ผู้ว่าราชการจังหวัดโอซาก้าประเทศญี่ปุ่นถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์เป็นอันมาก หลังจากแนะนำว่าผู้ชายเหมาะสมที่จะไปจ่ายตลาดมากกว่าผู้หญิงในช่วง covid-19 กำลังระบาดซ้ำในประเทศญี่ปุ่น. อ้างว่าผู้หญิงใช้เวลานานกว่าในการเฟ้นหาของกินของใช้ ส่งผลให้เกิดการแออัดของผู้มาใช้บริการซูเปอร์มาร์เก็ตได้ง่าย.

ช่วง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศญี่ปุ่นกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ทางการญี่ปุ่นคาดหวังว่าการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อได้ผลชะงักแล้ว. เมื่ิอวันพฤหัสที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 11,950 ราย. ผู้เสียชีวิต 299 ราย. (ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 200 คนวันที่ 26-เม.ย.)


ด้วยสถานการณ์การกลับมาแย่ลงเช่นนี้ จึงมีข้อบังคับจากทางการใหม่ๆออกมายังพลเมืองของตน เช่น ในเมืองโอซาก้าซึ่งมีข้อเรียกร้องให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นให้ออกมาจ่ายตลาด โดยมุ่งหวังว่านี่อาจจะระงับการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้.

ผวจ.โอซาก้าMr. Matsui กล่าวในงานแถลงข่าวเกี่ยวกับ covid-19 ที่โอซาก้า “ผู้หญิงจ่ายตลาดช้ากว่าเพราะใช้เวลาเลือกสรรสิ่งต่างๆเข้าบ้านนานกว่าผู้ชาย ซึ่งจะตรงไปยังสิ่งที่ต้องการตามที่สั่ง ผู้ชายจึงไม่ใช้เวลาในซูเปอร์มาร์เก็ตนานเท่าผู้หญิง”

ทว่า, ข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า ผู้หญิงมีถึง 51% ในจำนวนประชากรทั้งหมดในสังคมญี่ปุ่น และ ญี่ปุ่นก็ถูกจัดอันดับที่ 110ใน 149 ประเทศของประเทศที่มีความเสมอภาคทางเพศ.

คำกล่าวนี้ของท่านผู้ว่าทำให้นักข่าวสตรี ชื่อคุณ Shoko Egawa นำไปทวีตว่า “คนที่ไม่เข้าใจเรื่องงานบ้านงานเรือนก็ไม่ควรมาคอมเมนต์ในเรื่องนี้” และถูกรีทวีตต่อไปถึง 3,000 ครั้งบ้างก็แซวว่า คุณMatsui คงไม่เคยไปจ่ายตลาดด้วยซ้ำ.

เมืองโอซาก้าประกาศภาวะฉุกเฉินมาตั้งแต่ 7-เม.ย. ประเด็นเรื่องนี้ที่ Matsui พูดต่อเนื่องกับประเด็นที่เขาแนะนำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจำกัดจำนวนผู้มาใช้บริการเท่าที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตจะทำได้ อีกทั้งบอกกับชาวบ้านว่าควรออกมาจ่ายตลาดเพียง 2-3 วันครั้งเท่านั้น.

ด้วยสถานการณ์ที่ยอดผู้ป่วยรายใหม่แต่ละวันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 17-เม.ย. นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe จึงตัดสินใจขยายเขตครอบคลุมสถานการณ์ฉุกเฉินจากเดิมเพียง 7 จังหวัดไปเป็นทั่วทั้งประเทศ. ทีมบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของนายก Abe ประเมินว่าญี่ปุ่นอาจจะมียอดผู้เสียชีวิตจากโรค covid-19 ถึง 400,000 คนหากมาตรการต่างๆ เช่นการเว้นระยะห่างทางสังคมยังไม่ได้รับการปฏิบัติ. และเหตุผลที่เสียชีวิตเหตุผลหนึ่งคือการขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจ.

อาทิตย์นี้ทางการญี่ปุ่นจัดตั้งศูนย์ทดสอบเชื้อเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงโตเกียวและในเมืองอื่นๆ นักวิเคราะห์กล่าวว่าการขาดแคลนทางการแพทย์และอัตราการทดสอบเชื้อที่ค่อนข้างต่ำ รวมทั้งขาดแคลนการประสานงานออนไลน์ ส่อเค้าว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดยิ่งขึ้นกว่านี้ เพื่อที่จะควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อ.

ตั้งแต่covid-19 เริ่มต้นระบาดแรกๆ รัฐบาลญี่ปุ่นถูกโจมตีเรื่องการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้มาโดยตลอด. ด้วยเหตุที่ว่า อัตราการตรวจหาเชื้อต่ำ และ การรับมือของภาครัฐที่ค่อนข้างล่าช้า. กลางเดือนเมษายน ประเทศญี่ปุ่นเพิ่งจะตรวจหาเชื้อไปเพียง 90,000 คนจากจำนวนประชากร 127 ล้านคน. หากเทียบกับเกาหลีใต้ ตรวจเชื้อไป 513,000 คนแต่กลับมีประชากรเพียง 51ล้านคน.

แปลและเรียบเรียงจาก : (CNN 24-4-2563)