Huawei เผยผลประกอบการปี 2020 ผลกำไรเติบโตขึ้น 3.2% ด้วยปัจจัย Digital Transformation ส่งผลบวก ดันธุรกิจเติบโต ส่วนฝั่งธุรกิจมือถือยังคงได้ผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐ

ปี 2020 ถือเป็นปีที่ยากลำบากของหลายบริษัท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายธุรกิจต้องหยุดชะงัก คนต้องติดอยู่บ้านมากขึ้น แต่ในวิกฤตก็ยังมีโอกาส เมื่อคนหันมาอยู่ติดบ้านและทำกิจกรรมต่างๆในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องของการทำงาน เรียนออนไลน์ เล่นเกม จนไปถึงเสพความบันเทิงต่างๆ ส่งผลให้การใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อย 50%

นอกจากนั้นเทคโนโลยีและ 5G ทำให้เกิดการ Digital Transformation อย่างเร่งด่วนเพื่อให้ธุรกิจต่างๆเดินหน้าได้ มีการต่อยอดนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆโดยเฉพาะด้านการแพทย์ที่เห็นได้ชัด อย่างในไทยเอง Huawei ก็มีส่วนร่วมในการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ผล CT Scan, รถยนต์ไร้คนขับส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์

รายได้รวมปี 2020

ในปี 2020 รายได้รวมของ Huawei นั้นอยู่ที่ 891.4 พันล้านหยวน โตขึ้น 3.8% เทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของกำไรสุทธินั้นอยู่ที่ 64.6 พันล้านหยวน โตขึ้น 3.2%  ส่วนฝั่งกระแสเงินสดลดลงเนื่องจากนำเงินสดไปลงทุนด้าน Supply และงานวิจัยพัฒนา

เมื่อมองแยกมองเป็นหน่วยธุรกิจจะเห็นว่าธุรกิจกลุ่มองค์กรเติบโตสุด ส่วนธุรกิจ Consumer ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามการค้าสหรัฐ

กลุ่มโครงข่าย

ทางหัวเว่ยเองก็เป็นผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์โครงข่ายรายใหญ่ให้บริการมากกว่า 1,500 เครือข่ายในกว่า 170 ประเทศ ในปีที่ผ่านมามีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือเครือข่ายต่างๆปรับแต่ง Capacity ของเครือข่ายให้รองรับการใช้งานที่มากขึ้น เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพ นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาโครงการนวัตกรรมด้าน 5G อีกกว่า 3,000 โครงการใน 20 อุตสาหกรรมทั่วโลก ทั้งภาคการผลิต, เหมืองแร่และท่าเรือ

กลุ่มองค์กร

ตลาดกลุ่มองค์กรเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงสุดซึ่งได้อานิสงค์จากการที่บริษัทต่างเริ่มปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation มากขึ้น จากข้อมูลของ IDC พบว่า บริษัทใหญ่ๆเริ่มปรับตัวสู่ Digital Transformation มากถึง 86% รวมถึงบริษัทต่างๆเพิ่มงบลงทุนด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้น 20%

Huawei เองก็มีบริการ Huawei Cloud ที่ตอนนี้ครองตลาดอันดับ 2 ในจีน บริษัทต่างๆเริ่มหันมาใช้ Cloud ในสปีดที่เร็วขึ้น มีการคาดการณ์ว่าในปี 2025 นั้นบริษัทต่างๆจะใช้บริการ Cloud มากกว่า 97% หัวเว่ยเองก็มีส่วนสำคัญในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT ให้รองรับ Digital Transformation เน้นการสร้างประสบการณ์อัจฉริยะ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นความพยายามของ Huawei ในการพัฒนานวัตกรรมและ Use case ใหม่ๆขยายไปยังหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการลงทุนใน 5G, Data Center, cloud และ Data Storage เพื่อให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง AI และ Edge Computing นำไปสู่การพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้และใช้ประโยชน์ได้จาก Cloud เต็มรูปแบบ รวมถึงสร้างระบบนิเวศให้ครอบคลุม

กลุ่มผู้ใช้ทั่วไป

ในตลาดผู้ใช้ทั่วไปทางหัวเว่ยยังคงได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ สิ่งที่ทางหัวเว่ยยังคงเน้นย้ำก็คือ กลยุทธ์ Seamless AI Life หรือ “1 + 8 + N” ที่มือถือเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต สร้างประสบการไร้รอยต่อ เชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างรอบตัวเข้าด้วยกัน

ในส่วนของมือถือ กลยุทธ์หลักในปีนี้คือการรักษาตำแหน่งเดิมในตลาดเอาไว้ ด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดมือถือนั้นจะมีปัญหา ทางหัวเว่ยเองมองเห็นโอกาสว่า ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอื่นๆ เช่น แล็ปท็อป ทีวี อุปกรณ์สวมใส่ รวมถึงอุปกรณ์ IoT นั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถเร่งสร้างรายได้ขึ้นมาชดเชยกับตลาดสมาร์ตโฟนได้

พร้อมเติมเต็มระบบนิเวศให้สมบูรณ์ด้วย HarmonyOS ที่ตั้งเป้าเติบโตเป็นระบบปฏิบัติการอันดับที่ 3 ของโลก และ Huawei Mobile Services (HMS) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว