และแล้วเมื่อคืนนี้ทั่วโลกก็ได้ติดตามการเปิดตัวของ Samsung Galaxy Gear นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ ซึ่งแหล่งข่าวส่วนใหญ่ประทับใจกับดีไซน์ และคุณภาพของมันถ้างั้นซีว่า เรามาทำความรู้จักให้ลึกซึ้งสักหน่อยดีกว่าค่ะ หลังจากติดตามข่าวลือมานาน

เริ่มต้นจากภายนอกก่อนแล้วกันนะคะ Galaxy Gear มีให้เลือก 6 สีด้วยกัน (ดำ, เทา-มอคค่า, ส้ม, น้ำตาลอ่อน-ข้าวโอ๊ต, แดงกุหลาบ และเขียวมะนาว) โดยขนาดของหน้าปัดจะค่อนข้างใหญ่ เห็นแล้วทำให้ซีนึกถึงการ์ตูน และภาพยนตร์เมื่อ 70 ปีที่แล้วเรื่อง Dick Tracy นักสืบคนเก่งที่ใช้นาฬิกาข้อมือเซย์ฮัลโหลได้ ตัวเรือนโลหะสายรัดพลาสติก หน้าจอ Super AMOLED ทำงานในระบบสัมผัสขนาด 1.63 นิ้ว ความละเอียด 320 x 320 พิกเซล ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ความเร็ว 800MHz เจ้าของ Galaxy Gear สามารถถ่ายรูป และวิดีโอสั้นๆ บันทึกข้อความเสียง ตลอดจนเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับวัน เวลา และพยากรณ์อากาศได้ โดยมันจะมีแอพจากบริษัทต่างๆ พรีโหลดมาในเครื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Evernote, Path, MyFitnessPal รวมถึงการวัดจำนวนก้าวเดิน (pedometer) แน่นอนแล้วว่า เพื่อนๆ จะสามารถใช้ Galaxy Gear แทนมือถือได้ หลังจากทราบสเป็คกันไปสมควรแล้ว เรามาดูการรีวิวจากประสบการณ์ในการใช้งานเบื้องต้นจากแหล่งข่าวบนเว็บไซต์ต่างๆ กันดีกว่าค่ะ

เริ่มต้นที่หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 1.63″ ความละเอียด 320 x 320 ที่คอนทราสสูง และให้คุณภาพของภาพเป็นเลิศตามสไตล์ของ Samsung ภาพที่ได้น่ามองแม้จะจอเล็ก ในขณะเดียวกันการตอบสนองของหน้าจอสัมผัสลื่นไหลดี อย่างไรก็ตาม ไม่มีการพูดถึงเวลาใช้งานภายใต้แสงธรรมชาติที่สว่างมากๆ ว่าจะสังเกตเห็นข้อมูลที่ปรากฎบนหน้าจอได้ชัดเจนมากน้อยแค่ไหน ถัดจากเรื่องจอมาดูคุณสมบัติเด่นที่พลาดไม่ได้นั่นก็คือ Galaxy Gear สามารถจับคู่การทำงานร่วมกับ Galaxy Note 3 (ที่เปิดพร้อมกันเมื่อคืนนี้) ผ่านทาง NFC ซึ่งนั่นหมายความว่า เพื่อนๆ สามารถจัดการต้้งค่ามือถือ และแอพพลิเคชันต่างๆ จากสมาร์ทโฟนได้ ในขณะเดียวกันการถ่ายรูป และบันทึกวิดีโอด้วย Galaxy Gear จะถูกอัพโหลดเข้าไปยังสมาร์ทโฟน Galaxy Note 3 ได้โดยอัตโนมัติทันทีเมื่อแตะอุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีระบบล็อคหน้าจอ Galaxy Note 3 โดยอัตโนมัติเมื่อ Galaxy Gear อยู่ห่างเกิน 1.5 เมตร และจะปลดล็อคหน้าจอเมื่ออยู่ในระยะดังกล่าว และสำหรับคนขี้ลืมชอบลืมวางของทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ ด้วยฟีเจอร์ Find My Device เพื่อนๆ จะสามารถหา Galaxy Gear ได้ด้วย Galaxy Note 3 หรือในทางกลับกัน โดยมันจะส่งเสียง แสง และสั่น เพื่อให้เรารู้ว่า อุปกรณ์ที่กำลังตามหา อยู่ตรงไหน?

