ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากรฯ จัดเก็บภาษี “อี-เซอร์วิส” หรือ เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก แพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างประเทศ ที่ไม่มีบริษัทลูกในประเทศไทย คาดมีรายได้เข้ารัฐอย่างน้อย 3,000 ล้านบาท

ปัจจุบันมีบริษัทเทคโนโลยีจากต่างชาติที่เข้ามาให้บริการในไทยมากขึ้น ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, การจองที่พัก จนไปถึงบริการสตรีมมิงต่างๆ ซึ่งหลายบริการโกยเงินจากคนไทยกลับไปโดยที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงการคลังได้ยื่น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากรฯจัดเก็บภาษี อีเซอร์วิส หรือ การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากแพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างประเทศที่ไม่มีบริษัทลูกในไทย (ก่อนหน้านี้เรียกว่าภาษีอีบิสิเนส) มาวันนี้ทางที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎหมายนี้แล้ว ตามรอยประเทศออสเตรเลียและเกาหลีใต้ที่เริ่มบังคับใช้กฎหมายไปก่อนแล้ว

กฎหมายนี้มุ่งเน้นให้เกิดความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศโดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.เพิ่มบทนิยามคำว่า “บริการอิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง บริการที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด และ “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” หมายถึง ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการอื่นใดที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการ

2.ผู้ประกอบการที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้จดทะเบียนผู้ประกอบการในไทย หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้อง จดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กฎหมายฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วไป คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับรัฐปีละ 3,000 ล้านบาท  หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว กระบวนการต่อไปคือการส่งเรื่องเข้าที่ประชุมสภาต่อไป โดยกรมสรรพากรจะทำคู่มือให้เข้าใจทุกขั้นตอนต่อไป

เรียบเรียงจาก กรุงเทพธุรกิจ , ข่าวสด