ผลการสอบสวนการตกของ Lion Air Flight 610 และ Ethiopian Airlines Flight 302 ที่ใช้เครื่องรุ่น Boeing 737 Max ตกในรอบระยะเวลา 5 เดือน พบว่าไม่มี 2 ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ที่ขายแยกเป็นออฟชั่นเสริม

737MAX

ในกรณีทั้ง 2 เคสที่เครื่องตกนั้นมีความคล้ายคลึงกัน คือ เครื่องบินที่ใช้เป็นเครื่องบินใหม่และตกหลังจากที่เพิ่งนำเครื่องขึ้นจากสนามบินไม่นาน ล่าสุดมีรายงานผลการสอบสวนฉบับใหม่ออกมาแล้วว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากการที่เครื่องไม่มี 2 ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเป็นออฟชั่นเสริมต้องจ่ายเงินซื้อแยกต่างหาก ไม่รวมในราคาเครื่อง

รายงานการสอบสวนอย่างเป็นทางการนั้นยังไม่ถูกเผยแพร่ออกมา แต่มีการวิเคราะห์ว่าเกี่ยวข้องกับระบบ MCAS ใหม่ที่เป็นสาเหตุของการตก ซึ่งก็คือระบบความปลอดภัยใหม่ที่ทาง Boeing พัฒนาสำหรับเครื่องบินเพื่อป้องกันการสูญเสียการทรงตัวของเครื่องบินด้วยการกดจมูกเครื่องให้ตกลงมาอัตโนมัติ  ระบบใหม่นี้จะใช้เซ็นเซอร์อ่านองศาของแรงลมที่เข้ามาปะทะ ถ้าหากมันตรวจพบว่าหัวเครื่องบินเชิดขึ้นในทิศทางที่อันตราย ระบบก็จะกดหัวลงให้อัตโนมัติ ป้องกันเสียการทรงตัว

ทาง New York Times รายงานว่า 2 ฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยป้องกันการอ่านค่าผิดนั้นไม่ได้ติดตั้งมาในเครื่อง 2 ลำที่ตก ฟีเจอร์แรกก็คือ ตัวบ่งชี้มุมปะทะ (angle of attack indicator) ที่เอาไว้แสดงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ด้านนอก ส่วนอีกฟีเจอร์ก็คือ disagree light ที่จะสว่างขึ้นเมื่อเซ็นเซอร์ทำงานผิดปกติจากตัวอื่น ในกรณีที่มีสองฟีเจอร์นี้ทางนักบินจะรู้ทันทีว่าความผิดปกติเกิดขึ้นจากส่วนไหน ซึ่งทั้งสองฟีเจอร์นี้ทาง Boeing ไม่ได้ขายรวมกับตัวเครื่อง แต่ทางสายการบินต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มเป็นออฟชั่นเสริม ทางสายการบินจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะยอมจ่ายเงินเพิ่มรึเปล่า

ทั้ง 2 ฟีเจอร์นี้ไม่ได้เป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยพื้นฐานที่ทาง Federal Aviation Administration กำหนดไว้ว่าต้องมี จึงทำให้ผู้ผลิตเครื่องบินสามารถหารายได้เพิ่มจากส่วนนี้ได้

VIA Ubergizmo