หลังจากที่ปีที่แล้ว Google Glass สร้างกระแสอุปกรณ์สวมใส่กับร่างกาย ปีนี้บริษัทต่างๆก็เกาะกระแสออกแว่นอัจฉริยะตามมาอีกหลายรุ่น

งาน CES 2014 ปีนี้ ซีลองเดินดูแล้วงานนี้มีแว่นอัจฉริยะมาโชว์ด้วยกันหลายตัว แว่นบางตัวก็มีหน้าตา Google Glass บางตัวก็มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์แตกต่าง แต่สิ่งที่คล้ายๆกันก็คือขนาดที่ยังดูใหญ่เทอะทะอยู่และหน้าตาออกจะดู geek ไปนิด แต่นี้ก็แสดงให้เห็นว่าหลายบริษัทเริ่มให้ความสนใจในตลาดนี้มากขึ้น แต่เทคโนโลยีก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เหมือนกับกูเกิลที่ซุ่มพัฒนามาพักใหญ่ๆแล้ว การออกแบบก็เป็นเรื่องนึง แต่การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่นำมาสวมกับใบหน้าถือเป็นหัวใจที่ต้องให้ความสำคัญ ตัวเลนส์ต้องเหมาะสมทั้งในเรื่องของการฉายภาพให้ได้ระยะ มองสภาพแวดล้อมรอบตัวต้องสบายตา วัสดุที่ใช้ต้องไม่ระคายเคืองผิวหน้า เป็นต้น

แว่นตัวแรกก็คือ Lumus DK40 ที่พัฒนาขึ้นมาโดยบริษัทจากอิสราเอลเพื่อโชว์เทคโนโลยีจอแบบปริซึ่มที่ต่างจากกูเกิล เพราะอันนี้เค้าใช้วิธีเคลือบไปบนเลนส์เลย โดยตรงส่วนของขาแว่นจะติดตั้ง HUD (head-up display) สำหรับฉายภาพลงบนเลนส์แว่นจริงๆ ซึ่งทางบริษัทวางแผนที่จะขายอุปกรณ์ร่วมกับผู้ผลิตกรอบแว่นภายใน หนึ่งถึงหนึ่งปีครึ่งข้างหน้า ส่วนเรื่องราคายังไม่มีประกาศออกมาค่ะ

แว่นตัวที่สองก็คือ Ora-S AR ตัวนี้จะเน้นด้านการใช้งาน AR (augmented reality) มันมาพร้อมกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, GPS และ Bluetooth เหมือนแว่นอัจฉริยะทั่วไป จอแว่นสามารถแสดงผลการแจ้งเตือนต่างๆ การบอกเส้นทาง เป็นต้น

ตัวเฟรมมาพร้อมกล้องออโต้โฟกัส 5 ล้าน ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ, ไมโครโฟนสำหรับสั่งงานด้วยเสียง, ช่องเสียบหูฟัง ซีพียูดูอัลคอร์ เซนเซอร์มาตรฐานทั้งเข็มทิศ, gyroscope และ accelerometer แบตเตอรี่ในตัว 600 mAh ข้อเสียคือ ตัวแว่นยังมีขนาดใหญ่เทอะทะ วัสดุที่ใช้ผลิตก็คือพลาสติกเป็นหลักไม่ค่อยสมราคา $950 สำหรับนักพัฒนา ส่วนเวอร์ชั่นขายจริงสำหรับคนทั่วไปจะอยู่ที่ $350 (11,200 บาท) ใครที่ซื้อล็อตแรกก็จะมี Wikitude AR browser ที่จะส่งมอบให้กับนักพัฒนาและผู้บริโภคล็อตแรกภายในปีนี้

แว่นตัวที่สามคือ Pivothead Smart Colfax. ตัวนี้ก็ยังมีขนาดใหญ่เหมือนยี่ห้ออื่นๆแต่จุดขายอยู่ที่เน้นการถ่ายรูปเป็นหลักค่ะ เค้าติดกล้องไว้ที่กลางแว่นเลยล่ะ ส่วนที่เค้าความละเอียดที่เค้าให้มา 8 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอที่ 1080p มีปุ่มสั่งเปิดการทำงานของกล้องอยู่ที่หูข้างซ้าย ด้านในมีหน่วยความจำแฟลชเมโมรี่ 16GB แถมยังใส่การ์ด microSD เพิ่มได้ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อบลูทูธกับมือถือเพื่อให้แสดงการแจ้งเตือนไปโผล่บนแว่น ไฟ LED สีแดงจะติดขึ้นเมื่อมีข้อความหรือสายโทรเข้า นอกจากนี้เค้ายังมีแจกชุดซอฟท์แวร์สำหรับนักพัฒนาให้ไปต่อยอดใช้งานร่วมกับแอพบนมือถือได้อีก สนนราคาขายของ Colfax รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ $409 หรือ 13,000 บาทนิดๆซึ่งถ้าหากคุณอยากได้ออฟชั่นเสริมก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก

แว่นตัวที่สี่ก็คือ Glass-up ตัวนี้จะมี HUD ติดที่ขาแว่น ใช้การฉายภาพลงบนกึ่งกลางของเลนส์ขวาของแว่นด้วยความละเอียด 320×240 ซึ่งวิธีนี้ทำให้ใช้งานนานๆจะทำให้ตาเกิดอาการเมื่อยล้า และอาจมึนหัวนิดหน่อย ข้อเสียอีกอย่างคือแว่นคู่นี้ไม่มีกล้องมาให้ด้วยจึงทำให้แว่นคู่นี้ดูแพงไปเลยเมื่อเทียบกับสนนราคาขายอยู่ที่ $500 หรือ 16,000 บาท

แว่นตัวสุดท้ายคือ Moverio BT-200 ตัวนี้เลนส์แว่นค่อนข้างหนาทีเดียว เค้าใส่จอที่ทำหน้าที่เหมือนแว่นขยายลงไปตรงกึ่งกลางของเลนส์ทั้งสองข้าง จุดเด่นของแว่นตัวนี้สนับสนุนการดูมัลติมีเดียต่างๆ ด้วยจอที่มีความละเอียด 960×540 พิกเซล สัดส่วน 16:9 มุมมองกว้าง 23 องศา เล่นไฟล์วิดีโอ H.264 รวมถึงคอนเท้นท์สามมิติ มีช่องเสียบหูฟังสนับสนุนเทคโนโลยี  Dolby Digital Plus สำหรับให้เสียงแบบรอบทิศทา

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริม touchpad controller ที่ใช้แอนดรอยด์ 4.0 มีช่องเสียบการ์ด SDHC ได้สูงสุด 32GB เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 3.0 การเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 3.0 และ Wi-Fi ในการสตรีมมิ่งหนังและเพลงไปยังแว่น แถมด้วยอแดปเตอร์ต่อสาย HDMI กับ set-top และแหล่งอื่นๆ สนนราคาขายอยู่ที่  $699 หรือ 22,370 บาทค่ะ

ส่วนอนาคตของแว่นอัจฉริยะจะเป็นยังไงต่อไป คนจะให้การตอบรับดีแค่ไหน มันจะเป็นกระแสชั่ววูบแล้วหายไปหรือฮิตเหมือนสมาร์ทโฟน ก็ต้องมาติดตามกันต่อไปค่ะ

VIA cnet