Amazon Web Services จัดงาน AWS re:Invent 2021 โชว์นวัตกรรมและ Use case ประสบความสำเร็จ จากพันธมิตรหลายอุตสาหกรรม ผลักดันให้เกิดการใช้งาน Cloud มากขึ้น

การขยายตลาดไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรมถือเป็นกลยุทธ์หลักของ AWS เนื่องจากทุกอุตสาหกรรมนั้นมีความจำเป็นต้อง Transform ตัวเองเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่มีเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น 5G, AI, IoT จนไปถึงเรื่องของ Big Data ที่ทำให้เกิดความต้องการใช้งาน Cloud และเกิด Use case ใหม่ๆที่ประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น Netflix ที่เปลี่ยนจากร้านเช่า DVD ออนไลน์ ที่ผันตัวมาเป็นเจ้าตลาดสตรีมมิ่ง หรือ NTT docomo ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ของญี่ปุ่นนำระบบ Data warehouse มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้น 10 เท่าส่งผลให้ลดต้นทุนและเกิดธุรกิจใหม่ ทั้งหมดนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้ทุกองค์กรต้องเร่งปรับตัว

Adam Selipsky ผู้บริหารของ AWS มองว่าองค์กรกลุ่มนี้คือ Pathfinders ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ซึ่ง AWS นั้ยมีบริการที่หลากหลาย รวมถึงร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เหมาะกับแต่ละเคสที่ความต้องการแตกต่างกันไปในแต่ละอุตสาหกรรม  เขามองว่าตอนนี้ไม่มีอุตสาหกรรมไหนที่ไม่ได้ใช้ Cloud เลย เพียงแต่องค์กรที่ใช้ยังมีจำนวนน้อยแค่ 5 -15% การพัฒนาบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ของแต่ละอุตสาหกรรมถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสของ AWS

ลองไปดูตัวอย่างการนำ Cloud ไปประยุกต์ใช้ที่น่าสนใจจากช่วง Keynote กันดีกว่า

NASDAQ

Nasdaq คือ ผู้ให้บริการตลาดหลักทรัพย์ที่เปิดให้บริการใน 130 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนอกจากหุ้นแล้วก็ยังมีบริการใหม่ๆอย่าง Cpryto Exchange, Marketplace เรียกว่าวันนึงๆมีการทำธุรกรรมจำนวนมหาศาล ซึ่ง Nasdaq เองก็เริ่มเป็นพันธมิตรกับ AWS มาตั้งแต่ปี 2008 ด้วยปัจจัยหลัก 3 ด้านคือ ความรวดเร็ว(Speed), ความน่าไว้วางใจ (reliability) และ ปรับขยายได้ (Scalability)

ปัจจุบันระบบ cloud ของ AWS นั้นใช้เวลาประมวลผลเร็วมากทำให้สามารถรองรับคำสั่งได้ถึง 60,000 ล้านคำสั่งต่อเวลาทำการ 12 ชั่วโมง โดยหัวใจหลักของ Nasdaq คือ Matching engine ที่จับคู่คนซื้อคนขาย

ไม่ใช่แค่การซื้อขายหุ้นเท่านั้น แต่ยังมีการใช้ Cloud ด้านอื่นๆ เช่น ระบบป้องกันอาชญกรรม ระบบตรวจสอบการซื้อขายที่ผิดปกติ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น นอกจากนั้นทาง Nasdaq ยังวางแผนย้ายตลาด US options markets ไปอยู่บน  AWS ทั้งหมด ทำให้กลายเป็นตลาดแรกที่อยู่บน Cloud 100%

DISH

Dish ผู้ให้บริการดาวเทียมและ Dish Wireless ได้พัฒนาเครือข่าย 5G ใหม่บนระบบ Cloud  (5G Cloud based network) ทำให้ก้าวเหนือขึ้นไปกว่าการเป็นค่ายมือถือ ไม่ใช่แค่การสื่อสารระหว่าคนกับคนเท่านั้น แต่ยังรองรับการสื่อสารระหว่าง คนกับ Machine รวมถึง Machine กับ Machine อีกด้วยซึ่งจะช่วยขยายธุรกิจไปยังลูกค้าองค์กรและอุตสาหกรรมต่างๆ

กลยุทธ์หลักก็คือ network of networks คือการสร้างเครือข่ายย่อยโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานของ AWS เพื่อทำให้การรับส่งข้อมูลและระบบอัตโนมัติทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญลูกค้ายังสามารถปรับแต่งความเร็ว ความหน่วง จนไปถึงฟีเจอร์ที่ต้องการใช้งานได้ด้วย

3M

3m-aws.pngฝั่งของ 3M เองก็ใช้เทคโนโลยีของ AWS มาช่วยพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ มีการย้าย  data center และแอปพลิเคชันไปอยู่บน Cloud ของ AWS ซึ่งใช้จริงในกระบวนการผลิตในโรงงานกว่า  200 แห่ง ใน 27 ประเทศทั่วโลก สามารถค้นหาข้อมูลของวัตถุดิบ วัสดุในเวลาไม่กี่นาที

นอกจากนั้น 3M และ AWS ยังร่วมกันพัฒนา digital marketplace สำหรับลูกค้าให้สามารถเข้ามาดูได้ผ่านออนไลน์ เพียงแค่พิมพ์รหัสสินค้า, โมเดลที่ต้องการได้

UNITED AIRLINES

สายการบิน United Airlines  เรียกว่าเป็นสายการบินที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยฝ่าวิกฤตได้ ในปี 2019 ได้ตัดสินใจย้ายจากระบบเก่ามาอยู่บน cloud ของ AWS ซึ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 นั้นก็เป็นสายการบินแรกที่ประกาศให้พนักงาน Work From Home ได้เนื่องจากระบมีความพร้อมอยู่แล้ว

หลังจากที่สถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย แต่พนักงานยังมากกว่าผู้โดยสาร ทาง United Airlines ก็ใช้ระบบอัตโนมัติมาช่วยลดต้นทุน และเพิ่มการบริการให้ดีขึ้น ซึ่ง Machine Learning มีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก เช่น ระบบเช็คอินอัตโนมัติ ตรวจสอบเอกสารจองตั๋ว เอกสารการฉีดวัคซีน ออก Boarding Pass ให้โดยทุกอย่างนี้ผู้โดยสารทำได้ด้วยตัวเองผ่านแอป ทำให้ผ่านกระบวนการต่างๆในสนามบินได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้นทาง United Airlines ยังมีหลายแอปพลิเคชันมากกว่า 100 แอปที่ใช้งานอยู่บน Cloud อีกด้วย