CISCO ชู 3 แพลตฟอร์มใหม่ ช่วยองค์กร ฟื้นฟูและปรับตัว รับกระแส New Normal เพื่อให้ดำเนินงานต่อได้อย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้สถานการณ์ COVID-19 เริ่มที่จะคลี่คลายทำให้หลายองค์กรและบริษัทต่างๆเริ่มกลับมาทำงานตามปกติ แน่นอนว่าการทำงานนั้นยังไม่เหมือนเดิม 100% เพราะเรายังต้องมีการเว้นระยะ Social Distancing ในขณะที่พนักงานบางส่วนยังคงทำงาน Work From Home อยู่ ฟากของพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนไปเช่นกัน

ทาง CISCO ได้เปิดตัว 3 แพลตฟอร์มที่จะมาช่วยให้องค์กรต่างๆ ฟื้นฟูและปรับตัวให้เข้ากับกระแส New Normal  เพื่อจัดการดูแลให้องค์กรเหล่านี้ให้ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ ฉับไว สำหรับการรับมือกับการแพร่ระบาดในระยะถัดไป ปกป้องพนักงานให้มีความปลอดภัย รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยเปลี่ยนผ่านองก์กรให้สามารถรับมือกับอนาคตได้

DNA Spaces

DNA Spaces เป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CiscoLive! Digital ที่เพิ่งจัดไปในวันที่ 16-17 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยแพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์ม Cloud ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจ รองรับบุคลากรและสถานที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เครือข่าย Wi-Fi ให้เป็นเซ็นเซอร์เพื่อนำไปเก็บข้อมูลพิกัดและพฤติกรรมเชิงลึกที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครือข่าย จากนั้นนำไปวิเคราะห์เพื่อทำใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เก็บมาได้ นอกจากนั้นตัวแพลตฟอร์มยังเปิด API เชื่อมต่อการทำงานกับแอปอื่นๆได้

ตัวอย่างการใช้งานในสถานการณ์ COVID-19 เช่น นำมาใช้งานกับองค์กรในการรักษาความปลอดภัยกับพนักงานเรื่อง Social Distancing บริเวณไหนที่มีพนักงานอยู่มากเกินไปก็จะส่งการแจ้งเตือนให้รู้  รวมถึงใช้ในการสำรวจพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในองค์กรว่าพื้นที่ไหนคนใช้งานเยอะ พื่นที่ไหนใช้น้อยจะได้นำข้อมูลมาบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในส่วนของลูกค้า ศูนย์การค้าสามารถใช้ติดตามการเข้าใช้บริการของลูกค้าได้ว่าแผนกไหนคนใช้เยอะ แผนกไหนคนเข้าน้อย จะได้ปรับพื้นที่และพนักบริการให้เหมาะสม

Webex

จากการสำรวจของ CISCO พบว่า รูปแบบการทำงานหลังจากที่สถานการณ์ COVID-19 เริ่มผ่อนคลายจะเปลี่ยนไป จากเดิมที่คนทำงานในออฟฟิศ 90-95% แต่ต่อไปการทำงานในออฟฟิศจะเหลือแค่ 30% การทำงาน Work From Home จะเพิ่มเป็น 65% ส่วนที่เหลือจะเป็นการทำงานที่ไหนก็ได้

ทาง CISCO มี Webex แพลตฟอร์ม VDO Collaboration ช่วยให้สามารถทำงานได้จากทุกที่ ซึ่งในช่วง COVID-19 นี้มีอัตราการใช้งานสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติถึง 3 เท่าตัว โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านนั้น มีผู้ใช้งานมากกว่า 500 ล้านคน และการประชุมที่ใช้ระยะเวลารวมทั้งหมดกว่า 25,000 ล้านนาที

ทางซิสโก้เน้นจึงได้พัฒนาความสามารถใหม่ๆให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่เพิ่มการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้ห้องประชุมเพื่อจัดตารางเวลาทำความสะอาดห้อง และวางแผนเกี่ยวกับเลย์เอาต์สำนักงานในอนาคต โดยจะสามารถระบุได้อย่างง่ายดายว่าห้องใดถูกใช้งานมากที่สุด และใช้ข้อมูลนี้เพื่อจัดตารางเวลาทำความสะอาด หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องประชุมให้ตอบโจทย์ และสอดรับกับความต้องการมากยิ่งขึ้น

วิเคราะห์ข้อมูล ‘การประชุมแบบเรียลไทม์’ เพื่อปรับปรุงการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งาน และทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปในช่วงที่บุคลากรกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศอีกครั้ง วิเคราะห์แนวโน้มการใช้งานเพื่อระบุว่าองค์กรควรจะลงทุนเพิ่มเติมในบริการ และอุปกรณ์ใดบ้าง นำข้อมูลที่ได้มาแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือแก่บุคลากรที่ทำงานจากที่บ้าน เพื่อให้ทีมงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องต่อมาคือการยกระดับความปลอดภัยที่เน้นเรื่องของ “ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความโปร่งใส” ด้วยการใช้มาตรฐาน AES 256-Bit ที่ถือเป็นมาตรฐานสูงสุดที่นำมาใช้เป็นรายแรกของโลก ช่วยปกป้องสำหรับข้อมูลการประชุม และป้องกันการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล

เพิ่มบริการจัดเก็บข้อมูลเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (Data Loss Prevention – DLP), การอายัดข้อมูลตามกฎหมาย (Legal Hold) และการสืบค้นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (eDiscovery) สำหรับการประชุม Webex ซึ่งนับเป็นการยกระดับความปลอดภัยและการปกป้องอย่างเหนือชั้นสำหรับคอนเทนต์การประชุมทั้งหมด ทั้งในส่วนของการบันทึกวิดีโอ บทบรรยาย รายการการดำเนินการ และไฮไลต์

นอกจากนั้นยังมีการเชื่อมโยง Webex กับบริการสาธารณสุขทางไกล ทั้งสำหรับผู้ป่วยและสถานพยาบาล ด้วยการบูรณาการเข้ากับระบบ Epic ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถใช้ Webex Teams เพื่อพูดคุยให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยผ่านระบบวิดีโอทางไกล รวมทั้งตรวจสอบประวัติการรักษา และอัพเดตเอกสารทางการแพทย์ โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หรือข้อมูลใดๆ เพียงแค่ล็อกอินเข้าสู่เซสชั่นการใช้งานที่มีความปลอดภัยสูงผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์และรับบริการทางการแพทย์ตามที่ต้องการ  ปัจจุบันผู้ป่วยกว่า 250 ล้านรายมีเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในระบบ Epic  นอกจากนี้ พันธมิตรรายอื่นๆ ของซิสโก้ก็กำลังพัฒนาและปรับใช้แอปพลิเคชั่นและโซลูชั่นด้าน Telehealth เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยทั่วโลกได้อย่างเหมาะสม

Security

ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยทาง CISCO มีแพลตฟอร์มชื่อว่า Cisco SecureX ที่ทำงานอยู่บน Cloud ซึ่งผสานการทำงานกับผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้โดยเปิดให้ใช้งานได้ฟรี

นอกจากนั้นยังนำ AI มาช่วยผสานรวมระบบตรวจสอบและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบรักษาความปลอดภัย ครอบคลุมทั่วทั้งเครือข่าย อุปกรณ์ลูกข่าย ระบบคลาวด์ และแอปพลิเคชั่นต่างๆ  ในการค้นหาภัยคุกคามโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองด้านภัยคุกคามของ Cisco Talos และแหล่งข้อมูลอื่นๆ เมื่อมีการพบภัยคุกคาม SecureX จะตอบสนองทันที ด้วยการระบุเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาที