ทุกวันนี้เราใช้สมาร์ตโฟน Android หลายอย่างไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร ใช้เพื่อความบันเทิง เชื่อมต่ออุปกรณือัจฉริยะต่างๆ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายทาง Google จึงพัฒนา Android 13 โดยให้ความสำคัญ 3 ด้านคือ

ทำอะไรได้มากกว่ามือถือ

Google Messages

Android 13 นอกจากเรื่องการปรับแต่งให้เข้ากับความชอบแต่ละคน รองรับจอใหญ่ รวมถึงรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยแล้ว สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญคือ การทำงานร่วมกันของระบบนิเวศ

เริ่มจากการส่งข้อความที่เน้นแชตได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว รักษาตัวตนบนดิจิทัลให้เป็นความลับ แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ การแชทข้ามแพลตฟอร์มซึ่งจะให้การแสดงผลข้อความไม่เหมือนกัน ทาง Google จึงได้จับมือกับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก ในการอัปเกรด Google Messages มาใช้มาตรฐาน Rich Communication Services (RCS) ทำให้สามารถแชร์ภาพความละเอียดสูง แชทข้ามค่าย/ข้ามแพลตฟอร์มได้ และส่งข้อความผ่าน Wi-Fi ทำให้การใช้งานสะดวกและง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังมีการเข้ารหัสแบบ end-to-end encryption  ในแชตตัวต่อตัวก่อน จากนั้นจะขยายไปยังการสนทนาแบบกลุ่ม

Google Wallet

เราใช้มือถือในการเก็บข้อมูลต่างๆมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกุญแจรถ ประวัติการฉีดวัคซีน ดังนั้นจึงมีการอัปเดต Google Wallet บน Android ให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้เก็บและเข้าถึงไอเท็มสำคัญๆได้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรโดยสารรถสาธารณะ บัตรคอนเสิร์ต ตั๋วเครื่องบิน ซึ่ง Google Wallet บน Wear OS ก็จะรองรับการจ่ายเงินด้วย

ในอีกไม่ช้า Google Wallet จะสามารถเก็บกุญแจออฟฟิศ/กุญแจโรงแรมได้ รวมถึงทำงานร่วมกับหลายรัญในสหรัฐเพื่อใช้เก็บบัตรประชาชนและใบขับขี้ได้โโยไม่ต้องพกบัตรตัวจริงออกจากบ้านโดยจะใช้งานได้ในปีนี้

นอกจากนั้นยังมีการผนวก Google Wallet กับบริการอื่นๆของ Google เช่น เวลาเราค้นหาเส้นทางบน Google Maps ก็จะโชว์บัตรโดยสารรถสาธารณะให้อัตโนมัติในกรณีที่เราผูกบัตรกับวอลเล็ตไว้ โดยจะแสดงจำนวนเงินในบัตรให้เห็น ถ้าเหลือน้อยจะได้เติมก่อนไปถึงสถานีจะได้ไม่เสียเวลา

แจ้งเตือนความปลอดภัย

อีกฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือ การแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน ใน Android 13 จะเพิ่มฟีเจอร์แจ้งเตือนความปลอดภัยเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยใช้ Emergency Location Services (ELS) ช่วยระบุตำแหน่งสำหรับขอความช่วยเหลือเมื่อเรากดผ่านสมาร์ตโฟนหรือนาฬิกา ซึ่งฟีเจอร์นี้มีการเปิดตัวให้ใช้งานเพิ่มเติมได้ใน บัลกาเรีย, ปารักวัย, สเปนและซาอุดิอารเบีย

ต่อมาคื่อเรื่องของการแจ้งเตือนแผ่นดินไหว ที่เปิดให้ใช้งานใน 25 ประเทศ มาวันนี้ขยายการใช้งานเพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่เสี่ยงแผ่นดินไหว

ไม่ได้โฟกัสแค่มือถือ

นอกจากมือถือแล้ว อุปกรณ์ที่สำคัญต่อชีวิตของหลายคนคือ นาฬิกาและแท็บเล็ต เมื่อปีที่แล้วได้มีการรวมแพลตฟอร์มกับ Samsung จนเกิดเป็น Wear OS ขึ้นมา ซึ่งเราได้เห็นนาฬิการุ่นใหม่จาก Samsung, Fossil, Montblanc, Mobvoi และแบรนด์อื่นๆทะยอยออกมา รวมถึง  Google Assistant ก็เตรียมใช้งานได้บนนาฬิกาของ Samsung เริ่มจาก Galaxy Watch4 เป็นรุ่นแรก ซึ่งการทำงานของ Google Assistant บน Wear OS นั้นจะทำงานได้เร็วขึ้น เสียงเป็นธรรมาชาติมากขึ้น เพื่อให้ใช้งานคำสั่งเสียงได้อย่างลื่นไหล

นอกจากนั้นแอปยอดนิยมก็ขยายการใช้งานไปบน Wear OS แอปใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ Spotify, adidas Running, LINE และ KakaoTalk เพื่อให้ใช้งานได้จากบนข้อมือโดยตรง ส่วนแอปอย่าง SoundCloud และ Deezer จะตามมาในปีนี้เช่นกัน

ฝั่งของแท็บเล็ตก็มีการปรับอินเทอร์เฟซให้รองรับการแสดงผลบนจอขนาดใหญ่ให้เห็นชัดเจนขึ้น มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพื่อให้ทำงาน multitask ได้ดีขึ้น เช่น  Toolbar ด้านล่างเพื่อให้เรียกใช้แอปได้เร็วขึ้น รวมถึงมีการปรับการทำงานของแอปกว่า 20 แอปให้ทำงานบนจอแท็บเล็ตได้ดีขึ้น เช่น YouTube Music, Google Maps, Messages, TikTok, Zoom, Facebook  ส่วน Google Play ก็จะปรับโฉมเช่นกัน รวมถึงค้นหาแอปที่ปรับแต่งให้เข้ากับจอแท็บเล็ตได้ง่ายขึ้น

อุปกรณ์ทำงานร่วมกันง่ายขึ้น

Android 13 จะทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ง่ายขึ้น ด้วยความเป็นระบบเปิดและยืดหยุ่นในการทำงาน สมาร์ตโฟน/แท็บเล็ต/นาฬิกา/ทีวี/รถยนต์จะทำงานร่วมกับหูฟัง, ลำโพงอัจฉริยะ, แล็ปท็อปและอุปกรณ์อื่นๆได้ดียิ่งขึ้น ง่ายขึ้น

ด้วยฟีเจอร์ Chromecast built-in ทำให้เราดูหนังฟังเพลงได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะดูบนมือถือ แท็บเล็ต จอในรถยนต์ ทีวี ซึ่ง Google เองก็พยายามเพิ่มพันธมิตรใหม่ในการขยายความสามารถนี้ เช่น  Chromebook รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์

เราสามารถเปลี่ยนการเชื่อมต่อหูฟังได้ง่ายขึ้นด้วยฟีเจอร์ Fast Pair แถมยังย้ายการเชื่อมต่อได้อย่างลื่นไหลเวลาเราเปลี่ยนอุปกรณ์ จากมือถือไปแท็บเล็ตหรือแล็ปท็อป

ต่อมาคือเราสามารถคัดลอก URL หรือรูปภาพจากมือถือไปวางในแท็บเล็ต เมื่อรวมกับ Phone Hub บน Chromebook ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี ที่จะช่วยให้เราเข้าถึงรูป/วิดีโอบนมือถือได้โดยตรงผ่านแล็ปท็อป รวมถึงดู/ตอบข้อความได้ด้วย ทั้งหมดนี้จะเพิ่มความสามารถให้สมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น