เกือบเกิดเหตุระทึกขวัญในออสเตรเลีย เมื่อวัยรุ่นชายรายนึงได้ใช้โดรนบินถ่ายรูปชายหาด บังเอิญถ่ายติดฉลามขาวพันธุ์ดุร้าย ว่ายเข้ามาหลังนักว่ายน้ำในระยะ 2.5 เมตรโดยไม่รู้ตัว

Cameron Grace ผู้บังคับโดรนวัย 17 ปีรายนี้ได้ไปเที่ยว Foster ชายหาดยอดนิยมในนิวเซาท์เวลส์กับครอบครัวช่วงเทศกาลวันหยุด เขาได้นำโดรน DJI Spark ติดมาด้วยเพื่อถ่ายภาพบรรยากาศ ในขณะที่โดรนบินไปถ่ายเหนือทะเลเขาก็สังเกตเห็นเงาตะคุ่มๆ ซึ่งนั่นก็คือ ฉลามขาวที่บังเอิญว่ายเข้ามาใกล้ชายฝั่ง ซึ่งฉลามพันธุ์นี้มีนิสัยดุร้าย เข้าจู่โจมนักว่ายน้ำเป็นประจำที่สำคัญฉลามตัวนี้ไม่มีการติดแท็กเอาไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจจับได้เมื่อเข้ามาในะยะที่ไม่ปลอดภัยกับนักว่ายน้ำ

ฉลามตัวนี้ว่ายเข้ามาด้านหลังของนักท่องเที่ยวแค่ 2 เมตรเท่านั้น ทางอาของ Cameron ที่ยืนอู่ด้วยกัน เห็นท่าทางไม่ดี เธอเลยต้องรีบทำอะไรสักอย่างเพื่อให้นักว่ายน้ำทั้งสองคนรู้ตัว เธอเลยตัดสินใจวิ่งลงน้ำเพื่อบอกให้พวกเขารู้ก่อนจะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น เคราะห์ดีที่ฉลามแค่ว่ายผ่านไปไม่ได้ทำอะไรนักว่ายน้ำทั้งสองคน

ตอนนี้ทาง  lifeguard ในออสเตรเลียได้เริ่มใช้โดรนในการสอดส่องและติดตามการว่ายของฉลามรอบๆชายหาดชื่อดังที่มีคนมาว่ายน้ำเป็นประจำ ซึ่งโดรนที่นำมาใช้นั้นมีชื่อว่า Little Ripper ที่มีการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับฉลาม เมื่อตรวจเจอก็จะส่งการแจ้งเตือนไปยัง lifeguards, หน่วยงานฉุกเฉินและคนที่ว่ายน้ำให้รู้ตัว

ความแม่นยำในการตรวจจับนั้นอยู่ที่ราวๆ 90% ถือว่าสูงกว่าการใช้เครื่องบินบินลาดตระเวนไปรอบๆแต่มีความแม่นยำแค่ 20% เท่านั้น การนำโดรนมาใช้ถือว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของคล่องตัว รวมถึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการบินโดรนแล้วบังเอิญพบฉลาม แต่นี่กำลังบอกว่ามันอาจจะเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของ lifeguard ที่ทุกแห่งควรจะมีติดไว้ ส่วนนักว่ายน้ำเองก็รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เมื่อเห็นโดรนบินลาดตระเวนอยู่

VIA dronedj