Facebook มาแปลก เปิดตัวหน้าจอพร้อมอุปกรณ์วิดีโอคอลภายใต้ชื่อ Portal ช่วยให้เชื่อมต่อและสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อนง่ายขึ้น ดูไปแล้วก็เหมือนการปัดฝุ่นโทรศัพท์บ้านมาปรับปรุงให้ไฮเทคขึ้น

Portal

มาคราวนี้เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่น คือ Portal มาพร้อมหน้าจอ 10 นิ้วความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล ดีไซน์เหมือนจอตั้งโต๊ะทั่วไป และ Portal+ มาพร้อมหน้าจอกว้าง 15 นิ้วแนวตั้ง ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ด้านล่างติดล้อสามารถตามถ่ายเราได้ด้วยโดยจุดขายสำคัญก็คือเอาไว้เชื่อมต่อกับบุคคลสำคัญในชีวิตเราผ่านจอ รวมถึงการทำวิดีโอคอลให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยกล้องจะให้มา 12 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง 140 องศาเท่ากันทั้งสองรุ่น

อุปกรณ์ทั้งสองตัวนี้จะใส่ความสามารถของ AI เข้ามาด้วย ด้วยฟีเจอร์ Smart Camera ที่จะทำการแพนภาพ ซูมเข้าออก เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในเฟรมภาพไม่ตกขอบ และ Smart Sound จะช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก และช่วนเพิ่มเสียงของคู่สนทนาอีกฝั่งที่กำลังคุยกันอยู่ ไม่ว่าเค้าจะขยับตัวย้ายตำแหน่งก็ได้ เมื่อสองฟีเจอร์นี้มารวมกันก็เปรียบเหมือนเรามีผู้ช่วยอยู่ข้างตัว ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ได้ภาพและเสียงดีที่สุดขณะใช้งานวิดีโอคอล แถมยังใช้งานได้โดยไม่ต้องมือจับเหมาะมากสำหรับตั้งในห้องครัว


แน่นนอนว่าการทำงานก็ต้องเชื่อมต่อกับ ซึ่งการทำวิดีโอคอลนั้นจะใช้ Messenger เป็นการโทรออก รวมถึงตั้งกลุ่มได้ด้วยโดยฟีเจอร์การโทรนั้นจะรองรับการคุยแบบเห็นหน้าได้พร้อมกันถึง 7 คน ในเวลาเดียวกัน

ในส่วนของการสั่งงานด้วยเสียงนั้น เค้าจะฝังผู้ช่วยมาให้ผ่านไมโครโฟน 4 ตัวรับเสียงได้รอบทิศทาง เริ่มสั่งงานได้ด้วยการออกคำสั่ง “Hey Portal” ก่อน จากนั้นก็ตามด้วยคำถามที่อยากรู้ นอกจากนั้นยังฝังผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Amazon Alexa มาให้ในเครื่องเลยค่ะ ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยให้เราเข้าถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ได้หลากหลายขึ้น ส่วนเรื่องสุดท้ายคือความเป็นส่วนตัว ซึ่ง Facebook ได้เตรียมสารพัดเครื่องมือเอาไว้ให้ ส่วนฟีเจอร์ต่างๆที่เราสามารถสั่งได้ เช่น

  • ปิดการทำงานของกล้องและจอได้ในการแตะครั้งเดียว
  • Portal และ Portal+ มาพร้อมที่ปิดเลนส์กล้อง ป้องกันคนแอบแฮคเครื่อง ส่องแอบดูโดยที่เราไม่รู้ตัว พอปิดแล้วเรายังใช้ฟีเจอร์อื่นๆ เช่น รับสายโทรเข้า, รับการแจ้งเตือน รวมถึงใช้คำสั่งเสียงได้อยู่
  • สามารถตั้งรหัสผ่านได้ตั้งแต่ 4-12 หลัก ถ้าอยากเปลี่ยนรหัสนั้นจะต้องล็อกอินด้วยบัญชี Facebook ของคนตั้ง
  • ทาง Facebook เองจะไม่มีการแอบฟังหรือเก็บข้อมูลการสนทนาใดๆทั้งนั้น ส่วนการทำวิดีโอคอลก็จะมีการเข้ารหัส encryption เพื่อความปลอดภัย
  • เทคโนโลยี AI นั้นจะประมวลผลในเครื่องเลย ไม่ได้ทำผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ นอกจากนั้นตัวกล้องจะไม่ได้ใส่เทคโนโลยีจดจำใบหน้ามา จึงไม่สามารถระบุว่าใบหน้าที่เห็นนั้นเป็นใครบ้าง
  • ส่วนการสั่งงานด้วยเสียงนั้นจะเหมือนบริการอื่นๆ คือประมวลผลผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ Facebook ซึ่งเราสามารถสั่งลบประวัติการใช้งานย้อนหลังได้ทุกครั้งที่ต้องการ

Immersive Experiences
Portal สามารถแชร์กิจกรรมที่เรากำลังทำอยู่ เช่นเพลงหรือคลิปวิดีโอที่กำลังดูอยู่ ซึ่งทาง Facebook เองก็จับมือกับพันธมิตรอย่าง Spotify Premium, Pandora, iHeartRadio,  Facebook Watch, Food Network และ Newsy รวมถึงรายใหม่ๆที่จะมาร่วมเสริมทัพอีก

สิ่งที่น่าจะถูกใจหลายคนก็คือ การใส่ AR เข้าไปโดยใช้เอนจิ้นของ Spark AR platform ช่วยให้การสื่อสารสนุกขึ้นด้วยฟีเจอร์ Story Time สำหรับสร้างคลิป stories ใส่เสียงเพลงประกอบและสติกเกอร์ AR ซ้อนทับใบหน้าเราได้

ใครที่สนใจตอนนี้เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว ผ่านเว็บ portal.facebook.com รวมถึงเว็บออนไลน์ชื่อดังอย่าง Amazon และ Best Buy โดยจะเริ่มส่งมอบของในเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนราคาขายอยู่ที่ 199 ดอลล่าร์และ 349 ดอลล่าร์ นอกจากนั้นก็จะมีแบบจัดชุดซื้อสองเครื่องพร้อมกันจะได้ราคาพิเศษ 298 ดอลล่าร์เท่านั้น

VIA FB