ถัดจากเรื่องของจอแสดงผลที่จิ๋วแจ่มแจ๋ว พร้อมลูกเล่น NFC ที่ผูก Gear เข้ากับ Note 3 และระบบ Auto Lock เพื่อความปลอดภัย ตลอดจนการค้นหากันและกันให้เจอได้ด้วย Find My Device แหล่งข่าวยังเปิดเผยลูกเล่นอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกด้วย เช่น การทำหน้าที่เป็นรีโมทควบคุมการเล่นเพลงด้วยการสัมผัสหน้าจอของ Galaxy Gear ซึ่งมีวิธีสัมผัสในรูปแบบเดียวกับสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นการลาก หรือแตะด้วยนิ้วของคุณ โดยการย้อนกลับไปหน้าจอก่อนหน้านี้ก็เพียงแค่ลากนิ้วที่สัมผัสหน้าจอจากขอบบนถึงขอบล่าง และที่หน้าจอโฮม แอพพลิเคชันกล้องจะสามารถเข้าถึงได้ด้วยการลากนิ้วขึ้น ส่วนฟังก์ชันการใช้งานามือถือจะใช้การลากนิ้วลง สำหรับการลากนิ้วสัมผัสบนหน้าจอไปทางซ้ายจะเปิดรายชื่อผู้ติดต่อ ลากซ้ายอีกทีเป็นบันทึกการโทร ส่วนการลากนิ้วไปทางขวาจากหน้าจอโฮม (หน้าจอนาฬิกา) จะเป็นการแสดงข้อความแจ้งเตือน (notification) ซ้ายอีกทีจะเป็นรายการแอพที่ชื่นชอบ ตามด้วยแอพที่มีในเครื่องค่ะ ถ้าเจาะกันที่แอพกล้องบน Galaxy Gear มีลูกเล่นที่สนุกอยู่เหมือนกัน เนื่องจากมันเป็นการถ่ายรูปที่ไม่เหมือนกับการใช้กล้องดิจิตอล และกล้องบนมือถือที่มีลักษณะคล้ายกัน เพราะตอนนี้กล้องอยู่บนข้อมือ ดังนั้นตำแหน่งของกล้องจะอยู่เหนือหน้าจอบริเวณสายรัดค่ะ เมื่อเปิดกล้องให้ทำงาน ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนโหมดการบันทึกเป็นภาพนิ่ง หรือวิดีโอได้จากไอคอนเล็กๆ ที่มุมบนซ้าย การลั่นชัทเตอร์ใช้การแตะบนหน้าจอแค่หนึ่งครั้ง ภาพที่เข้าไปอยู่ในแกลอรี่สามารถเปิดดูได้ด้วยการลากนิ้วสัมผัสหน้าจอไปทางขวา การดับเบิ้ลแท็บ หรือแตะหน้าจอสองครั้งขณะเล่นแอพกล้องจะเป็นการซูม ไอคอนเมนูจะอยู่บนขวา เพื่อตั้งค่าต่างๆ ได้อีกด้วย นอกจากกล้องที่มีลูกเล่นที่น่าสนใจแล้ว Galaxy Gear จะมาพร้อมกับความสามารถในการสั่งเรียกสายด้วยเสียง และมีไมค์พร้อมลำโพงบนตัวเรือน ดังนั้นผู้ใช้สามารถเรียกสายด้วย S Voice เพื่อพูดคุยกับเพื่อนๆ บน Galaxy Gear เหมือนนักสืบ Dick Tracy ได้ ซึ่งการสั่งการด้วยเสียงยังสามารถใช้ในการร่างข้อความที่จะส่ง เพิ่มข้อมูลเข้าไปในปฏิธิน ตั้งนาฬิกาปลุก และตรวจสอบข้อมูลพยากรณ์อากาศ ถามข้อมูลได้เหมือน Google Glass

