และนี่คือข้อสรุป 10 ข้อ จากที่ Ceemeagain ได้ร่วมกิจกรรมกับ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ตะลุยรอบกรุง “One Day with HUAWEI FreeBuds 3” จากพระโขนง สู่วัดมังกร และสามย่านมิตรทาวน์ เพื่อทดสอบหูฟัง HUAWEI FreeBuds 3 ในทุกสภาพการจราจร ตั้งแต่ริมถนน รถไฟฟ้า BTS MRT ไปจนถึงการนั่งรถบัสเปิดประทุน


1.ชิปเซ็ท Kirin A1 และ BLE dual-mode บลูทูธ 5.1 Soc เชื่อมต่อสัญญานได้เร็วมาก หลังจากเชื่อมต่อครั้งแรกแล้ว เพียงเปิดกล่องหูฟังมา เสียบหู เปิดเพลง ทำได้รวดเร็วทันใจ การจับสัญญาณไม่มีหน่วงแม้อยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดิน

2.ระบบตัดเสียง Active Noise Cancellation ใช้งานจริง แล้วเวิร์คมาก
จากที่ได้ทดสอบไม่ว่าจะเป็นการฟังหน้าพัดลม บน BTS MRT หรือขณะเดินริมถนน กันเสียงได้ดีเลย แต่สำหรับการใช้บนรถบัส ยังไม่ถึงกับกันได้ทั้ง 100 %

3.การทำงานระบบ Active Noise Cancellation คู่กับ แอป AI Life (โหลดเพิ่ม) ทำให้ระบบตัดเสียงรบกวนทำได้ดีขึ้น เพราะช่องหูของแต่ละคนมีขนาดไม่เท่ากัน แอปตัวนี้ จะใช้ควบคุม การปล่อยคลื่นเสียงออกมาเพื่อลบล้างเสียงรบกวน ให้เหมาะสมกับหูของแต่ละคน

4. การสนทนา ทั้งต้นสาย และปลายสายคุยกันได้ชัดเจน ด้วยระบบการตัดเสียงรบกวน Aerodynamic Mic Duct Design และ Bone Sensor ช่วยตัดเสียงลม จากรูเล็กๆ ที่ก้านหู แม้เดินบนถนนกลางแจ้ง หรือนั่งรถบัสริมหน้าต่าง ช่วยให้ได้ยินเสียง ขณะคุยโทรศัพท์ได้ชัดเจนมากขึ้น
ไม่ต้องป้องหู ป้องปากเวลาสนทนา

5.สายร็อค สาย EDM หรือ HIPHOP จะถูกใจ ด้วยไดรเวอร์ขนาด 14 mm และ Bass Tube ให้เสียงเบสดึ้บๆ แน่นๆ ฟังดนตรีสนุก

6.หูฟังดีไซน์ Dolphin Bionic มอบความสบายในการสวมใส่ แต่จากการทดสอบจริง พบว่าความกระชับยังเป็นรองหูฟังในรูปแบบ In-Ear

7.เคส HUAWEI FreeBuds 3 เป็น ทรงกลม จับถนัด ชาร์ตได้ผ่าน USB-C และแท่นชาร์ตไร้สาย รวมถึงระบบการชาร์ตผ่านสมาร์ทโฟนด้วยกัน หรือ HUAWEI Reverse Charging ชาร์จ 1 ครั้งใช้ได้ 4 ชั่วโมง และจะใช้ได้ 20 ชั่วโมง เมื่อใช้พร้อมกับเคส

8. มี 2 สี คือ สีขาว และสีดำ ทำออกมาได้สวยงามทั้งสองสี วัสดุพรีเมี่ยมแข็งแรง เคลือบสีมันวาว

9. ราคาน่าคบหา 4,990 บาท วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 5 ธ.ค.นี้ ที่หัวเว่ยแบรนด์ช็อป และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

10. โปรแรง พรีออเดอร์ HUAWEI FreeBuds 3 วันที่ 25 พ.ย.ถึง 1 ธ.ค.นี้ รับฟรี HUAWEI Wireless Charger มูลค่า 1,490 บาท

#Ceemeagain