แม้ตอนนี้หลายพื้นที่จะนำ Remotely Operated Vehicle (ROV) หรือโดรนใต้น้ำแบบติดกล้องมาช่วยในการกู้ภัยทางน้ำ แต่ปัญหาก็คือในสภาวะน้ำขุ่นอาจจะทำให้กล้องความละเอียดสูงเก็บภาพใต้น้ำไม่ชัด

การใช้โดรนสำรวจใต้น้ำในสภาพแวดล้อมที่น้ำขุ่นนั้นมีความเสี่ยงหลายอย่าง เพราะเราไม่รู้ว่าใต้น้ำมีสิ่งกีดขวางอะไรบ้าง หากโดรนขับไปชนก็อาจเกิดความเสียหายได้ รวมถึงอาจจะทำให้มองไม่เห็นคนที่ต้องการจะช่วยเหลือได้ ทำให้การกู้ภัยยากลำบากและใช้เวลานานขึ้น

เพื่อแก้ปัญหานี้นั่นจึงเกิดเป็นโดรน Deep Trekker จึงมาพร้อมทั้งกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K ในมุมมองกว้างถึง 270 องศาทำให้ได้ได้ภาพที่ละเอียดและคมชัดมากขึ้น รวมถึงระบบ ROV navigational sonar เทคโนโลยีขั้นสูงด้วยการส่งคลื่นเสียงออกไป และตรวจจับการสะท้อนกลับมาช่วยให้โดรนสามารถมองเห็นได้แม้จะอยู่ในน้ำขุ่นหรือตอนกลางคืนที่แสงน้อยมาก

murky water inpsection with ROV

ด้วยเทคโนโลยีโซนาร์จะช่วยให้โดรนลำนี้รู้ตำแหน่งของสิ่งต่างๆใต้น้ำเพื่อใช้ในการนำทางและระบุเป้าหมายได้แม่นขึ้นซึ่งจะมีประโยชน์ต่อทีมกู้ภัยเป็นอย่างมาก ทำให้มีโอกาสเจอผู้ประสบภัยเร็วขึ้น โอกาสรอดชีวิตก็สูงตามไปด้วย

worker-grabber-arm-rov-underwater-drone

ส่วนคุณสมบัติอื่นของ Deep Trekker DTG3 ROV นั้นคือการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดเพื่อให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก สามารถควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรล รองรับการดำน้ำได้ลึก 200 เมตร นอกจากนั้นเรายังสามารถเลือกแขนกลติดเพิ่มเข้าไปด้านหน้าของโดรนได้ เพื่อช่วยหยิบของที่อยู่ใต้น้ำได้อีกด้วยแทนการใช้คนดำลงไปเอง

ตัวโดรนมาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวสามารถถอดเปลี่ยนได้ ชาร์จหนึ่งครั้งใช้งานได้ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง ส่วนแบตเตอรี่ใช่เวลาชาร์จ 0-100% ในเวลา 90 นาทีเท่านั้น ถือว่าเป็นโดรนอีกหนึ่งรุ่นที่มีคุณสมบัติน่าสนใจทีเดียว ด้วยเทคโนโลยีทั้งหมดนี้จะทำให้การกู้ภัยมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน