มาแน่ Robo-taxi แท็กซี่ไร้คนขับของ Tesla เตรียมเปิดให้บริการในปี 2020 ด้วยการใช้ประโยชน์จากซอฟท์แวร์ Autopilot ที่ติดตั้งในรถยนต์ของ Tesla ที่วิ่งอยู่หลายล้านคันบนถนน

Tesla

เรียกว่าบริการแท็กซี่ไร้คนขับใกล้เปิดให้บริการจริงขึ้นทุกที เมื่อ Tesla เตรียมเปิดให้บริการ Robo-taxi แท็กซี่ไร้คนขับในปีหน้า ซึ่งคู่แข่งหลักก็น่าจะเป็น Waymo ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการรูปแบบเดียวกัน

บริการเรียกรถหรือ Network คือ การนำไอเดียที่ทาง Elon Musk เคยเผยแพร่เมื่อ 3 ปีก่อนมาต่อยอด ซึ่งในช่วงแรกนี้อาจจะไม่ได้เปิดในบริการทุกพื้นที่เพราะต้องให้ทางหน่วยงานที่กำกับดูแลอนุมัติก่อน ส่วนรุ่นที่จะใช้งานได้จะมีแค่ Model 3 และ Model S เจ้าของรถสามารถเพิ่มหรือลบรถของตัวเองออกจาก Network เพื่อหารายได้จากการเรียกรถได้ ซึ่งทาง Tesla จะหักส่วนแบ่ง 25-30% จากค่าโดยสาร ส่วนพื้นที่ที่ยังมีเครือข่ายรถไม่มาก ทาง Tesla จะจัดรถมาให้บริการเองเลยค่ะ

ส่วนผู้ใช้ Robo-taxi สามารถเรียกรถผ่านแอปบนสมาร์ทโฟน ซึ่งรถจะวิ่งมารับจากจุดที่จอดอยู่ ทาง Elon Musk คาดว่าภายใน 1 ปีครึ่งนับจากนี้น่าจะมีรถมาให้บริการแตะระดับ 1 ล้านคัน

tesla_ridesharing

ส่วนค่าบริการแท็กซี่ไร้คนขับนั้นจะอยู่ที่ไมล์ละ 18 เซนต์ เรียกว่าถูกกว่าบริการเรียกรถทั่วไปที่อัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 2-3 ดอลล่าร์ต่อหนึ่งไมล์ทาง Musk คาดว่าภายใน 2 ปีข้างหน้า ทาง Tesla จะผลิตรถยนต์ที่ไม่มีพวงมาลัยหรือแป้นคันเร่ง/เบรก ส่งผลให้ราคารถยนต์ถูกลงไปจากเดิมคือไม่ถึงคันละ 25,000 ดอลล่าร์ รวมถึงแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น วิ่งได้ไกลกว่าเดิม

Autopilot คือ ระบบช่วยขับขั้นสูง <advanced driver assistance system (ADAS)> ที่นำอัลกอริทึ่ม machine learning มาใช้งานควบคู่กับกล้อง, เรดาห์และเซ็นเซอร์ต่างๆรอบคันรถ เพื่อนำมาทำงานต่างๆ เช่น จอดถรถอัตโนมัติ, รักษาระยะให้อยู่ในเลนถนน, ปรับคววามเร็วอัตโนมัติ เป็นต้น ตัวซอฟท์แวร์ในรถสามารถอัพเดทผ่านวิธี over-the-air (OTA)

ล่าสุดทาง Tesla ได้เผยโฉมชิปเซ็ตใหม่ที่นำมาใช้กับ Autopilot Hardware 3.0 ซึ่งพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิม ประมวลผลด้าน neural network ได้ถึง 144,000,000,000,000 ล้านคำสั่งต่อวินาที, มี AI accelerators 2 ตัว, หน่วยประมวลผลภาพ โดยทั้งหมดนี้ประหยัดพลังงานได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2.5 เท่า โดยฮาร์ดแวร์ใหม่นี้จะติดตั้งมาให้ใน Model 3, Model S และ Model X รุ่นใหม่

VIA VB