บอกเลยค่ะว่าต่อไปหุ่นยนต์จะมีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น อย่างการทำความสะอาดบ้านที่เดี่ยวนี้มีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ช่วยทำงานแทนเรา หลายคนมองว่าไม่จำเป็นขนาดนั้น แต่รู้มั้ยคะว่าเดี๋ยวนี้มันทำงานฉลาดจนเราคาดไม่ถึง จนต่อไปอาจจะต้องเป็นของที่ทุกบ้านต้องมี

ช่วงนี้ใครที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจบ่อยๆอาจจะไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศอย่างเดียว แต่อาจจะเป็นเพราะคุณดูแลความสะอาดในบ้านไม่เพียงพอ จนทำให้เป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรกและเชื้อโรคเลยทำให้ไม่สบายง่ายขึ้น เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่จะส่งผลต่อสุขภาพของเราได้  พอไม่มีเวลาหลายคนจึงเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาช่วยผ่อนแรง

ตอนนี้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในตลาดก็มีให้เลือกหลายขนาด หลายระดับราคา ทำให้หลายคนเลือกใช้งานไม่ถูกเลยค่ะ วันนี้เราได้ iRobot Roomba s9+ มาใช้งานจริง ลองไปดูว่ามีติดบ้านแล้วชีวิตเราจะดีขึ้นได้ยังไง

ติดตั้งง่าย

ตัวกล่องจะมีขนาดใหญ่กว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่วไป เพราะด้านในจะมีอุปกรณ์หลักๆให้สองชิ้นก็คือ ตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น, Clean Base แท่นชาร์จและกล่องใส่อุปกรณ์ อย่างสายไฟ หัวปัด ฟิลเตอร์สำรองและถุงเก็บฝุ่น

ตัว Clean Base นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ายี่ห้ออื่นๆเพราะนอกจากใช้ชาร์จไฟแล้ว ด้านบนยังเป็นถังเก็บฝุ่นด้วย การติดตั้งง่ายมากเลยค่ะ ยกอุปกรณ์ออกมาเสียบสายไฟกับตัวฐาน เพียงเท่านี้ก็พร้อมใช้งานได้ทันที แม้แต่สาวๆหรือผู้สูงอายุก็ทำด้วยตัวเองได้สบายๆ  อยากสั่งให้ดูดฝุ่นก็กดปุ่ม Clean ที่ด้านบนของตัวเครื่องเท่านั้นเอง แต่ก่อนใช้แนะนำว่าควรชาร์จแบตเตอรี่ตัวหุ่นยนต์ให้เต็มก่อน จะได้ใช้งานได้อย่างเต็มที่

ทำความสะอาดมุมห้องได้ดีขึ้น

ด้วยการออกแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่มีประโยชน์เวลาที่ทำความสะอาดตรงมุมห้องจะทำได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งเวลาทำความสะอาด เค้าจะเอาด้านที่เป็นเหลี่ยมเข้าไปดูด ประกอบกับแปรงปัดด้านข้างและเซ็นเซอร์เดินเลาะขอบกำแพงและเฟอร์นิเจอร์ ทำให้สามารถทำความสะอาดได้ลึกในทุกซอกมุมค่ะ

นอกจากนั้นยังเสริมการทำงานด้วยเทคโนโลยี PerfectEdge ติดตั้งเซ็นเซอร์และแปรงปัดขนาดเล็กแบบ 5 แฉก เมื่อมารวมกับการออกแบบส่วนช่องดูดฝุ่นด้านล่างเองออกแบบขยับให้ชิดกับขอบเครื่องมากขึ้น

จะช่วยปัดฝุ่นที่อยู่ตามมุมห้องหรือตามซอกต่างๆเข้ามาในระยะของการดูด เพื่อให้ทำความสะอาดได้หมดจดยิ่งขึ้น

พลังทำความสะอาดได้หมดจด

แน่นอนว่าพลังในการทำความสะอาดนั้นเป็นคุณสมบัติแรกที่หลายคนดูเป็นปัจจัยแรกๆในการเลือกซื้อ ยิ่งพลังดูดแรงก็ทำความสะอาดได้ดี ยิ่งมาพร้อมกับความฉลาดจะทำให้เดินทำงานทั่วพื้นที่ได้อย่างละเอียด ไม่ต้องทำความสะอาดหลายรอบ จะได้เอาเวลาไปทำความสะอาดส่วนอื่นของบ้านได้มากขึ้น

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่วไปนั้นมีหลายประเภท เช่น ใช้แปรงปัดอย่างเดียวไม่มีการดูด, แบบที่ใช้แปรงปัดชิ้นเดียวพร้อมแรงดูด หรือแบบที่ไม่มีแปรงปัดใช้แรงดูดอย่างเดียว  แต่ด้านล่างของ Roomba s9+ มาพร้อม แปรงยางคู่ที่มีขนาดกว้างขึ้นอีก 30% ทำให้ทำความสะอาดได้หลายพื้นผิว ไม่ว่าจะพื้นเรียบหรือพรม ตัวแปรงยางคู่นั้นก็เหมือนช้อนกับส้อม ทำงานร่วมกันจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า การทำความสะอาดถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ดูดฝุ่น เส้นผมหรือขนสัตว์ที่ติดอยู่ตามที่ต่างๆได้สบาย

