มิติใหม่ Seasam โดรนกู้ภัยทางน้ำที่นอกจากใช้ในการค้นหาและกู้ภัยทางน้ำแล้ว ยังสามารถว่ายตามนักดำน้ำเพื่อเป็นลูกมือช่วยให้ปฏิบัติภารกิจใต้น้ำสะดวกขึ้น

Video footage and other data recorded by the Seasam is automatically uploaded to the Notilo Cloud platform

Seasam พัฒนาโดย Notilo Plus บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางน้ำจากฝรั่งเศส ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากหลังจากที่ไปปรากฎตัวในภาพยนตร์สยองขวัญ The Deep House ในปี 2019 ซึ่งโดรน Seasam นั้นรองรับการถ่ายภาพและวิดีโอความละเอียดสูง มาพร้อมเทคโนโลยีควบคุมแบบไร้สายด้วยการผสมผสานเทคโนโยีด้านเสียงและ computer vision เข้าด้วยกัน

การควบคุมทำผ่านรีโมทคอนโทรล  ตัวเครื่องมาพร้อมตัวปล่อยสัญญาณเสียง เพื่อช่วยให้ค้นหาผู้ประสบภัยในยามค่ำคืนหรือสภาพแสงน้อยได้ดีขึ้น พอโดรนเข้าใกล้ผู้เกิดเหตุมันก็จะใช้กล้องและระบบ visual recognition เพื่อให้ว่ายตามนักดำน้ำหรือตรวจจับคนจมน้ำและจับภาพให้อยู่กึ่งกลางเฟรมในขณะเคลื่อนที่ได้อัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ปฏิบัติภารกิจได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นมันยังมีระบบโซนาร์ในตัวช่วยตรวจจับและหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ด้วย

Hooked up to a tether, the Seasam performs a propeller inspection

Seasam ยังสามารถควบคุมไร้สายผ่าน  Wi-Fi หรือ การต่อสายสื่อสารกับตัวโดรน เพื่อรับส่งภาพวิดีโอได้แบบ real-time ในกรณีที่ต้องการสำรวจใต้พื้นน้ำที่ลึกลงไป โดยมันจะใช้ GPS ในการระบุตำแหน่งตัวเองเมื่ออยู่ใต้น้ำ

While the iBubble has to record footage on a user-supplied GoPro, the Seasam uses its integrated camera for both navigation and video recording

ส่วนสเปกเบื้องต้นนั้น Seasam มีน้ำหนัก 9 กิโลกรัม ด้านหน้ามีการติดตั้งไฟ LED 2 ดวง ความสว่าง 1,000 ลูเมน มาพร้อมใบพัด 7 ตัว รองรับการดำน้ำได้ลึกสุด 100 เมตร ด้านบนมาพร้อมเมาส์สำหรับติดเซนเซอร์หรืออุปกรณืเสริมอื่นๆของบริษัท third-party ได้

มาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวสามารถถอดเปลี่ยนได้ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 1.5 ชั่วโมง ใช้เวลาชาร์จเต็มจาก 0-100% ในเวลา 2.5 ชั่วโมง

นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถเลือกอัปเกรดชิ้นส่วนต่างๆได้ เช่น เพิ่มแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ 4 ชั่วโมงต่อเนื่อง อัปเกรดกล้องเป็น  4K หรือเพิ่มไฟให้สว่างขึ้นเป็น 10,000 ลูเมน เป็นต้น สนนราคาขายขออง Seasam เริ่มต้นที่ 12,000 ยูโรหรือประมาณ 439,144 บาทค่ะ

ที่มา NewAtlas