กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอมาตรการใหม่ผู้ซื้อรถยนต์ EV จะได้เงินอุดหนุนจากรัฐ 20% ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้ถูกลง ควบคู่กับการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าให้ถูกลงและขยายสถานีชาร์จ ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทย

หลังจากที่ไทยประกาศนโยบายยนต์ไฟฟ้า 30/30 ตั้งเป้าผลิตยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% จากกำลังผลิตรถยนต์ทั้งหมดของประเทศภายในปี 2030 เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษ โดยภาครัฐได้มีการส่งเสริมการลงทุน ให้เกิดการผลิตรถยนตืไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศ

ทางนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ทางภาครัฐกำลังพิจารณามาตรการสนับสนุนไว้สองแนวทางคือ การลดภาษีนำเข้าจากต่างประเทศ และ การอุดหนุนค่าซื้อรถยนต์ไฟฟ้าบางส่วนคล้ายๆโครงการรถคันแรก

โดยรัฐจะจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อนำเงินไปชดเชยส่วนต่าง ซึ่งตอนนี้ตั้งไว้ที่ 20% ของราคารถ  เช่น รถยนต์ราคา 1 ล้านบาท รัฐจะอุดหนุน 200,000 บาท ส่วนเราจ่ายแค่ 800,000 บาท เพื่อให้ราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ใกล้เคียงกับราคารถที่ขายในต่างประเทศ เมื่อคนหันมาซื้อรถยนตืไฟฟ้ามากขึ้นก็จะเป็นการจูงใจให้ภาคเอกชนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้มาลง

สาเหตุที่ต้องตั้งกองทุนเพราะรัฐไม่สามารถใช้เงินงบประมาณสนับสนุนโดยตรงได้เพราะติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย เบื้องต้นอาจจะนำภาษีสรรพสามิตรถยนต์บางส่วนมาใช้จัดตั้งเป็นกองทุนนี้  โดยกำลังจะมีการเสนอคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ภายในเดือน ธ.ค.นี้ หากผ่านการพิจารณาจะมีผลบังคับใช้ปีหน้า

นอกจากนั้นทาง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มสถานีชาร์จโดยปัจจุบันมีแล้ว 2,000 แห่ง และมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 1,200 แห่ง ในเวลาไม่เกิน 10 ปี  รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านติดต่อขอรับเงื่อนไขการใช้ไฟได้

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