เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) เดินหน้ารุกบริการ Cloud ช่วยธุรกิจไทยทรานส์ฟอร์ม ด้วยโซลูชันไฮบริด คลาวด์

เทรนด์การใช้งานองค์กรที่เปลี่ยนไป

เดิมทีองก์กรหลายแห่งจะลงทุนด้านไอทีเอง ตั้งเซิร์ฟเวอร์ในองค์กร มีพนักงานคอยดูแลเอง แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆเริ่มหันมาใช้งาน Cloud เพื่อช่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่าง

  • ลดบุคลากรด้านไอทีภายในบริษัทที่ต้องคอยดูแลระบบ การย้ายไปใช้ Cloud จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลให้ตลอด 24 ชั่วโมงคอยแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น
  • องค์กรมีกระแสเงินสดมากขึ้น เพราะไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ลงทุนสร้างระบบในบริษัทเอง บริการ Cloud นั้นมีระบบจ่ายรายเดือน จ่ายเท่าที่ใช้งานจริง บริษัทสามารถเก็บเงินสดไว้ใช้สำหรับเรื่องที่จำเป็นได้
  • Cloud ช่วยเสริมให้ระบบไอทีของบริษัทสมบูรณ์ขึ้น เช่น ช่วยในการสำรองข้อมูล ในกรณีที่ระบบภายในบริษัทมีปัญหาก็ยังสามารถทำงานต่อบน Cloud ได้
  • รองรับระบบงานที่เพิ่มขึ้น ระบบไอทีในบริษัทนั้นจะมีขีดจำกัดในการรองรับผุ้ใช้งานสูงสุดอยู่ ในกรณีที่ลูกค้าเพิ่มขึ้นจนระบบรับไม่ไหวจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถ การลองใช้งานผ่าน Cloud จะทำให้เรารู้ว่าต้องเพิ่มระบบไปถึงระดับไหน
  • ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆได้เร็วขึ้น ไม่ต้องลงทุนซื้อระบบมารองรับ

ทิศทางของตลาด Cloud

จากผลสำรวจของ IDC พบว่า องค์กรธุรกิจนั้นเริ่มใช้งานมากกว่า 1 ประเภท มีการผสมผสานการใช้งานแบบ On Premise และ Public Cloud มากขึ้น แสดงให้เห็นทิศทางในอนาคตว่าทุกองค์กรกำลังมุ่งไปสู่ Hybrid Clod

ส่วนตลาด Cloud ในไทยนั้นเรียกว่าเติบโตสะสมปีละ 19% มีการคาดการณ์ว่าในปี 2024 นั้นมูลค่าตลาดจะโตถึง 15,000 ล้านบาทเลยทีเดียว หากมองในแง่ของ IT Speding จะพบว่าตอนนี้คิดเป็น 5% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด นั่นหมายความว่าตลาดนี้ยังสามารถเติบโตได้อีก

ทิศทางในปี 2021 นั้นบริษัทใหญ่ๆ เริ่มมีการปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีให้ทันสมัยขึ้น เนื่องจากมี Cyber Threats เกิดขึ้นมากมาย ระบเก่าไม่สามารถรับมือภัยเหล่านี้ได้ รวมถึงการอัปเดตระบบให้รองรับโอกาสใหม่ๆที่เกิดขึ้น

SIS รุกบริการ Cloud

เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) เริ่มเห็นแนวโน้มการเติบโตและความต้องการขององค์กรที่มีต่อการใช้งานคลาวด์เพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มพัฒนาธุรกิจด้านนี้เพิ่มเติมในการเป็นผู้ให้บริการด้านคลาวด์ด้วยตัวเอง (Cloud Service Provider) ด้วยจุดแข็งที่มีทั้งการเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับคลาวด์อย่าง Dell  รวมถึงมีพันธมิตรด้านศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับการจัดการเครือข่ายและการจัดเก็บข้อมูล

อีกทั้งทางเอสไอเอสนั้น ให้บริการคลาวด์ผ่านคู่ค้าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในส่วนของโซลูชั่นเป็นอย่างดี สามารถให้บริการ ออกแบบระบบ ช่วยสนับสนุนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อเราได้พิจารณาปัจจัยในข้างต้นเมื่อนำมารวมกันแล้ว ทำให้เปิดให้การบริการด้านคลาวด์แก่องค์กรได้อย่างเต็มรูปแบบ

คุณสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่วว่า “เอสไอเอสมีตัวแทนขายหรือคู่ค้าที่มีมากกว่า 100 รายในปัจจุบัน และมีผู้ใช้บริการคลาวด์ของเราในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งเช่น กลุ่มหน่วยงานราชการกลุ่มการเงินการธนาคาร กลุ่มสถาบันการศึกษา กลุ่มสถานพยาบาล กลุ่มด้านน้ำมันและพลังงาน และกลุ่มอื่นๆ รวมแล้วมากกกว่า 300 ราย มีขนาดองค์กรตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่แบบเอ็นเทอร์ไพรส์ เป็นต้น นับเป็นการการันตีความไว้วางใจในประสิทธิภาพของเราได้เป็นอย่างดี”

คุณสมชัย ยังเสริมว่า “ในไตรมาสที่สองของปีนี้ ทางเอสไอเอส จะเปิดให้บริการคลาวด์รูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “Enterprise Elastic Cloud” ซึ่งเป็นคลาวด์สำหรับองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีชั้นนำโดยเน้นจุดเด่นที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถจ่ายค่าบริการได้ตามการใช้งานจริงแบบรายชั่วโมง เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปขององค์กรในอนาคตที่มีแนวโน้มลดการลงทุนขนาดใหญ่ลง เปลี่ยนเป็นการเช่าใช้และชำระค่าบริการตามจริงแทน โดย เอสไอเอส จะถือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศรายแรกๆ ที่ให้บริการในลักษณะนี้ได้”

ด้วยลักษณะที่ยืดหยุ่นของบริการคลาวด์ช่วยให้องค์กรมีความสามารถในการปรับตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อในการใช้ทรัพยากรทั้งสำหรับการประมวลผล การจัดเก็บ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ ซึ่งด้วยการเข้าถึงระบบนิเวศที่เติบโตอย่างรวดเร็วของผลิตภัณฑ์คลาวด์ในแบบ on-demand นี้เอง องค์กรต่างๆ เข้าถึงทั้งความคล่องตัว ทั้งความสามารถในการปรับเพิ่มขนาดระบบการทำงาน ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งกระตุ้นการดำเนินการการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (digital transformation)

“เอสไอเอสจะเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกที่ให้บริการที่ยืดหยุ่นประเภทนี้ในประเทศไทย” คุณสมชาย กล่าวและเสริมว่า “เอสไอเอสให้บริการโซลูชัน as-a-Service ที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่บริการในรูปแบบ Infrastructure- as-a-Service (IaaS) หรือ Platform-as-a-Service (PaaS) ตลอดจน SAP Hana-as-a-Service Container-as-a-Service การสำรองข้อมูลและอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก”

“ด้วยการดำเนินงานด้วยรูปแบบการทำงานบนไฮบริดคลาวด์ที่มั่นคงและสอดคล้อง องค์กรสามารถสนองตอบต่อภูมิทัศน์ (landscape) ทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปได้ในเวลาที่รวดเร็ว รวมทั้งยังช่วยปกป้องการลงทุนด้วยโซลูชันที่สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้” คุณสมชัยกล่าวทิ้งท้าย