นอกจากนั้นแรงดูดของหุ่นยนต์ยังเพิ่มขึ้นถึง 40 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมโหมดอัจฉริยะ Power Boost โดยมันจะคำนวณพื้นผิวที่ทำความสะอาดอยู่ ถ้าเป็นพื้นผิวที่ทำความสะอาดยากอย่างพรม ที่มักจะมีเศษผมติดแน่น ดึงออกค่อนข้างยาก  ระบบจะทำการเพิ่มแรงดูดอัตโนมัติจะได้ทำความสะอาดได้อย่างอย่างหมดจด

ทำความสะอาดทั่วถึงด้วยแผนที่ 3 มิติ

ไม่ใช่แค่พลังดูดแรงอย่างเดียว แต่ iRobot® Roomba® s9+ นั้นยังทำงานฉลาดขึ้นด้วย ด้านบนของตัวเครื่องจะมีการติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์วัดระยะ ส่วนด้านหน้าที่เป็นช่องๆนั้นจะติดตั้งเซ็นเซอร์คอยตรวจจับสิ่งกีดขวางต่างๆ โดยมันจะทำการสแกน 25 ครั้งต่อวินาที

เจ้าตัวเซ็นเซอร์เหล่านี้จะทำงานร่วมกันสร้างแผนที่สามมิติของห้องเราขึ้นมา ทำให้หุ่นยนต์รู้ว่าแผนผังห้องเป็นยังไง เฟอร์นิเจอร์อะไรอยู่ตรงไหนบ้างจะได้วางแผนการทำความสะอาดได้ถูก

การสร้างแผนที่นั้นเราจะต้องต้องส่งหุ่นยนต์ไปดูดฝุ่นทำความสะอาดและเก็บข้อมูลแผนผังของห้องไปพร้อมกัน ถ้าห้องขนาดเล็กอาจจะดูดแค่ 2 รอบก็ได้แผนที่ห้องแล้ว ถ้าเป็นบ้านหนึ่งชั้นอาจจะต้องดูดถึง 5 รอบถึงจะสร้างแผนที่สำเร็จ

ข้อดีของการสร้างแผนที่ก็คือ เราบอกหุ่นยนต์ได้ว่าจะให้ทำความสะอาดตรงไหนบ้าง อยากจะทำความสะอาดเฉพาะห้อง เฉพาะโซนที่ต้องการ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำความสะอาดทุกห้อง

นอกจากนั้นเรายังกำหนดเขตไม่ให้หุ่นยนต์เข้าไปได้ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นตำแหน่งของใช้ที่มีราคาหรือเสียหายได้ง่าย

ไม่ต้องสัมผัสสิ่งสกปรกโดยตรง

จุดเด่นที่ชอบมากๆก็คือ เราไม่ต้องมาสัมผัสฝุ่นผงโดยตรง ปกติแล้วหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแบรนด์อื่นๆ นั้นเวลาที่มันดูดเต็มแล้ว เราจะต้องเปิดฝาเครื่อง เอาสิ่งสกปรกที่ดูดมาไปทิ้ง ถึงจะใช้งานต่อได้ แต่ iRobot Roomba s9+ ไม่ต้องค่ะ มันทำงานได้ฉลาดมาก ทุกครั้งที่ทำความสะอาดเสร็จมันจะวิ่งกลับไปยังฐานเอาสิ่งสกปรกที่ดูดอยู่ในเครื่องส่งไปยังถังเก็บฝุ่นให้ทันที โดยที่เราไม่ต้องสั่งเลยค่ะ พอถ่ายเทสิ่งสกปรกเสร็จก็วิ่งไปทำงานดูดฝุ่นต่อได้สบายๆ

ที่สำคัญตัวถุงเก็บฝุ่นตรงฐานนั้นสามารถเก็บฝุ่นที่ Roomba® s9+ ดูดมาเต็มได้ราวๆ 30 ครั้ง พอเต็มเมื่อไหร่เปิดฝาขึ้นมา หยิบไปทิ้งได้ทันทีโดยที่ฝุ่นไม่ฟุ้งกระจาย แถมเปลี่ยนถุงเก็บใบใหม่ก็ทำได้ง่ายดายมากๆ นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติดักจับสารก่อภูมิแพ้อย่างเชื้อราและเกสรดอกไม้ได้ถึง 99% เลยทีเดียว น่าจะถูกใจอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ ฝุ่นต่าง ๆ 

นอกจากนี้หุ่นยนต์ยังถูกพัฒนาให้สื่อสารกันเองได้ คือเมื่อ s9+ ดูดเสร็จ จะส่งสัญญาณให้ iRobot™ Braava jet™ m6 ถูต่อ เรียกได้ว่าเป็นระบบทำความสะอาดบ้านอัตโนมัติที่แท้จริง

สั่งงานได้ทุกที่ผ่านแอป iRobot Home

ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน สามารถสั่งงานเจ้า Roomba® s9+ ได้ผ่านแอป iRobot Home แต่เราต้องไปตั้งค่าการใช้งานก่อน ไม่ยากเลยค่ะ โหลดแอปมาจากนั้นทำการเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์

หลังจากนั้นทำการเลือกเครือข่าย Wi-Fi ในบ้านที่เราต้องการใช้งาน ต่อจากนั้นกดปุ่ม Home และปุ่ม วงกลมที่ตัวเครื่องค้างไว้ เพื่อทำการเชื่อมต่อ เสร็จแล้วจะสามารถสั่งงานผ่านแอปได้ทันที อินเทอร์เฟซหน้าแอปเข้าใจง่ายมากเลยค่ะ อยากทำความสะอาดก็กดปุ่ม Clean ตรงกลางหน้าจอ

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆที่ใช้งานได้ก็มีการตั้งเวลาทำความสะอาด สำหรับคนที่ชอบลืม เราเลือกตั้งได้เลยว่าให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดแบบครั้งเดียว หรือทำแบบเป็นประจำ ทุกจันทร์ พุธ ศุกร์ ตอน 5 โมงเย็นก่อนเรากลับถึงบ้าน นอกจากนั้นเราสามารถย้อนดูได้ว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดห้องไหนไปแล้ว ตอนกี่โมง

รองรับการสั่งงานด้วยเสียง

นอกจากสั่งงานผ่านแอปแล้ว อีกความสะดวกนึงของ  Roomba® s9+ คือ รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa และ Google Assistant ซึ่งเราต้องไปตั้งค่าในแอปก่อนถึงจะสั่งงานด้วยเสียงได้

คำสั่งเสียงนั้นจะรองรับการสั่งงานพื้นฐานทั่วไป เช่น เปิด Roomba , ปิด Roomba และ ชาร์จ Roomba เพื่อให้กลับไปที่ฐานเพื่อชาร์จแบตเตอรี่

เหมาะกับใครบ้าง?

กลุ่มแรกคือบ้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เพราะทำความสะอาดได้ทั่วถึงหลายห้อง การใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะช่วยประหยัดเงินได้ในระยะยาว ลงทุนครั้งเดียวใช้งานไปได้ยาวๆเลยค่ะ

กลุ่มที่สองคนที่ป่วยเป็นภูมิแพ้หรือมีปัญหาด้านการหายใจ เพราะการกวาดพื้นแบบธรรมดาที่ใช้ไม้กวาดนั้น บางครั้งทำให้ฝุ่นฟุ้งกว่าเดิมอีก ในขณะที่ Roomba® s9+ นั้นสามารถดูดฝุ่นได้หมดจด โดยไม่ทำให้ฝุ่นฟุ้งและดักจับพวกสารก่อภูมิแพ้ได้ทั้งระบบ แถมฟิลเตอร์และถุงเก็บฝุ่นของ Roomba® s9+ ยังดักเก็บไม่ให้ฟุ้งกระจายได้ด้วย ทำให้เราไม่ต้องสูดเอาสิ่งอันตรายต่อสุขภาพเข้าไป

สามบ้านที่มีเด็กเล็กหรือเลี้ยงสัตว์ ซึ่งกลุ่มนี้จำเป็นต้องรักษาความสะอาดเป็นอย่างมาก

สี่คือคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านบ่อยๆ แต่ยังอยากให้บ้านสะอาดก็สามารถสั่งงานผ่านแอปให้ทำความสะอาดได้จากทุกที่ทุกเวลา

ห้า กลุ่มคนที่ Work From Home อยู่บ้านที่ต้องการเพิ่มความสะอาดเพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน

ความน่าซื้อ

เรียกว่า iRobot® Roomba® s9+ ถือเป็นตัวช่วยของคนยุคใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว ด้วยการทำงานที่ชาญฉลาด รวมถึงการทำความสะอาดได้ครบทุกซอกทุกมุม แถมด้วยถังเก็บที่ช่วยให้เราไม่ต้องสกปรก หยิบทิ้งได้ทันที

หลายคนอาจจะคิดว่าหุ่นยนต์เป็นเหมือนของเล่น ใช้ไม่นานก็พัง แต่บอกได้เลยว่า iRobot® Roomba® s9+ ถือเป็นการลงทุนเรื่องความสะอาดและสุขภาพที่คุ้มค่า ทนทานแน่นอน ใครสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่  www.iRobotThailand.com ได้เลย