คงไม่มีใครปฏิเสธนะคะว่า Wi-Fi ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นนี้ไปแล้ว เราอยู่กับมันแทบตลอดเวลา ล่าสุดซีได้พบคำถามที่น่าสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ที่เพิ่งจะมีสมาชิกใหม่ในบ้านที่รู้สึกเป็นห่วงว่า สัญญาณ Wi-Fi จะเป็นอันตรายต่อ”ทารก”หรือไม่?

wi-fi-effects-baby-or-not

คำถามน่าคิดนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้เวลาไปที่บ้านญาติ หรือบ้านเพื่อน สิ่งที่ซีสังเกตเห็นอย่างหนึ่งก็คือ แทบทุกบ้านเปิดสัญญาณ Wi-Fi ไว้ตลอด ส่วนใหญ่ก็ไม่ปิดเลยแม้ยามหลับ เรียกได้ว่า เดินเข้าบ้านปุ๊บต่อเน็ตจากทุกอุปกรณ์รอบตัวได้ทันที เราอยู่กับมันจนคุ้นเคย หรือไม่เคยคุ้นที่จะใส่ใจว่า สัญญาณ Wi-Fi จะส่งผลอันตรายอะไรต่อเรา หรือเปล่า? เพราะไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการอยู่ภายใต้สัญญาณพวกนี้ แต่ถ้าเป็น”ทารก”แรกเกิดล่ะ หากพวกเขาต้องนอนอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยสัญญาณ Wi-Fi สมองน้อยๆ ร่างกายที่บอบบาง ตลอดจนอวัยวะภายในที่ยังไม่แข็งแรงเท่าเราจะได้รับผลกระทบต่อคลื่นความถี่ของสัญญาณ Wi-Fi หรือไม่ เท่าที่ซีได้ลองสืบค้นข้อมูลบนเน็ตได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า สัญญาณ Wi-Fi จะมีการแผ่คลื่นที่มีขนาดเล็กมากจนแทบไม่ระคายผิวเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อทารกแต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดของคำอธิบายที่ได้มีดังนี้ค่ะ

wi-fi-effects-baby-or-not-2

ปกติการแผ่รังสี หรือคลื่นสัญญาณสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะด้วยกันคือ ionizing และ non-ionizing แค่เริ่มอธิบายก็มีศัพท์ชวนปวดหัวออกมา 2 คำกันเลยทีเดียว – -” แต่อย่าเพิ่งตกใจนะคะ เพราะถ้าให้อธิบายกันง่ายๆ การกระจายคลื่นแบบ ionizing จะหมายถึง การแผ่คลื่นที่มีคุณสมบัติที่สามารถทำให้เกิดการ”เปลี่ยนแปลง”ในระดับองค์ประกอบของโมเลกุล (เกิดความเสียหายกับโครงสร้าง DNA ในเซลล์ร่างกายได้ ><“) ในขณะที่ Non-ionizing จะเป็นการแผ่คลื่นสัญญาณในลักษณะที่เป็นการเคลื่อนที่ผ่านวัตถุ โดยทำให้เกิดแค่ความร้อนขึ้นบนวัตถุที่ถูกคลื่นสัญญาณพวกนี้ สำหรับ Wi-Fi จะทำงานด้วยคลื่นสัญญาณที่มีความถี่เดียวกันกับเตาอบไมโครเวฟ ซึ่งเป็นแบบ non-ionizing เมื่อแผ่มากระทบกับวัตถุ มันจะเปลี่ยนเป็นความร้อน แต่ไม่สามารถเปลี่ยนองค์ประกอบของโมเลกุล ในกรณีของ Wi-Fi มันไม่อันตรายกับผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ ก็เนื่องจากว่า ความร้อนที่เกิดขึ้นจากคลื่นความถี่ที่ตกกระทบบนตัวเรานั้น มันมีขนาดเล็กมากๆ จนวัดไม่ได้ หรือไม่ระคายผิวหนังนั่นเอง ส่วนการแผ่คลื่นแบบ Ionizing จะเป็นอันตรายกับร่างกายของเราได้ ตัวอย่างคลื่นชนิดนี้ก็เช่น รังสีอัลตร้าไวโอเล็ต แกมม่า ฯลฯ รังสีพวกนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความร้อนเท่านั้น แต่มันยังเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบในระดับโมเลกุล หรือ DNA ในเซลล์ต่างๆ บนร่างกายของเราด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็ง ถ้าจะให้รายละเอียดลึกอีกนิด การแผ่คลื่นแบบ Ionizing จะต้องเป็นคลื่นที่มีความถี่ 1,000,000 GHz ขึนไป ในขณะที่ Wi-Fi จะใช้ความถี่แค่ 2.4GHz หรือ 5GHz โห…ต่างกันถึง 500,000 เท่าเลยนะเนี่ย (ในภาพข้างบนจะแสดงให้เห็นการแผ่รังสี หรือคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กทั้งชนิดที่เป็น Ionizing และ Non-ionizing ส่วนเลยแถบสีชมพูเข้าไป หมายถึงพวก Ionizing ที่ทะลุเข้าไปในเนื้อเยื่อของเราได้) หากเพื่อนๆ หรือผู้รู้ท่านใด มีข้อมูลเพิ่มเติมก็จะยินดีมากๆ เลยค่ะ จะได้ช่วยกันสร้างสังคมให้น่าอยู่ด้วยการแบ่งปันความรู้ให้กันนะคะ 😀

via wiki