อีริคสันจัดงาน Ericsson Barcelona Unboxed 2019 ขนวัตกรรมจากงาน MWC 2019 มาจัดแสดง พร้อมโชว์ศักยภาพเครือข่าย 5G ในไทยว่ามีความพร้อมแค่ไหน

Ericsson Barcelona Unboxed 2019

เครือข่าย 5G ถือเป็นการยกระดับการเชื่อมต่อจาก 4G ให้ล้ำหน้าขึ้นไปกว่าเดิม จากรายงานของ Ericsson Mobility ครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่แค่อินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น แต่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านต่างๆให้ดีขึ้นในทุกอุตสาหกรรมซึ่งถือเป็น Game Changer เนื่องจากความเร็วสูง ความหน่วงต่ำซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของ IoT ที่จะสร้างจุดได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงดึงดูดให้ต่างชาติมาลงทุนมากขึ้น

ไทยเองก็มีความจำเป็นต้องเร่งรับจัดสรรความถี่อย่างเร่งด่วนเพราะถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับถนน ไฟฟ้า น้ำประปา โดยคลื่ความถี่ที่จะทำมาใช้นั้นจำเป็นต้องมีครบทุกย่านความถี่เพื่อรองรับการใช้งานที่ต่างกัน ทั้ง Low Band ย่านความถี่ต่ำสำหรับครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง เหมาะสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากที่ไม่ต้องการความเร็วสูงนัก เช่น อุปกรณ์ IoT , Mid Band และ High Band สำหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเนื่องจากแบนด์วิดธ์สูง แต่ปัญหาในปัจจุบันนั้นคือมีการใช้งานหลายย่านความถี่ทับซ้อนกันอยู่ ทางกสทช.เองต้องเร่งรีบทำแผนโร้ดแมปว่าจะจัดสรรคลื่นต่างๆมาใช้ประโยชน์อย่างไร

ผู้ใช้คาดหวัง 5G

ทางฝั่งผู้ใช้เองก็มีการสำรวจความคิดเห็น ConsumerLab ของอีริคสันพบว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวน 50% จะเปลี่ยนไปใช้เครือข่ายอื่นภายใน 6 เดือนหากเครือข่ายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่เปิดบริการ 5G

ผู้ใช้ในไทย 40% คาดหวังว่าจะมีการเปิดบริการ 5G ในไทยได้ภายใน 1 ปีครึ่ง โดยหวังว่า 5G จะมาช่วยแก้ปัญหาความเร็วของโมบายล์บอรดแบรนด์และปรับปรุงการใช้งานในพื้นที่แน่นหนาให้มีความเร็วที่สูงขึ้น

ประโยชน์ 5G สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม

  • การมาของ 5G นั้นจะช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายมีต้นทุนต่อกิกะไบต์ที่ถูกลง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • เพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มจากบริการรูปแบบใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามา

Ericsson เป็นผู้นำ 5G

อีริคสันถือเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครือข่าย นอกจากมีส่วนร่วมสร้างมาตรฐาน 5G ร่วมกับหน่วยงาน 3GPP มากกว่า 50,000 รายการแล้ว ยังมีการถือครองสิทธิบัตรมากกว่า 49,000 รายการ รวมถึงทำงานร่วมกับพันธมิตรและหน่วยงานต่างๆอย่างใกล้ชิด ร่วมทดสอบการใช้งานในเคสต่างๆเพื่อให้มั่นใจ

โซลูชั่น 5G ครบวงจร

ภายในงาน Ericsson Barcelona Unboxed ก็ขนเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาจัดแสดง โดยมีไฮไลต์เด่นๆดังนี้

วิวัฒนาการเครือข่ายจาก 4G ไปสู่ 5G และวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมเครือข่าย

ด้วยการนำเสนอสถานการณ์สมมติในแบบจำลองของเมืองใหญ่ อีริคสันจัดแสดงสถาปัตยกรรมเครือข่ายคลื่นวิทยุแบบรวมศูนย์ (Centralized) และกระจายศูนย์ (Decentralized) การสร้างระบบ Core และ RAN, การออกแบบเครือข่ายแบบแยกส่วน (Network Slicing) การติดตั้งและปรับใช้ 5G ในสถานการณ์ต่าง   การปฎิรูประบบขนส่ง และเทคโนโลยีอื่น ที่รองรับการพัฒนาสู่ 5G

การแบ่งคลื่นความถี่ (Spectrum Sharing) ของอีริคสัน

อีกเทคโนโลยีน่าสนใจสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายที่ช่วยให้ใช้งาน 5G บนคลื่นความถี่ 4G ได้ทันที ด้วยการนำซอฟท์แวร์มาช่วยบริหารจัดการให้ฉลาดขึ้น จากเดิมที่ผู้ให้บริการเครือข่ายต้องแบ่งย่านความถี่สำหรับให้บริการ 3G และ 4G บนย่านความถี่ที่มีอยู่ สมมตว่ามีคลื่นอยู่ 15 mHz อาจจะแบ่งเป็น 4G จำนวน 10 mHz ส่วน 3G อาจจะใช้แค่ 5 mHz นั่นหมายความว่าในอนาคตถ้าคนใช้ 3G น้อยลงก็จะใช้งานคลื่นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีแบ่งคลื่นความถี่นั้นจะไม่มีมีการแบ่ง แต่จะใช้งาน 3G และ 4G ร่วมกันบนความถี่ทั้งหมดอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยซอฟท์แวร์นั้นจะเพิ่มความฉลาดเข้าไป รู้ว่าผู้ใช้อุปกรณ์ 3G หรือ 4G อยู่ จากนั้นก็จัดสรรให้ตามการใช้งาน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ใช้งาน 5G ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ของอีริคสัน ทั้งอุปกรณ์วิทยุและอุปกรณ์ประมวลผล RAN ที่ออกมาตั้งแต่ปีพ..2558 ก็รองรับเทคโนโลยีแล้ว

