เทรนด์ไมโคร ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านคลาวด์ซีเคียวริตี้ (Cloud Security Platform) ระดับโลก พัฒนาโซลูชั่นที่มีความเข้มแข็ง สามารถต่อกรกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมด้วยกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่เหนือชั้น รวมถึงมีอีโคซิสเต็มในส่วนของพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้ก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตึ้ของเมืองไทยอย่างยอดเยี่ยม

คุณปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในปี 2020 ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึงมากมาย จนบีบบังคับให้องค์กรต่าง ๆ ต้องพึ่งพาระบบทั้งหลายจนแทบไม่มีเวลารักษาความปลอดภัยระบบดังกล่าวอย่างครอบคลุม ขณะที่ผู้ไม่ประสงค์ดีก็ฉวยโอกาสที่คนกำลังสับสนนี้ ในการพัฒนาเทคนิคโจมตีเหยื่ออย่างร้ายกาจมากขึ้น

โดยจากรายงาน Trend Micro 2020 Annual Cybersecurity Report ที่เราจัดทำขึ้น พบว่าผู้โจมตีพุ่งเป้าไปที่องค์กรในกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า (หรือ Covid-19) ดังจะเห็นได้จากอาชญากรที่ใช้แรนซั่มแวร์กำลังไล่ตามเหยื่อในกลุ่มหน่วยงานภาครัฐและด้านบริการสุขภาพ เราสามารถตรวจจับอันตรายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโควิด-19 มากกว่า 16 ล้านรายการ ไล่ตั้งแต่ลิงค์ URL อันตราย,สแปม และมัลแวร์

เทรนด์ภัยคุกคาม

Ramsomware ยังคงเป็นการจู่โจมที่มีมากที่สุด โดยมุ่งเน้นไปที่หน่วยงานอย่างภาครัฐ กลุ่มธนาคาร ภาคการผลิตและหน่วยงานการแพทย์เป็น 4 กลุ่มที่มีการโจมตีสูงสุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการจับจ่ายใช้เงินเยอะ นอกจากนั้นยังมีการปรับเปลี่ยนการโจมตีจากการจู่โจมหน่วยงานนั้นๆโดยตรง หันไปโจมตีบริษัทคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานแทน เพราะมีระบบป้องกันที่น้อยกว่า

Covid -19 เปลี่ยนรูปแบบการจู่โจม

สถานการณ์ Covid -19 นั้นทำให้คนหันไปเรียนออนไลน์และ Work from Home มากขึ้น ซึ่งระบบป้องกันที่บ้านมักจะแน่นหนาน้อยกว่าทำให้มีโอกาสเจาะระบบง่ายขึ้น รูปแบบการจู่โจมที่ใช้มากสุดคือ การส่งสแปม ส่งลิงก์ทางอีเมล ตามมาด้วยมัลแวร์ต่างๆ ส่วนช่องทางที่ใช้เจาะมากขึ้นคือ VPN ที่พนักงานใช้รีโมตไปยังระบบของบริษัท

Cloud, IoT, Mobile

แฮกเกอร์มุ่งเน้นการเจาะระบบ Cloud มากขึ้น โดยเฉพาะในเคสของการตั้งค่าระบบผิดพลาดทำให้เกิดช่องโหว่ เจาะเข้าไปยังระบบได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเจาะแล้ว จะเอาทรัพยากรไปโจมตีคนอื่นแทน นอกจากนั้นเวลาที่แฮกเกอร์เจาะข้อมูลมาได้ก็จะเอาไปประกาศขายในเว็บใต้ดิน ส่วนอีกเทรนด์ที่กำลังมาคือการจู่โจมอุปกรณ์ IoT จะเห็นเยอะขึ้น

“เรายังตรวจพบช่องโหว่อันตรายที่เป็นภัยต่อองค์กรเพิ่มมากขึ้น โดยทางโครงการ Trend Micro Zero Day Initiative™ (ZDI) ได้ออกรายงานช่องโหว่ถึง 1,453 รายการ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 40% โดยมี 173 รายการที่ถูกจัดความรุนแรงอยู่ในระดับวิกฤติ และอีก 983 รายการอยู่ในระดับร้ายแรงมาก ช่องโหว่ระดับดับวิกฤติเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแพ็ตช์อุดช่องโหว่โดยเร็วที่สุด”

ทั้งนี้องค์กรทั้งหลายก็ควรพิจารณาเลือกใช้โซลูชั่นความปลอดภัยที่ให้ความสามารถที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการตรวจจับ สืบสวน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ รวมทั้งให้การปกป้องที่ครอบคลุมทั่วทั้งระบบทั้งหมด ตั้งแต่อีเมล และเอนด์พอยต์ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ เน็ตเวิร์ก หรือแม้แต่บนคลาวด์ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง เป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร และผู้ไม่ประสงค์ดีก็เริ่มโจมตีระบบคลาวด์กันมากขึ้น

“ปัจจุบันเทรนด์ไมโคร คือ ผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในแพลตฟอร์มการป้องกันภัยไซเบอร์บนคลาวด์ (Cloud Security Platform) จากรายงานผลสำรวจ Worldwide Hybrid Cloud Workload Security Market Shares ประจำปี 2019 ที่จัดทำขึ้นโดย IDC* โดยเรามีส่วนแบ่งสูงถึง 29.5% จากตลาดรวมทั้งหมด สิ่งสำคัญที่ทำให้เราก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำก็เนื่องด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความแข็งแกร่งจากทั้ง Trend Micro™ XDR และ Trend Micro Cloud One ในการรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น ส่วนในประเทศไทยเอง เทรนด์ไมโครก็ถือว่าเป็นผู้นำด้านคลาวด์ด้วยเช่นกัน เพราะนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าแล้ว เรายังมีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง มีโครงสร้างอีโคซิสเต็มในการสนับสนุนการทำงานของพาร์ทเนอร์เป็นอย่างดี นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เทคโนโลยีในการป้องกันภัยร้ายทางด้านไซเบอร์บนคลาวด์ของเทรนด์ไมโคร จึงเป็นที่หนึ่งในเมืองไทยด้วยเช่นเดียวกันตลาดโลก”