อุตสาหกรรมการบินถือเป็นอีกอุตสาหกรรมนึงที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลกนะคะ ล่าสุดสถิติจาก Aislelabs แสดงให้เห็นว่าสายการบินทั่วโลกมีผลประกอบการที่ลดลงกว่า 80% ซึ่งแน่นอนว่า ประกอบด้วยหลากหลายเหตุผล ที่ทำให้สายการบินกระทบมากขนาดนี้ ซึ่งก็คือ มาตรการห้ามเดินทาง ความกังวลในด้านความปลอดภัยและการคัดกรองผู้โดยสาร ความสะอาดบนเครื่องบิน หรือความแออัดบนเครื่องบินที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อสามารถแพร่กระจายได้ดีในพื้นที่ที่แออัดด้วยคนจำนวนมากๆ

ซึ่งในช่วงก่อนโรคระบาดแน่นอนว่าหลายคน โดยเฉพาะวัยรุ่น วันทำงานอย่างพวกเราต้องมีการวางแผนเที่ยวแบบข้ามปีหรือล่วงหน้าหลายเดือนกันเลยทีเดียว แต่ความฝันของทั้งผู้โดยสารและสายการบินเองก็ต้องจบลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างมีนัยยะสำคัญ เมื่อเกิดโรคระบาดทำให้คนเกิดความวิตกและกังวลมากขึ้นถึงการแพร่ระบาดที่อาจเกิดจากการเดินทาง จึงทำให้การท่องเที่ยวพลอยได้รับผลกระทบอย่างหนักไปด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกระทันหันและเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา….อุตสาหกรรมการบินถือเป็นอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นปริมาณของผู้โดยสาร และเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูงอาชีพสายนี้ถือเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงสูง ไม่ว่าจะนักบินเอง หรือลูกเรือตามสายการบินต่างๆ ต้องผ่านมาตรฐานและขั้นตอนการคัดเลือกของสายอาชีพที่มีความเคร่งคัดและยากพอสมควร

 

วันนี้ได้มีโอกาสได้อ่านบทความนึงจากนิตยสาร Popular Science ของปี 2018 เป็นบทความที่พูดถึงวิวัฒนาการของสายการบิน…ย้อนกลับไปในช่วงตั้งเริ่มต้นของอุตสาหกรรมการบินในปี 1960 จนมาถึงปี 2018 มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และอุตสาหกรรมการบินจะเปลี่ยนไปอย่างไรในปี 2020 ซึ่งทางผู้เขียน ซึ่งคือ คุณ Ryan Bradley ได้เล่าให้ฟังได้อย่างน่าสนใจและเน้นความสำคัญไปที่ปริมาณในการขนส่งผู้โดยสารและการออกแบบของที่นั่งบนเครื่องบิน ซึ่งค่อนข้างที่จะเกี่ยวโยง และน่าจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับ new normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้กับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งแน่นอนค่ะ หนังคนละม้วนจากที่สายการบินต่างๆได้ฝันหวานไว้เลย….มาดูกัน

สายการบินในประเทศสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นสายการบินราคาย่อมเยาที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการโดยสารเครื่องบินของทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง ย้อนกลับไปในช่วง 1920s ที่เริ่มมีสายการบินให้บริการใหม่ๆ เครื่องบินถือเป็นยานพาหนะสำหรับชนชั้นสูง และมีค่าบริการที่แพง เครื่องบินถูกตกแต่งอย่างประณีต มีทั้งบาร์เครื่องดื่ม เลานจ์สำหรับพบปะพูดคุยธุรกิจ แต่ก็เป็นแบบนั้นได้เพียงไม่กี่ปี…ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การบินเริ่มถูกปฏิวัติให้รับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น เก้าอี้มีขนาดที่เล็กลง ทางเดินถูกลดขนาดเพื่อที่จะสามารถเสริมเก้าอี้ได้มากกว่าเดิมในขณะที่หลายคนมองว่าเครื่องบินนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้น….แต่กลับกลายเป็นว่าขนาดที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้แปลว่าผู้โดยสารจะมีพื้นที่มากกว่าเดิม แต่กลับหมายถึงสายการบินสามารถรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น

แน่นอนว่าความคิดเหล่านั้นยังคงเป็นจุดที่สายการบินในปัจจุบันให้ความสำคัญและคงแข่งขันกันในขนาดของเครื่องบิน ในบทความนี้ได้มีการแสดงภาพเก้าอี้บนเครื่องบินแบบต่างๆที่สายการบินได้เคยออกแบบมาเพื่อเป้าหมายเดียวคือ เพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น โดยหลายๆภาพที่เห็นก็ถึงกับตกใจเหมือนกันค่ะ ว่าแบบนี้จะนั่งสบายได้ยังไง…แต่ความสบาย กลับกลายเป็นเรื่องรองไปเลยค่ะ หลังจากสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่นี้เกิดขึ้น

 

โจทย์ของสายการบินตอนนี้ ยากมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากผู้โดยสารตอนนี้ ได้เปลี่ยนทัศนคติไปเรียบร้อยแล้ว คำนึงถึงความปลอดภัย พื้นที่ใช้สอย พื้นที่ส่วนตัวบนเก้าอี้

 

อาจจะมีคำถามมากขึ้นว่า….เรายังจะต้องนั่งศอกติดกับใครก็ไม่รู้ข้างๆ ได้อีกหรือเปล่า…นอนหลับแล้วคอเอียงไปซบไหล่คนข้างๆ หรือ.  จะให้ใคร ข้ามไปข้ามมาระหว่างที่เรานั่งอยู่ที่เก้าอี้ได้อยู่มั้ยเวลาใครคนนึงในแถวเกิดอยากจะออกไปเข้าห้องน้ำ….และที่สำคัญที่สุดคือ…ห้องน้ำ…เราจะยังจะใช้ห้องน้ำจำนวน 3-4 ห้อง เล็กๆ กับคนที่เราไม่รู้จักอีกกว่า 100 คนได้แบบสบายใจเหมือนแต่ก่อนได้หรือไม่….

ในบทความเดียวกันมีแบบที่นั่งอันนึงที่เกิดสะดุดตาและคิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีทางนึงค่ะ เก้าอี้นั้นมีชื่อว่า sky camp bunks…เหมือนเตียงสองชั้น แต่เป็นเก้าอี้สองชั้น ที่จะทำให้ผู้โดยสาร มีพื้นที่ส่วนตัว และไม่ต้องกลัวว่าจะไปติดกับใคร ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีอันนึงของการออกแบบ social distancing chair ในห้องโดยสารเลยทีเดียว….

 

ตอนนี้โจทย์เหมือนถูกโยนกองตรงหน้ากับสายการบินทั่วโลก…ว่าในโลก new normal ที่กำลังจะเริ่มเปิดให้ผู้โดยสารมาใช้บริการ สายการบินจะมีการตอบคำถาม และปรับปรุงมาตรฐานตัวเองได้อย่างไร ใคร จะเป็นคนที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมในครั้งนี้ได้ก่อน ที่จะซื้อความมั่นใจของผู้โดยสารกลับมาได้ ต้องลองติดตามกันค่ะ