ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสวยงามทางธรรมชาติที่เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกนะคะ.. แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่มีความพัฒนาสูงมาก และเป็นประเทศที่มีประชากรตามเมืองใหญ่หนาแน่ที่สุดประเทศหนึ่ง.. ส่วนในเรื่องของสภาพอากาศนั้นเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศแปรปรวนประเทศหนึ่งเช่นเดียวกัน.. มีหลายครั้งทีเดียวที่ใน 1 วันนั้นแทบจะเจอครบทุกฤดู..

อีกหนึ่งภาพจำที่ติดตาผู้คนไปทั่วโลกก็คือภาพของคนญี่ปุ่นที่กางร่มใส ร่มไวนิลใสแจ๋วที่เป็นที่นิยมของญี่ปุ่นนั้นเป็นสิ่งที่หาซื้อได้ง่ายมากๆ ร้านสะดวกซื้อแบรนด์ต่างๆ ร้าน 100 เยน ทุกที่ล้วนหาซื้อได้ในราคาไม่แพงสมกับเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศแปรปรวน เราเองก็เคยต้องวิ่งเข้าไปซื้อร่มในเซเว่นฯเหมือนกัน และนั่นก็ทำให้มีร่มใสที่ทำจากไวนิลนี้ถึงกว่า 80 ล้านคันถูกผลิตออกมาในแต่ละปี และนั่นก็ส่งผลมาถึงขยะจากร่มที่ชำรุดแล้วมากมายเป็นภูเขาเช่นกัน..

“บริษัทที่ควรจะหายไปหลังจากนี้ 10 ปี” เป็นนิยามของ PLASTICITY.. ที่มองเห็นถึงปัญหาเรื่องขยะจากร่ม.. และยังมองเห็นถึงจุดเด่นของวัสดุที่ใช้ผลิตร่มที่กันน้ำและกันคราบสกปรกได้ดี PLASTICITY จึงตระเวนรวบรวมร่มที่ถูกทิ้งไว้ตามที่ต่างๆในเมืองมาทำความสะอาด และนำมาเปลี่ยนเป็นกระเป๋าที่สวยงามเก๋ไก๋ 

PLASTICITY เป็นการเล่นคำที่ว่า เมืองที่เต็มไปด้วยพลาสติก.. ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของปัญหาในเมืองใหญ่ๆในปัจจุบัน.. ทำให้เกิดนิยามที่ว่า “บริษัทที่ควรจะหายไปหลังจากนี้ 10 ปี” ซึ่งนั่นก็มาจากความคาดหวังของผู้ก่อตั้งว่าหลังจากนี้ซัก 10 ปี.. ปัญหาเรื่องขยะจากร่มจะหายไปนั่นเองค่ะ.. 

อีกทั้งเพิ่มมูลค่าได้หลายเท่า จากต้นทุนปกติของร่มใสที่มีราคาขายอยู่ราวๆ 500 เยน แต่สามารถนำมาแปรรูปเป็นกระเป๋าโททขนาดใหญ่ และขายได้ในราคาถึง 14,300 เยนเลยล่ะค่ะ

Source: PLASTICITY  // @Press