจะเก็บหมุดเหล็กนี้ไว้ที่ไหนดีล่ะ เพราะมันน่าจะหายง่ายเหมือนกัน เพื่อนๆ ช่วยออกไอเดียให้ซีหน่อยค่ะ อ้อ…แอบกระซิบอีกนิดนึงค่ะว่า ตอนแรกที่เห็นตัวเครื่องตอนที่ยังไม่ได้เปิดคิดว่า iPhone 5 ซะอีก แต่พอดูสป็กของ P6 เทียบชั้น Galaxy S4 ได้สบายๆ ในขณะที่ราคาถูกกว่ามาก มี 3 สีให้เลือกขาว ดำ และชมพูค่ะ:P