และก็มาถึงอีกหนึ่งลูกเล่นนั่นก็คือ Pedometer ทีทำให้นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะอย่าง Galaxy Gear สามารถนับจำนวนก้าวเดินของผู้สวมใส่ได้ และด้วยความที่มันมาพร้อมกับเซ็นเซอร์อย่าง Accelerometer กับ Gyroscope ทำให้ Gear สามารถตามติดกิจกรรมความเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ได้ตลอด ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำไปคำนวณได้ว่า กิจกรรมในระหว่างวันที่คุณทำช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน เดินกี่ก้าว ระยะทางรวมเท่าไร เป็นต้น อันนี้จะคล้ายกับ Jawbone สายรัดข้อมือรักสุขภาพ ลูกเล่นของ Galaxy Gear ยังทำได้อีกเยอะ เพราะมันขึ้นกับแอพที่ติดตั้งเพิ่มเติมเข้าไปด้วยค่ะ ซึ่งในการเปิดตัวเมื่อคืนนี้มีแอพที่พร้อมให้โหลด และใช้งานบน Gear ได้แล้วประมาณ 70 แอพฯ ในขณะที่บางส่วนพรีโหลดมาในเครื่องแล้ว ตัวอย่างแอพสุขภาพที่มากับเครื่องเช่น MyFitnessal สามารถติดตามเรื่องคุณค่าโภชนาการ และการออกกำลังกายของคุณ Path โซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนตัว Pocket จัดเก็บคอนเท็นต์ของเว็บอย่างเช่น ข่าว หรือบทความ เอาไว้ฟังทีหลังได้ด้วยเทคโนโลยี Text-to-Speech แอพ RunKeeper สำหรับฝึกฝนร่างกาย Tripit วางแผนท่องเที่ยว เป็นต้น

จากข้อมูลข้างต้นเกี่ยวกับคุณสมบัติ และเรื่องเล่าจากประสบการณ์ในการใช้ Samsung Galaxy Gear ของแหล่งข่าว ส่วนตัวซีว่าก็โอพอสมควรนะคะ แต่ไม่รู้เพื่อนๆ คิดอย่างไร ซึ่งวิธีคิดของซีก็ง่ายๆ ค่ะ แก็ดเจ็ตที่น่าใช้ต้องมาพร้อมกับแฟชั่นที่น่าสนใจ และตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชันทีลงตัว โดยต้องไม่มากไม่ล้นจนเกินไป กำหนดวางตลาดพร้อมกันใน 140 ประเทศวันที่ 25 กันยายน ศกนี้ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 299 เหรียญฯ หรือคิดเป็นเงินไทยก็เก้าพันกว่าบาทค่ะ

สรุปคุณสมบัติของ Samsung Galaxy Gear

  • โพรเซสเซอร์ 800MHz
  • หน่วยความจำ (RAM) 512MB
  • สตอเรจภายใน 4GB
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 1.63″
  • กล้อง 1.9MP พร้อมระบบออโต้โฟกัส บันทึกภาพ และวิดีโอได้
  • ระบบออดิโอมีไมค์สองตัวใช้ตัดเสียงรบกวน พร้อมลำโพงหนึ่งตัว
  • เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 4.0 BLE
  • สนับสนุนเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication)
  • เซ็นเซอร์ Accelerometer และ Gyroscope
  • ตัวเรือนหนา 11.1 มม.กว้าง 36.8 มม. ยาว 56.6 มม.
  • น้ำหนัก 73.8 กรัม
  • แบตเตอรี่ Li-ion 315mAh อยู่ได้ประมาณ 1 วันต่อการชาร์จ

via ubergizmo