ตอนนี้บนสื่อออไลน์มีการแชร์ข้อมูลส่งต่อๆกันมาว่า น้ำประปามีอันตราย ไม่ควรนำมาใช้ประกอบอาหารหรือหุงข้าวเพราะคลอรีนที่อยู่ในนั้นจะทำให้เกิดมะเร็ง

ทางการประปาส่วนภูมิภาค ( กปภ.) และการประปานครหลวง (กปน.) ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมเตือนประชาชนให้หยุดเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดๆเกี่ยวกับการเตือนภัย ห้ามนำน้ำประปามาใช้หุงข้าวเพราะประปามาหุงข้าว โดยบอกว่าเมื่อคลอรีนในน้ำประปาเจอกับสารอินทรีย์หรือข้าวจะกลายเป็นสารไตรฮาโลมีเทน หรือสารก่อมะเร็ง ซึ่งนี่เป็นข่าวปลอมเก่าที่มักจะมีคนนำกลับมาแชร์ซ้ำทุกปีในช่วงหน้าร้อน

กระบวนการผลิตน้ำประปานั้นจะผ่านการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพน้ำตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลกกำหนด โดยปริมาณคลอรีนคงเหลือในน้ำประปาไม่เป็นอันตรายใช้ประกอบอาหารได้ ซึ่งกระบวนการผลิตทั้งหมดมีการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก เช่น คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด (Central Lab Thai) และ กรมอนามัย เป็นต้น

แม้คลอรีนนั้นสามารถทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำเมื่อได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสารไตรฮาโลมีเทนได้ แต่ในกระบวนการผลิตนั้นจะมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบ การตกตะกอน และการกรองแล้ว ปริมาณสารอินทรีย์จะถูกกำจัดออกไปได้มาก จึงเหลือมาทำปฏิกิริยากับคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำน้อยมาก

นอกจากนั้นทาง กปภ.ได้ควบคุมปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือสำหรับฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ณ สถานีผลิตน้ำ ให้มีค่าอยู่ในช่วง1.0 – 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร เมื่อน้ำประปาเข้าสู่เส้นท่อในระบบจ่ายน้ำ คลอรีนอิสระคงเหลือจะยังช่วยกำจัดเชื้อโรคอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยลดลงจนถึงผู้ใช้น้ำในปริมาณที่มีการควบคุมให้มีค่าประมาณ 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตรเท่านั้น

ทางฝั่งของกปน. ชี้แจงว่า สารไตรฮาโลมีเทนจะก่อมะเร็งได้ต้องมีปริมาณเกินมาตรฐานที่กำหนด เช่น มาตรฐาน USEPA ของสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ที่ 80 ไมโครกรัมต่อลิตร แต่ในน้ำประปาเฉลี่ยมีประมาณ 40 ไมโครกรัมต่อลิตร ซึ่งไม่เกินค่ามาตรฐาน อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด และเมื่อนำน้ำประปามาหุงข้าว ค่าที่วัดได้ก็ยังคงน้อยกว่าค่ามาตรฐานมาก โดยเฉพาะตัวข้าวมีค่าไม่เกิน 2 ไมโครกรัมต่อลิตรเท่านั้นจากการตรวจสอบและยืนยันความปลอดภัยโดยสถาบันอาหาร ตั้งแต่ปี 2559

ส่วนข้าวสารหรือแป้งชนิดต่าง ๆ ที่นำมาใช้ทำอาหารนั้นจัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลขนาดใหญ่จึงทำปฏิกิริยากับคลอรีนอิสระได้ช้ามาก เมื่อเทียบกับสารอินทรีย์ชนิดอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้นคลอรีนอิสระคงเหลือและไตรฮาโลมีเทนในน้ำจะระเหยออกได้ง่ายมากเมื่อสัมผัสอากาศหรือความร้อนจากการหุงต้ม คลอรีนจึงแทบไม่เหลืออยู่ในน้ำเลย ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดสารไตรฮาโลมีเทนเนื่องจากการนำน้ำประปาที่มีคลอรีนมาใช้ประกอบอาหารจึงน้อยมาก ๆ

อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้น้ำไม่ชอบกลิ่นคลอรีนในน้ำประปา สามารถแก้ปัญหาง่าย ๆ โดยการเปิดฝาภาชนะบรรจุน้ำประปาไว้ประมาณ 30 นาที กลิ่นคลอรีนก็จะระเหยออกไปเองจนหมด

ที่มา กปค., กปน.