การเชื่อมต่อในยุคอุตสาหกรรม 4.0

การสาธิตนี้ตอบคำถามเกี่ยวกับประโยชน์ที่ภาคอุตสาหกรรมจะได้รับจาก 4G และ 5G โดยจะแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์จะช่วยสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ได้อย่างไร รวมไปถึงการที่ระบบเชื่อมต่อ 4G / 5G ที่เรียบง่าย ปลอดภัย และปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่นจะช่วยวางรากฐานสำหรับอุตสาหกรรม 4.0  แต่ละกรณีตัวอย่างมีแง่มุมทางด้านธุรกิจ บุคลากร และการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เยี่ยมชมแล้ว ยังจะช่วยเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมด้วยการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทั่วทุกจุด

การสื่อสารบนอุปกรณ์อัจฉริยะ

ทุกวันนี้ คนเรามีความต้องการที่จะติดต่อสื่อสารแบบเรียลไทม์เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล หรือการติดต่อกับองค์กรธุรกิจ  ผู้ให้บริการจึงได้นำเสนอบริการที่สั่งงานด้วยเสียงพูดผ่านทางเครือข่ายที่รองรับ VoLTE ให้แก่ผู้บริโภคบนอุปกรณ์ใหม่ เช่น นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ลำโพงอัจฉริยะ สมาร์ททีวี กระจกเงาอัจฉริยะ และอื่น อีกมากมาย ซึ่งระบบสาธิตนี้จะแสดงให้เห็นว่าบริการที่ใช้การสั่งงานด้วยเสียงพูดบนอุปกรณ์ต่าง ช่วยปรับปรุงประสบการณ์สำหรับผู้บริโภคได้อย่างไร

Radio Stripes ของอีริคสัน

ภายใต้คอนเซ็ปต์แห่งอนาคต อีริคสันได้พัฒนาเสาสัญญาณและสถานีฐานรูปแบบใหม่ โดยการออกแบบเครือข่ายที่แปลกใหม่นี้รองรับการติดตั้งแบบกระจัดกระจายในวงกว้าง และให้คุณภาพที่ดีกว่า อีกทั้งยังติดตั้งได้ง่ายดายมากขึ้น ด้วยรูปแบบที่แทบจะมองไม่เห็น รองรับการรับส่งคลื่นวิทยุความจุสูงในทุก ที่  ในแง่ของเทคนิคแล้ว นี่คือระบบ MIMO ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั่วทุกจุดอย่างแท้จริง นับเป็นโซลูชั่นการติดตั้งที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่กลางแจ้งและพื้นที่ภายในอาคารที่มีความท้าทาย เช่น ย่านใจกลางเมืองที่มีผู้คนหนาแน่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สนามกีฬา สถานีรถไฟ โรงงาน และคลังสินค้า  อธิบายอย่างง่าย ก็คือ อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นสถานีฐานที่อยู่ในรูปแบบของเทปที่ยืดหยุ่น สามารถปรับขนาดได้ตามต้องการโดยใช้กรรไกรตัด

Ericsson Radio System

Ericsson Radio System (ERS) ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับการสร้างเครือข่ายวิทยุแบบแยกส่วนที่ปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อรองรับลักษณะการติดตั้งและปริมาณข้อมูลทุกรูปแบบ ให้ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นด้วยขนาดการติดตั้งที่เล็กที่สุดและใช้พลังงานน้อยที่สุด  นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงกลุ่มผลิตภัณฑ์ของอีริคสันรุ่นใหม่ล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์วิทยุ, อุปกรณ์ประมวลผล RAN (RAN Compute) และอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งสถานีฐาน รวมไปถึงการพัฒนาฐานติดตั้ง 5G ของอีริคสันอย่างมีประสิทธิภาพ

อนาคตของ Mixed Reality

การสาธิตนี้แสดงภาพของเมืองจริง ในรูปแบบดิจิทัล โดยใช้ Augmented Reality (AR) แบบไลฟ์สดพร้อมด้วยภาพแอนิเมชั่นที่แสดงสภาพอากาศ การคมนาคมขนส่ง และอื่น   เมืองจำลองขนาดเล็กนี้ยังสามารถแสดงภาพอาคารในอนาคตบนภูมิทัศน์ของเมืองที่อยู่ในปัจจุบัน ผู้เข้าชมยังสามารถซูมภาพไปที่ถนนในบางสถานที่เพื่อสัมผัสประสบการณ์ Mixed Reality แบบ 360 องศาจากเมืองจริง

ภาพจำลองดังกล่าวใช้เทคโนโลยี Mixed Reality ขนาดใหญ่ที่สมจริงอย่างมาก โดยอาศัยระบบนิเวศใหม่ ที่ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม และเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G, Edge Computing, รถยนต์ไร้คนขับ, การประมวลผลภาพขั้นสูง (AI) และอุปกรณ์มือถือ